สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ประเทศใน OECD ใช้งบประมาณด้านการศึกษาเท่าไร

เมื่อพูดถึงการศึกษา ไม่เพียงแต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะมีความสำเร็จที่แตกต่างกัันมากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปริมาณทรัพยากรของประเทศที่ใช้ไปกับการลงทุนในภาคส่วนนี้ด้วย ตามรายงานล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า “นอร์เวย์” เป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนจีดีพีด้านการศึกษามากที่สุด และมีระบบการศึกษาที่น่าสนใจ

โดยอยู่ที่ 6.7% (ระดับอุดมศึกษา 2.0% ที่เหลือคือระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษาหลังมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ยังไม่ใช่ระดับอุดมศึกษา 4.7%) ขณะที่รัสเซียใช้จ่ายด้านการศึกษาเพียง 3.4% ของจีดีพีประเทศ (ระดับอุดมศึกษา 1.0% ที่เหลือคือระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษาหลังมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ยังไม่ใช่ระดับอุดมศึกษา 2.4%)

ส่วนค่าเฉลี่ยของ OECD อยู่ที่ 4.8% (ระดับอุดมศึกษา 1.4% ที่เหลือคือระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษาหลังมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ยังไม่ใช่ระดับอุดมศึกษา 3.4%)

ขณะที่ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุนด้านการศึกษาของประเทศสมาชิก OECD อื่นๆ ที่มากกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD คือ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคือ สเปน เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และรัสเซีย

เราเคยได้ยินรายงานข่าวเกี่ยวกับภาคการศึกษาของฟินแลนด์ว่ายอดเยี่ยมระดับโลกอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับ “นอร์เวย์” ประเทศในกลุ่มนอร์ดิกเหมือนกัน กลับไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึงมากนัก ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว นอร์เวย์ก็ทุ่มเทและทุ่มทุนสร้างภาคการศึกษาอย่างจริงจัง โดยจุดเด่น คือ ให้โอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับนักเรียนที่มีภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจที่หลากหลายและแตกต่างกัน

ทั้งนี้ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการศึกษาของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับการศึกษาที่ในหลายประเทศ ผู้เรียนจะต้องอาศัยค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นหลัก เช่น การศึกษาและการดูแลเด็กปฐมวัย และการศึกษาระดับอุดมศึกษา แต่ในกรณีนี้มีผู้เรียนในนอร์เวย์จ่ายในสัดส่วนที่น้อยกว่า เช่น ระดับเตรียมประถมศึกษาจะจ่ายเอง 14% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ 17% ส่วนในระดับอุดมศึกษาจะจ่ายเอง 6% เท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศ OECD โดยเฉล่ี่ยที่ต้องจ่ายเองสูงถึง 30% ของค่าเล่าเรียนทั้งหมด

โดยค่าเล่าเรียนในสถาบันของรัฐในนอร์เวย์นั้นต่ำที่สุดสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี (เมื่อเทียบกับประเทศ OECD ต่างๆ ที่มีข้อมูล) และไม่มีค่าเล่าเรียนสำหรับระดับปริญญาตรีสำหรับนักศึกษาระดับชาติหากเรียนในสถาบันการศึกษาของรัฐ ไม่เพียงเท่านี้นอร์เวย์ยังมีเงินทุนสนับสนุนมากมายในทุกระดับด้วย

ในปีที่ผ่านมา ผู้หญิงอายุ 25-34 ปี ในทุกประเทศในกลุ่ม OECD มีแนวโน้มจะสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่าผู้ชาย โดยในนอร์เวย์ 60% ของผู้หญิงอายุ 25-34 ปี มีวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษา เทียบกับ 42% ของผู้ชายในช่วงวัยเดียวกัน ขณะที่โดยเฉลี่ย ประเทศในกลุ่ม OECD มีสัดส่วน 52% ในกลุ่มหญิงสาว และ 39% ในกลุ่มชายหนุ่ม

ขณะที่ค่าตอบแทนของครูและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่ทำงานในสถาบันการศึกษา ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของค่าใช้จ่ายในปัจจุบันของระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา ในปี 2561 นอร์เวย์จัดสรรเงิน 78% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับค่าตอบแทนพนักงาน เทียบกับ 74% โดยเฉลี่ยในประเทศ OECD 

ที่มา ; SALIKA

สรุปสาระสำคัญ

บทความกล่าวถึงการลงทุนด้านการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม OECD โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างของสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาเทียบกับ GDP รวมถึงแนวทางการจัดการศึกษาที่เน้นความเท่าเทียม นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีการลงทุนด้านการศึกษาสูงถึง 6.7% ของ GDP สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ 4.8% และสูงกว่ารัสเซียที่ 3.4% โดยงบประมาณของนอร์เวย์ครอบคลุมทั้งระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษาอย่างสมดุล

จุดเด่นสำคัญของนอร์เวย์คือการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้เรียน โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาที่แทบไม่มีค่าเล่าเรียนในสถาบันของรัฐ และผู้เรียนจ่ายค่าใช้จ่ายเองเพียง 6% เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ 30% ส่งผลให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา แม้มีความแตกต่างทางเศรษฐฐานะ

นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม โดยคำนึงถึงผลกระทบของสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีต่อผู้เรียน อีกทั้งยังพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาสูงกว่าผู้ชายในหลายประเทศ รวมถึงนอร์เวย์

ด้านค่าใช้จ่าย พบว่าส่วนใหญ่ของงบประมาณการศึกษาถูกใช้ไปกับค่าตอบแทนครูและบุคลากร ซึ่งนอร์เวย์จัดสรรสูงถึง 78% ของงบทั้งหมด สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพบุคลากรทางการศึกษาเป็นหลัก

ข้อสอบ

ข้อ 1

ข้อใดสะท้อนจุดเด่นด้านการลงทุนการศึกษาของนอร์เวย์ได้ถูกต้องที่สุด
ก. ลงทุนต่ำแต่เน้นประสิทธิภาพสูง
ข. ลงทุนสูงกว่า OECD เฉลี่ยและกระจายครอบคลุมทุกระดับ
ค. เน้นลงทุนเฉพาะระดับอุดมศึกษา
ง. พึ่งพาเอกชนเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: นอร์เวย์ลงทุน 6.7% ของ GDP สูงกว่าค่าเฉลี่ย และกระจายงบทุกระดับ

ข้อ 2

ค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายด้านการศึกษาของ OECD คือข้อใด
ก. 6.7%
ข. 3.4%
ค. 4.8%
ง. 2.0%
เฉลย: ค
เหตุผล: OECD เฉลี่ยใช้ 4.8% ของ GDP

ข้อ 3

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษานอร์เวย์มีความเท่าเทียมคือข้อใด
ก. การสอบแข่งขันเข้มข้น
ข. การใช้ครูต่างชาติจำนวนมาก
ค. การลดภาระค่าใช้จ่ายผู้เรียน
ง. การเรียนออนไลน์เป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้เรียนจ่ายน้อยมาก โดยเฉพาะอุดมศึกษาเพียง 6%

ข้อ 4

ในระดับอุดมศึกษา ค่าใช้จ่ายที่ผู้เรียนจ่ายเองในนอร์เวย์เทียบกับ OECD เป็นอย่างไร
ก. สูงกว่า OECD
ข. เท่ากัน
ค. ต่ำกว่ามาก
ง. ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ
เฉลย: ค
เหตุผล: นอร์เวย์ 6% ขณะที่ OECD เฉลี่ย 30%

ข้อ 5

ประเทศใด “ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD” ในการลงทุนการศึกษา
ก. ฝรั่งเศส
ข. นิวซีแลนด์
ค. สหราชอาณาจักร
ง. ญี่ปุ่น
เฉลย: ง
เหตุผล: ญี่ปุ่นอยู่กลุ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ข้อ 6

สัดส่วนงบประมาณการศึกษานอร์เวย์ที่ใช้กับค่าตอบแทนครูคือเท่าใด
ก. 74%
ข. 78%
ค. 60%
ง. 52%
เฉลย: ข
เหตุผล: นอร์เวย์จัดสรร 78%

ข้อ 7

ประเด็นสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่บทความกล่าวถึงคืออะไร
ก. ความสามารถทางภาษา
ข. สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม
ค. พื้นที่อยู่อาศัย
ง. เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: SES ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษา

ข้อ 8

ข้อใดสะท้อนบทบาทของนอร์เวย์ด้าน “ความเท่าเทียมทางโอกาส”
ก. จำกัดนักศึกษาต่างชาติ
ข. สนับสนุนทุนเฉพาะคนเก่ง
ค. ลดค่าใช้จ่ายผู้เรียนทุกระดับ
ง. เพิ่มค่าเล่าเรียนอุดมศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ลดภาระและสนับสนุนทุกระดับ

ข้อ 9

แนวโน้มผู้สำเร็จการศึกษาในกลุ่ม OECD พบว่า
ก. ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
ข. เท่ากันทุกประเทศ
ค. ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ง. ไม่มีความแตกต่าง
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้หญิงมีอัตราสำเร็จสูงกว่า

ข้อ 10

บทเรียนสำคัญเชิงนโยบายจากนอร์เวย์คือข้อใด
ก. ลดงบการศึกษา
ข. เพิ่มการแข่งขันสอบ
ค. ลงทุนครูและลดภาระผู้เรียน
ง. ลดการเข้าถึงมหาวิทยาลัย
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นลงทุนบุคลากรและลดภาระผู้เรียนเพื่อความเท่าเทียม

ความเห็นของผู้ชม