
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา (กมว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กมว. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างประกาศคุณสมบัติของผู้ที่จะขอ และต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเราจะทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าการจะขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติในเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือวุ่นวายให้กับผู้ที่จะต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแน่นอน
หลังจากนี้จะมีการเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาได้พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป จากนั้นจะประกาศใช้ต่อไป ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้พูดถึงระบบการยกย่องเชิดชูเกียรติครู ซึ่งทางกรรมการ กมว.รับทราบถึงสิ่งที่ทางคุรุสภาดำเนินการอยู่ และได้มีข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวางว่า ครูผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากคุรุสภาไม่ว่าจะเป็นรางวัลใดก็ตามควรจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะตัวบุคคลของผู้ที่ได้รับรางวัล เช่น ความก้าวหน้าของครูรายดังกล่าวเท่านั้น แต่ควรเกิดประโยชน์กับสังคมเป็นวงกว้าง เช่น การทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับครูรุ่นใหม่ทั่วประเทศ หรือทำให้สังคมได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของมาตรฐานในวิชาชีพครู ทำให้นักเรียนกล้าที่จะตัดสินใจเลือกที่จะเข้าสู่วิชาชีพครู มากกว่าการรับรู้เฉพาะในหมู่ของคนที่ได้รับรางวัลเท่านั้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ กมว. และคุรุสภาจะได้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ประธานคณะกรรมการ กมว. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้พิจารณาข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งที่ประชุมได้มีมติทั้งการเพิกถอนใบอนุญาตฯที่เป็นความผิดที่ร้ายแรง อาทิ พฤติกรรมการประพฤติผิดทางเพศกับนักเรียน หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด ขณะเดียวกันก็มีว่ากล่าวตักเตือน และยกคำร้อง ทั้งนี้ต้องถือว่าขณะนี้คณะกรรมการ กมว.สามารถสะสางเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพครูไปได้เร็วขึ้น จากเดิมที่มีค้างอยู่กว่าพันเรื่อง เพียงไม่กี่เดือนสามารถพิจารณาไปได้มากเกือบ 50% แล้วหรือเหลือค้างอีกประมาณ 700-800 เรื่อง อย่างไรก็ตามเรื่องการสะสางคดีที่เป็นข้อร้องเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องปลายน้ำ หากคณะกรรมการ กมว.สะสางเสร็จสิ้นแล้ว จะหันไปจัดการปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยที่ต้องทำให้ครูสำนึกและตระหนัก ไม่กล้าทำพฤติกรรมที่ขัดกับมาตรฐานวิชาชีพเพราะกลัวบทลงโทษ แต่ต้องไม่กล้าที่จะกระทำเพราะความละอายใจ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้ทาง กมว.น่าจะเริ่มดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้
ที่มา ; At HeaR
เกี่ยวข้องกัน
กมว.ชงร่างประกาศคุณสมบัติผู้ขอ-ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กมว. เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 ว่า ที่ประชุม กมว.ได้พิจารณาเห็นชอบร่างประกาศคุณสมบัติของผู้ที่จะขอและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า การจะขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติในเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ
แต่ยืนยันว่า จะไม่ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือวุ่นวายให้กับผู้ที่จะต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการประชุมครั้งหน้า จากนั้นจะประกาศใช้ต่อไป
นอกจากนี้ ในที่ประชุม กมว.ยังได้พูดถึงระบบการยกย่องเชิดชูเกียรติครู ซึ่งทางกรรมการ กมว.รับทราบถึงสิ่งที่ทางคุรุสภาดำเนินการอยู่ และได้มีข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวางว่า ครูผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากคุรุสภา ไม่ว่าจะเป็นรางวัลใดก็ตาม ควรจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะตัวบุคคลของผู้ที่ได้รับรางวัล เช่น ความก้าวหน้าของครูรายดังกล่าวเท่านั้น
แต่ควรเกิดประโยชน์กับสังคมเป็นวงกว้าง อาทิ การทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับครูรุ่นใหม่ทั่วประเทศ หรือทำให้สังคมได้ตระหนัก และเห็นคุณค่าของมาตรฐานในวิชาชีพครู ทำให้นักเรียนกล้าที่จะตัดสินใจเลือกที่จะเข้าสู่วิชาชีพครู มากกว่าการรับรู้เฉพาะในหมู่ของคนที่ได้รับรางวัลเท่านั้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ กมว.และคุรุสภาจะได้ช่วยกันคิดต่อไปว่า จะทำอย่างไร
ประธาน กมว.กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กมว.ได้พิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งที่ประชุมได้มีมติทั้งการเพิกถอนใบอนุญาตฯที่เป็นความผิดที่ร้ายแรง อาทิ พฤติกรรมการประพฤติผิดทางเพศกับนักเรียน หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะเดียวกันได้มีว่ากล่าวตักเตือน และยกคำร้องในบางกรณี ซึ่งต้องถือว่าคณะกรรมการ กมว.สามารถสะสางเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพครูไปได้เร็วขึ้น จากเดิมที่มีค้างอยู่กว่าพันเรื่อง เพียงไม่กี่เดือนสามารถพิจารณาไปได้มากเกือบ 50% แล้ว ยังเหลือค้างอีกประมาณ 700-800 เรื่อง
"อย่างไรก็ตาม เรื่องการสะสางคดีที่เป็นข้อร้องเรียนต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นปัญหาปลายน้ำ ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการ กมว.สะสางเสร็จสิ้นแล้ว จะหันไปจัดการปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยที่จะต้องทำให้ครูสำนึกและตระหนัก ไม่ใช่ไม่กล้าทำพฤติกรรมที่ขัดกับมาตรฐานวิชาชีพ เพราะกลัวบทลงโทษ แต่ต้องไม่กล้าที่จะกระทำ เพราะความละอายใจ เป็นต้น ซึ่งคาดว่า ปลายปีนี้ กมว.น่าจะเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้ได้" รศ.ดร.ศิริเดช กล่าว
กมว.ชงร่างประกาศคุณสมบัติผู้ขอ-ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เร่งสางคดีมาตรฐานวิชาชีพกว่าพันเรื่อง-เหลือค้างอีก 800 เรื่อง สั่งเพิกถอนใบอนุญาตฯพวกประพฤติผิดทางเพศ-เอี่ยวยาเสพติด
ที่มา ; eduguidenews