
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยกร่างระเบียบหลักเกณฑ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้มาใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอน ครู และบุคลากรทางการศึกษา นักการ ภารโรง รวมการบริหารจัดการงบประมาณ ในรูปแบบที่เรียกว่า การรวมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู
“ขั้นตอนจากนี้ สพฐ. จะทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง โดยคาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2567 เบื้องต้น จะดำเนินการกับกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนลงมา ซึ่งมีอยู่ประมาณกว่า 6,000 แห่ง โดยเริ่มจากกลุ่มที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คนลงมาก่อน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเดือดร้อนเป็นพิเศษ เช่น มีนักเรียน 30 คน มีครู 2 คน เป็นต้น ซึ่งมีอยู่กว่า 2,000-3,000 แห่ง และในจำนวนนี้กว่าครึ่ง พบว่า ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจากคณะกรรมการคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีมติไม่บรรจุและแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้ จะโฟกัสไปที่โรงเรียนที่ไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน และกลุ่มโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า40 คน และ60 คนก่อน เพราะถือว่า เป็นกลุ่มที่มีความเดือดร้อนพิเศษ ที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ส่วนโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 60 คนขึ้นไป และยังมีผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ จะยังไม่เข้าไปดำเนินการอะไร เพราะยังสามารถจัดการศึกษาที่มีประสิทธิการได้ ” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว
เลขาธิการกพฐ. กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าไม่ใช่การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน เช่น โรงเรียนนี้ มีครู 5 คน เมื่อมารวมเป็นกลุ่มโรงเรียนก็จะทำให้มีครูเพิ่มมากขึ้น เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ ลดภาระครู อาทิ งานธุรการ จากเดิม ที่ต้องทำหลายที่ ก็มารวมทำที่เดียว ลดขั้นตอนการทำงาน อย่างไรก็ตามเมื่อมาใช้ทรัพยากรร่วมกันแล้ว อาคารสถานที่ที่เว้นว่างไว้ อาจมีการปรับมาใช้จัดสร้างบ้านพักครู หรือเปิดให้หน่วยในสังกัดศธ.ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ ได้เข้ามาใช้พื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 9 กันยายน 2567
เกี่ยวข้องกัน
หนุน‘สพฐ.’รวมกลุ่มบริหารร.ร.เล็ก แนะรูปแบบหลากหลาย-เพิ่มคุณภาพ
นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยกร่างระเบียบหลักเกณฑ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้มาใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยจะเริ่มจาก โรงเรียนมีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ที่ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งถือเป็นกลุ่มเดือดร้อนพิเศษ และโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนก่อน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู นั้น ถือเป็นเรื่อที่ดี โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง แต่ในการยกร่างการร่วมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก อยากให้มีรูปแบบการดำเนินการที่หลากหลาย เช่น ให้โรงเรียนที่มีศักยภาพในพื้นที่ เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยใช้ทรัพยากรด้านวิชาการและสถานที่ร่วมกัน ส่วนงบประมาณ ก็ให้แยกการบริหารจัดการ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เกาะ แก่ง ภูเขาสูง หรือโรงเรียนสแตนอโลน ไม่สามารถรวมกลุ่มกับใครก็จำเป็นต้องมีวิธีการจัดการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสม เช่น จัดการเรียนการสอนทางไกล หรือครูตู้ เข้าไปช่วยสอน เป็นต้น อย่างไรก็ตามในส่วนของการเรียนทางไกลนั้น ก็อยากให้มีครูเข้าไปช่วยสอนหมุนเวียน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเรียนกับครูโดยตรงบ้าง
“ที่ผ่านมาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา จะมีปัญหาเรื่องการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู ครูมีภาระงานมากเกินไป เพราะต้องมีทั้งหน้าที่สอน เป็นภารโรง ทำอาหารกลางวันให้นักเรียนรับประทาน ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนั้นการรวมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก จึงถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครู ยังทำให้เด็กได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพดีขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหากับชุมชน ที่ไม่สะดวกในการส่งลูกหลานเดินทางไปเรียนในพื้นที่อื่นที่ห่างไกลออกไป ” นายณรินทร์ กล่าว
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทราบว่า โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งมีการทดลอง รวมกลุ่มใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนที่มีศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ การเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่วนหนึ่งอาจเพราะ ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ ด้านวิชาการ ซึ่งเมื่อมีครูเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้โรงเรียนสามารถดูแลนักเรียนได้ครอบคลุม เกิดการบริหารจัดการที่ดี ขณะที่โรงเรียนที่ขาดผู้บริหารโรงเรียนน ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งเพิ่ม โดยสามารถมอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนที่มีศักยภาพ ดูแลโรงเรียนขนาดเล็กที่มารวมกลุ่มควบคู่ไปด้วย เชื่อว่า จะสามารถช่วยแก้ปัญหา การจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 29,152 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 15,3
27 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 52.58 ของโรงเรียนทั้งหมด ในจำนวนนี้ มีโรงเรียนสแตนอโลน หรือโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถยุบรวมได้ เพราะเด็กต้องเดินทางมาเรียนกว่า 4,349 โรงเรียน ดังนั้นหากสามารถยกร่างหลักเกณฑ์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กได้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาการจัดการศึกษาได้อย่างดี เพราะเด็กในโรงเรียนเหล่านี้จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากอัตราการเกิดที่ลดลง แต่จะไปเพิ่มในโรงเรียนขนาดใหญ่
ที่มา ; มติชนออนไลน์
สรุปสาระสำคัญ
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า สพฐ. เตรียมยกร่างระเบียบหลักเกณฑ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มจากโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน และไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งมีอยู่กว่าหลายพันแห่ง แนวทางนี้ไม่ใช่การยุบโรงเรียน แต่เป็นการรวมกลุ่มโรงเรียนใกล้เคียงเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น ครู อุปกรณ์ และงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนและลดภาระงานของครู อาคารว่างอาจปรับใช้ประโยชน์อื่น เช่น บ้านพักครู ด้านนายณรินทร์ ชำนาญดู นายก ส.บ.ม.ท. เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยเสนอให้จัดรูปแบบที่เหมาะสมตามพื้นที่ เช่น โรงเรียนห่างไกลให้ใช้การเรียนทางไกลหรือครูตู้ ทั้งนี้ การรวมกลุ่มโรงเรียนช่วยเพิ่มคุณภาพการเรียน ลดปัญหาขาดครู และไม่กระทบชุมชนจากการยุบโรงเรียน
ข้อสอบ
1.เหตุผลสำคัญที่ สพฐ. ต้องยกร่างหลักเกณฑ์บริหารโรงเรียนขนาดเล็กคือข้อใด
ก. เพื่อยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีคุณภาพ
ข. เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
ค. เพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก
ง. เพื่อปรับงบประมาณไปยังโรงเรียนขนาดใหญ่
2.โรงเรียนขนาดเล็กที่ สพฐ. จะดำเนินการก่อนคือกลุ่มใด
ก. โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 100 คน
ข. โรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คนและไม่มีผู้บริหาร
ค. โรงเรียนที่อยู่ในเมืองใหญ่
ง. โรงเรียนที่มีผู้บริหารครบทุกตำแหน่ง
3.การรวมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กมีเป้าหมายหลักข้อใด
ก. ลดภาระงานครูและเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน
ข. ลดจำนวนโรงเรียนในพื้นที่ชนบท
ค. เพิ่มงบประมาณให้กับโรงเรียนใหญ่
ง. ย้ายครูไปอยู่ในเขตเมือง
4.นายณรินทร์ ชำนาญดู เสนอแนวทางใดเพื่อให้เหมาะกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล
ก. ให้ยุบโรงเรียนแล้วจัดสอนรวมศูนย์
ข. ใช้การเรียนทางไกลหรือครูตู้หมุนเวียนไปสอน
ค. ส่งนักเรียนไปเรียนในเมือง
ง. ให้ชุมชนจัดการศึกษาด้วยตนเอง
คลิกเฉลย >>>