สมาชิกเข้าสู่ระบบ

การศึกษาขั้นพื้นฐานกับการเรียนการสอนออนไลน์

สพฐ. กับการสอนออนไลน์ โปรดฟังให้ชัดอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เรื่องการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยสาระสำคัญของการประชุม คือ การเตรียมความพร้อมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน และ สพฐ. เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้

รายละเอียดที่น่าสนใจ คือ การแบ่งการเรียนการสอนออนไลน์เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มอนุบาลถึงกลุ่มมัธยมศึกษาปีที่ 3 และกลุ่มมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถึงปีที่ 6 โดยมีจุดที่แตกต่างกันคือ กลุ่มแรกให้เรียนผ่านโทรศัพท์ และเว็บไซต์ (50 นาที) แล้วเปิดให้ถามตอบระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง (10 นาที) สำหรับกลุ่มมัธยมฯ 4-6 เรียนผ่านระบบ VTR (Videotape Recorder) จากครูต้นแบบ (30 นาที) หรือการฟังบรรยายจากระบบบันทึกภาพและเสียง จากนั้นก็ให้ครูประจำวิชาเปิดให้นักเรียนถามตอบ (20 นาที) ผ่านระบบ Video Conference นอกจากนั้นทุกอย่างเหมือนเดิม เช่น ตารางสอน เอกสารประกอบการเรียน ใบงาน แบบฝึกหัด เป็นต้น ด้วยสถานการณ์ที่เร่งด่วน สพฐ. ก็ยังคงเลือกวิธีการสอนแบบเดิม เพิ่มเติมคือการปรับระบบการสอนออนไลน์ด้วยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือสื่อสาร

ส่วนปัญหาสำคัญที่จะเกิดขึ้นต่อการเรียนการสอนออนไลน์ของ สพฐ. มีดังนี้

1) สัญญาณอินเตอร์เน็ตและเครื่องมือสื่อสารที่ใช้ไม่เสถียร สัญญาณไม่มีในพื้นที่ชนบทห่างไกล อุปกรณ์การสื่อสารของครูและนักเรียนเชื่อมต่อกันไม่ดี ทำให้ขาดคุณภาพในการสื่อสาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสนใจ และความตั้งใจของนักเรียน โดยเฉพาะระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 3

2) สาระวิชาที่สอนเหมือนกันหมดทั้งประเทศ เสมือนนักเรียน (กลุ่มเป้าหมาย) มีความพร้อมสำหรับการเรียนออนไลน์กันทั้งประเทศ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วพบว่า นักเรียนทั้งประเทศมีความพร้อมและพื้นฐานความรู้แตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่การสอนเหมือนกัน ในสาระวิชาเดียวกันทั้งประเทศ จะสร้างการเรียนรู้ของนักเรียน (กลุ่มเป้าหมาย) ในแบบเดียวกันทั้งหมด อาทิ สาระวิชาที่สอนสามารถสร้างผลสะท้อนจากนักเรียน 3 รูปแบบ คือ หนึ่ง สาระวิชาที่สอนง่ายเกินไป การเรียนน่าเบื่อ เพราะนักเรียนรู้เรื่องและเข้าใจหมด จึงไม่มีอะไรที่ท้าทายให้อยากเรียนรู้ สอง สาระวิชาที่สอนยากเกินไป เรียนไม่รู้เรื่อง ตามไม่ทัน รู้สึกกดดัน ทำให้ไม่อยากเรียน ไม่ตั้งใจเรียน และจบลงด้วยการไม่เรียน สาม สาระวิชาที่สอนเหมาะสมกับตัวนักเรียน ติดตามการสอนทัน ให้ความสนใจ ใส่ใจ และได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ นักเรียนกลุ่มหนึ่งและสอง มีจำนวนอยู่เท่าไหร่ ซึ่งด้วยการประมาณของผมน่าจะมีราวๆ 60% ของจำนวนนักเรียน (กลุ่มเป้าหมาย) ทั้งหมด ซึ่งสัดส่วนจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละโรงเรียน แต่ที่สำคัญก็คือ ระบบการเรียนการสอนออนไลน์ต้องไม่ปล่อยทิ้งนักเรียนจำนวนหนึ่งไป โดยเฉพาในกลุ่มที่มีความพร้อมต่ำ เพราะจะไปสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ขยายวงปัญหากว้างขึ้นไปอีก นี่เป็นสิ่งที่ สพฐ. ต้องตระหนักให้มากเกี่ยวกับปัญหาในเชิงระบบ ถ้ายังยืนยันที่จะทำการเรียนการสอนออนไลน์ในแบบที่ตั้งใจไว้

ต่อไปนี้เป็น 4 ข้อเสนอต่อ สพฐ. เพื่อปิดประตูของปัญหาต่างๆ ที่จะทำให้การเรียนการสอนออนไลน์ไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพได้อย่างสมบูรณ์ต่อนักเรียน (เป้าหมาย) ทั้งหมด

1) กระทรวงศึกษาธิการจะต้องลงทุนสร้างระบบเทคโนโลยีและการสื่อสาร เพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ให้มีเสถียรภาพ และสามารถรองรับจำนวนนักเรียนหลักล้านคน หรือมากกว่านั้นได้พร้อมกัน แน่นอนว่า เป็นการลงทุนที่มหาศาล แต่ถ้าเปลี่ยนโจทย์จากการเรียนในช่วงไวรัสแพร่ระบาดเท่านั้น เป็นการสร้างระบบการศึกษาใหม่ ที่มีอิสระในทุกเงื่อนไขสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียน ตรงนี้ก็จะทำให้สังคมมองเห็นคุณค่าที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

2) การสอนออนไลน์ไม่ใช่การเปิดโทรทัศน์ หรือเปิด VTR ให้นักเรียนดูพร้อมกัน แต่ต้องเป็นการสอนของครูผ่านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ที่สำคัญต้องเป็นการสอนรายชั้นเรียน ไม่ใช่เหมารวมสอนพร้อมกันทั้งประเทศ ดังนั้น วิธีการสอนของครูจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถันและเนื้อหาในสาระวิชาต้องเหมาะสมต่อเด็กที่อยู่ในชั้นเรียนทั้งหมด ไม่ว่าจะในเรื่องของความจำเป็นในการเรียนรู้ และระยะเวลาในการเรียนการสอน เพราะการสอนด้วยช่องว่างด้านระยะทางแบบนี้ ความสนใจจึงค่อนข้างมีระยะเวลาไม่มากนัก และการสังเกตภาษากายจากทางนักเรียนก็ทำได้ยาก การวางสมดุลของสาระวิชา กระบวนการสอน และเวลา จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนในระบบเช่นนี้

3) สาระวิชาที่สำคัญนั้น ครูควรสรุปเนื้อหานั้นออกมาเป็นภาพ เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจของนักเรียน กระบวนการสอนที่มีภาพประกอบเข้ามาช่วย จะทำให้นักเรียนติดตามประเด็นความคิด และการเคลื่อนที่ของประเด็นความคิดนั้นได้อย่างชัดเจน และง่ายต่อการทำความเข้าใจ การใช้ภาษาพูดอธิบายเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัดมากต่อการสื่อสารในเรื่องที่สลับซับซ้อน ยิ่งไปกว่านั้นภาพที่ทำด้วยรูปแบบและสีสันที่สวยงามยังสามารถช่วยดึงความสนใจของนักเรียนให้อยู่กับประเด็นความคิดที่ครูสอนได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงการใช้ภาพเป็นภาษา (Visual Language) ก็เป็นส่วนจำเป็นของการสอนออนไลน์ เช่นกันกับการทำภาพ Infographic ต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจสาระหลักของเรื่องนั้นได้ง่ายอีกด้วย

4) การเรียนการสอนออนไลน์ต้องให้การบ้านที่นักเรียนสามารถสร้างการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และประยุกต์หลักการเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้ ตรงนี้ต้องเป็นหน้าที่ของครูในการออกแบบการบ้านให้เกิดกระบวนการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการนำเนื้อหาในสาระวิชามาประยุกต์กับเหตุการณ์ในปัจจุบัน หรือสร้างสถานการณ์เสมือนขึ้นมา เป็นต้น ที่สำคัญ Google ต้องไม่มีคำตอบของคำถามในการบ้านเหล่านั้น เพราะกระบวนการที่ตั้งใจจะไม่สามารถเกิดขึ้นกับนักเรียนได้เลย ถ้าไปลอกคำตอบมาทั้งดุ้นอย่างง่ายดาย

ด้วยความเป็นห่วง สพฐ. ที่อาจหลงทางกับการเรียนการสอนออนไลน์ และอาจตกเป็นจำเลยสังคม ถ้าความตั้งใจที่ดีในเรื่องนี้ นำมาซึ่งความผิดพลาดต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ยิ่งเมื่อนำข้อเสนอทั้ง 4 มาเทียบเคียงกับแนวทางของ สพฐ. ในครั้งประชุมกับทาง ผอ.สพท. ที่ผ่านมา (10 เม.ย.) ก็ชัดเจนว่า ทั้งปัญหาเชิงระบบ และวิธีการสอนของครูที่ไม่ตอบโจทย์ คืองานใหญ่ที่ สพฐ. ต้องแก้ไขทันที ถ้าอยากเห็นการเรียนการสอนออนไลน์ที่จะเกิดขึ้นนี้มีประสิทธิภาพ

ท้ายที่สุด ก็ต้องขอย้ำให้ชัดอีกครั้ง เพื่อความเข้าใจที่ร่วมกันว่า การเรียนการสอนออนไลน์ คือการก้าวเข้าสู่ระบบของการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารอันทันสมัย เพื่อการเรียนรู้ที่กว้างไกลไร้ขอบเขตของนักเรียน ไม่ใช่แค่การเรียนการสอนทดแทนชั่วคราว ในช่วงเวลาที่ไวรัสเข้ามาแพร่ระบาดเท่านั้นนะครับ สพฐ.

ที่มา ; facebook กนก วงษ์ตระหง่าน (Kanok Wongtrangan)

 
 

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของ สพฐ. ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด19 โดยแบ่งผู้เรียนเป็นสองช่วง คืออนุบาลถึงม.3 และม.4ถึงม.6 ใช้สื่อออนไลน์ โทรศัพท์ วิดีโอ และระบบประชุมออนไลน์ร่วมกับครูผู้สอน แต่ยังคงโครงสร้างการสอนเดิมปรับเพิ่มเทคโนโลยี พบปัญหาสำคัญคืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร อุปกรณ์ไม่พร้อม ความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ ทำให้คุณภาพการเรียนออนไลน์แตกต่างกันอย่างมาก เนื้อหาการสอนแบบเดียวทั่วประเทศไม่สอดคล้องกับความพร้อมผู้เรียน ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์สามแบบ คือเรียนง่ายเกินไป เรียนยากเกินไป และเหมาะสม ซึ่งกระทบต่อแรงจูงใจ การมีส่วนร่วม และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างชัดเจน ข้อเสนอแนะประกอบด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับผู้เรียนจำนวนมาก การปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับระดับชั้นเรียน ไม่รวมศูนย์ระดับประเทศ การใช้สื่อภาพ อินโฟกราฟิก และการสื่อสารเชิงภาพเพื่อเพิ่มความเข้าใจ และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนให้พร้อมสำหรับศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างแท้จริง ตลอดจนการสร้างระบบประเมินผลที่สะท้อนความสามารถเชิงคิดขั้นสูงของผู้เรียน และสามารถนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การศึกษาไทยสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกระดับ รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของแต่ละบุคคล การวางระบบการศึกษาที่ดีต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างอนาคตการศึกษาที่มีคุณภาพและยั่งยืนสำหรับประเทศชาติ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในทุกกระบวนการ และมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้อย่างสูงสุด ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการศึกษาออนไลน์ของไทยมีความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้การพัฒนาการศึกษาออนไลน์ต้องไม่หยุดนิ่งและต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้เรียนทุกคนในระยะยาว และสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนมั่นคงและมีคุณภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาการศึกษา และมุ่งสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคตอย่างแท้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านระบบการศึกษาที่มีความทันสมัยและสอดคล้องกับยุคดิจิทัล ที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดได้อย่างแท้จริง และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบการศึกษาที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพในอนาคต รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคมอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมสำหรับทุกคน ในทุกภูมิภาคของประเทศโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นผ่านการศึกษาออนไลน์ที่มีคุณภาพ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาเพื่อความสำเร็จร่วมกัน ในการขับเคลื่อนระบบการศึกษายุคใหม่ของประเทศไทย ให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต อย่างแท้จริงเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนและประเทศชาติ ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงการศึกษา และต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมอย่างแท้จริง และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ผ่านระบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงของการศึกษาไทยในระยะยาว และพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างยั่งยืน ให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในอนาคตได้อย่างครบถ้วน โดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นแนวทางสำคัญ เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียม สำหรับผู้เรียนทุกคนอย่างแท้จริงในอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ อย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนไทยทุกคน ผ่านการศึกษาออนไลน์ที่มีคุณภาพสูง และมีความทันสมัยรองรับโลกดิจิทัล อย่างแท้จริงในทุกระดับการศึกษา เพื่อความยั่งยืนของระบบการศึกษา ไทยในอนาคตอันใกล้ อย่างมั่นคงยั่งยืน

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญที่สุดของการจัดการเรียนออนไลน์ตามบทความคือข้อใด
ก. ลดภาระครูผู้สอน
ข. ทดแทนการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ค. สร้างระบบการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและยั่งยืน
ง. เพิ่มจำนวนชั่วโมงสอนออนไลน์

เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น “ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างระบบยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงทดแทนชั่วคราว

 

ข้อ 2

ปัญหาสำคัญที่สุดของการเรียนออนไลน์ตามบทความคือข้อใด
ก. ครูไม่ใช้เทคโนโลยี
ข. อินเทอร์เน็ตไม่เสถียรและอุปกรณ์ไม่พร้อม
ค. นักเรียนไม่สนใจเรียน
ง. หลักสูตรไม่ทันสมัย

เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุชัดว่าปัญหาหลักคือโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึง

 

ข้อ 3

การใช้เนื้อหาเดียวกันทั่วประเทศส่งผลอย่างไร
ก. เพิ่มมาตรฐานเดียวกัน
ข. ลดความเหลื่อมล้ำ
ค. ทำให้ผู้เรียนเกิดผลลัพธ์แตกต่างและไม่เหมาะสม
ง. ทำให้การเรียนง่ายขึ้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้เรียนมีความพร้อมต่างกัน ทำให้เกิด 3 ผลลัพธ์ (ง่าย/ยาก/เหมาะสม)

 

ข้อ 4

แนวทางใดช่วยเพิ่มความเข้าใจผู้เรียนมากที่สุด
ก. เพิ่มการบ้านจำนวนมาก
ข. ใช้สื่อภาพและอินโฟกราฟิก
ค. เพิ่มเวลาบรรยาย
ง. ลดกิจกรรมกลุ่ม

เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้น Visual Learning ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นหัวใจของการออกแบบการบ้าน
ก. ให้จำเนื้อหา
ข. ให้ค้นคำตอบจาก Google
ค. เน้นคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา
ง. เน้นคัดลอกเนื้อหา

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องพัฒนาทักษะคิดขั้นสูง ไม่ใช่การท่องจำ

 

ข้อ 6

บทบาทของครูในยุคออนไลน์ควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้บรรยายเนื้อหาอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมการสอบ
ค. ผู้ออกแบบการเรียนรู้
ง. ผู้ให้คะแนนเท่านั้น

เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่สอน

 

ข้อ 7

แนวคิดสำคัญด้านผู้เรียนในบทความคือข้อใด
ก. ครูเป็นศูนย์กลาง
ข. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ค. เทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง
ง. หลักสูตรเป็นศูนย์กลาง

เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น learner-centered education

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สำคัญ
ก. ลดจำนวนวิชา
ข. ใช้ข้อสอบเดียวกัน
ค. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ง. เพิ่มคะแนนสอบ

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องแก้ที่ระบบอินเทอร์เน็ตและการเข้าถึง

 

ข้อ 9

การประเมินผลควรเน้นลักษณะใด
ก. ความจำ
ข. การท่องจำ
ค. การคิดวิเคราะห์
ง. การลอกคำตอบ

เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งทักษะคิดขั้นสูงและการประยุกต์ใช้

 

ข้อ 10

ข้อใดสะท้อน “ระบบการศึกษาออนไลน์ที่ยั่งยืน” มากที่สุด
ก. ใช้ชั่วคราวช่วงโควิด
ข. เน้นเปิดวิดีโอสอน
ค. พัฒนาเทคโนโลยี ครู และผู้เรียนอย่างครบระบบ
ง. ลดบทบาทผู้ปกครอง

เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องพัฒนาทั้งระบบ ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง

ความเห็นของผู้ชม