
ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนุ วงษ์จินดา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า จากนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย ของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งต้องการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาและมุ่งเน้นพัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ด้วยการขับเคลื่อนตามหลัก 3 ป. ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ประกอบกับเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุกราดยิงภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้มีหนังสือ เรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยในสถาน ศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดังนี้
1. กำหนดมาตรฐานการป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดวิธีการที่ชัดเจน และนำสู่การปฏิบัติ
2. ให้จัดทำแผนเฝ้าระวังเหตุและปฏิทินการดำเนินงานและวิธีการป้องกันการใช้ความรุนแรงให้ชัดเจน
3. สำรวจ คัดกรองเฝ้าระวังและติดตาม ดูแลพฤติกรรมนักเรียน นักศึกษาอย่างใกล้ชิด
4. ให้กวดขันนักเรียน นักศึกษา ให้อยู่ในระเบียบวินัยของสถาน ศึกษาอยู่เสมอและปฏิบัติตนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
5. จัดประชุมผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้ความรุนแรง
6. ให้สอดส่องดูแลมิให้บุคคลแปลกหน้าเข้าไปในสถานศึกษาโดยเด็ดขาดและ
7. เมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา ให้ผู้บริหารสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและรายงานให้ต้นสังกัดทราบโดยด่วน
ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์ 10 ต.ค. 2565
สรุปสาระสำคัญ
จากนโยบาย “สถานศึกษาปลอดภัย” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยขับเคลื่อนตามหลัก “3 ป.” ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การกำหนดมาตรฐานการป้องกันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดทำแผนเฝ้าระวังและปฏิทินการดำเนินงานที่ชัดเจน การคัดกรองและติดตามพฤติกรรมนักเรียนอย่างใกล้ชิด การกวดขันวินัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย การสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง การควบคุมบุคคลภายนอกไม่ให้เข้าสถานศึกษาโดยพลการ และการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีพร้อมรายงานต้นสังกัด มาตรการดังกล่าวสะท้อนการบริหารความปลอดภัยเชิงป้องกันและการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
ข้อสอบ
ก. การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรุนแรง
ข. การควบคุมสถานศึกษาโดยฝ่ายความมั่นคง
ค. การจัดการความปลอดภัยเชิงระบบและป้องกันล่วงหน้า
ง. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น
ข้อที่ 2 หลัก “3 ป.” ในการขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดภัย มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสิ่งใด
ก. เพิ่มอำนาจการควบคุมของผู้บริหาร
ข. ลดบทบาทผู้ปกครองในการดูแลนักเรียน
ค. สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและป้องกันเหตุซ้ำ
ง. เน้นการจับกุมและดำเนินคดีเป็นหลัก
ข้อที่ 3 หากสถานศึกษาพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยง ผู้บริหารควรดำเนินการใดสอดคล้องกับมาตรการ สอศ. มากที่สุด
ก. แจ้งตำรวจทันที
ข. คัดกรอง ติดตาม และดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ค. สั่งพักการเรียนโดยไม่สอบสวน
ง. เพิกเฉยเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
ข้อที่ 4 การจัดประชุมผู้ปกครองตามมาตรการความปลอดภัย มีวัตถุประสงค์หลักใด
ก. รายงานผลการเรียนของนักเรียน
ข. สร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการป้องกันความรุนแรง
ค. แจ้งบทลงโทษนักเรียนล่วงหน้า
ง. โอนความรับผิดชอบให้ผู้ปกครอง
ข้อที่ 5 เมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา การตัดสินใจใดสะท้อนบทบาทผู้บริหารตามนโยบายนี้มากที่สุด
ก. ปิดข่าวเพื่อป้องกันความเสียหาย
ข. รอคำสั่งจากต้นสังกัดก่อนดำเนินการ
ค. ประสานเครือข่าย แก้ไขทันที และรายงานโดยด่วน
ง. มอบหมายครูฝ่ายปกครองจัดการเพียงลำพัง
คลิกเฉลย >>>