
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมเวที “99 ขุนพลปฏิวัติการศึกษาไทย” จัดโดยสมาพันธ์ครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ร่วมกับคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ดีใจที่ ส.ค.ท.ใช้รัฐสภาเพื่อระดมสมองแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติ เราจะทำอย่างไรให้ครูไทย และการศึกษาไทย เด่นเหมือนกล้วยไม้ ที่ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เคยเปรียบเทียบไว้ว่า “กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น แต่ออกดอกคราวใด งามเด่น งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม”
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมท่านทั้งหลายที่รวมกลุ่มเป็นองค์กรของครูทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ตนเชื่อในความรู้สึกว่า การปฏิรูป คือการทำให้ดีขึ้น แต่การศึกษาไทยอ่อนแรง ง่อยเปลี้ย จนการปฏิรูปอาจจะไม่เพียงพอในความรู้สึกของพวกเรา แต่อาการอ่อนเปลี้ย ไม่มีแรงที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าของการศึกษาไทยนั้น ถึงขั้นที่ต้องเรียกว่าปฏิวัติ แม้หลายคนมองว่าใช้คำรุนแรง แต่ตนมองว่าจำเป็นต้องทำ ถ้าจะเป็นการผ่าตัด ต้องเป็นการผ่าตัดครั้งใหญ่
“เราทำงานร่วมกันในการระดมสมอง เพื่อเสนอชุดความคิดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูป หรือปฏิวัติ ในศตวรรษที่ 21 นี้แน่นอน การปฏิรูปนั้น ถ้าพูดให้แคบลง คือการแก้ไข การทำอะไรให้ดีขึ้น เราต้องทำดีขึ้นเรื่องอะไรบ้าง เรื่องสำคัญที่ผมคิด คือระบบการศึกษา ถ้าระบบไม่ดี เครื่องยนต์ไม่ดี เราจะใส่ยางดี เติมน้ำมันให้เต็มถัง ถ้าเครื่องไม่ดี ก็ไปไม่ฉลุย ฉะนั้น คงต้องยกเครื่อง ปรับคุณภาพทั้งระบบ ทั้งนี้ ถ้าให้ความสำคัญกับระบบอย่างเดียว แต่ไม่ดูคนขับ ก็ไม่ได้ ทั้งระบบ และคน ซึ่งคนก็คือผู้บริหาร ครู โรงเรียน โดยต้องรวมเด็กเข้าไปด้วย เพราะเด็กคือองค์กรสำคัญของการศึกษา เด็กต้องเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ใช่รัฐมนตรี หรืออธิบดี ที่เป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้าไม่มีเด็ก ไม่มีครู ไม่มีโรงเรียน ไม่มีตำรา จะขาดทรัพยากรที่ดีของมนุษย์” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอีกว่า ครูเป็นอาชีพชั้นสูง เพราะเป็นอาชีพที่ช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้บ้านเมือง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องที่สำคัญ ครูเป็นคนเจียระไน เป็นวิศกรที่สร้างเด็ก ทั้งนี้ ขอนำพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ “ครูที่แท้จริงนั้น ต้องเป็นผู้ทำแต่ความดี คือตั้งมั่น ขยัน และอุตสาหะพากเพียร ต้องเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และเสียสละ ต้องหนักแน่น อดทน และอดกลั้น สำรวม ระวังความประพฤติปฏิบัติของตน ให้อยู่ในระเบียบแบบแผนที่ดีงาม รวมทั้ง ต้องซื่อสัตย์ รักษาความจริงใจ วางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ” ฉะนั้น เด็กที่ต้องการปฏิรูปต่อไปนั้น ต้องเป็นคนที่ดี มีความรู้ และมีคุณธรรม อย่างไรก็ตาม ในสังคมยุคใหม่ จะพูดถึงคุณธรรม และความรู้ที่อยู่ในตำราอย่างเดียวไม่พอ เพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่การศึกษาไทยต้องมีเทคโนโลยี ให้เด็กสามารถเรียนออนไลน์ อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ต้องให้เด็กเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ แม้เรากลัวเด็กจะเล่นเกม แต่เกมต่างๆ ก็มีประโยชน์ ฉะนั้น ครูต้องพัฒนาในเรื่องการใช้เทคโนโลยีด้วย
“ครูไม่ควรจะทำแทนเด็ก บอกเด็กให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ครูควรเป็นผู้แนะนำ ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ด้วยตนเอง เราควรจะให้ครู และโรงเรียน เป็นผู้ให้การบริการตามความต้องการ ความสมัครใจของนักเรียน เราจะไม่ควรประเมินเด็กต่ำว่าเด็กไม่ฉลาด เด็กโง่ ต้องทำตามที่ครูแนะนำอย่างเดียว ในโอกาสที่วันครูปีนี้ ขอให้เป็นวันแห่งการปลดปล่อย เป็นวันอิสรภาพ เกิดการเรียนรู้ ขอให้ครูทุกท่านเป็นผู้นำแห่งจิตวิญาณ สร้างปัญญา สร้างความรู้ มีสติปัญญาพัฒนาการศึกษาให้มั่นคงแข็งแรงต่อไป” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
การศึกษาไทยต้อง ‘ปฏิวัติ-ผ่าตัดใหญ่’ ‘วันนอร์’ ชี้ต้องยกเครื่อง -ปรับคุณภาพทั้งระบบ แนะ ‘ครู’ ปรับบทบาทเป็น ‘ผู้นำแห่งจิตวิญญาณ’
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 19 มกราคม 2567
เกี่ยวข้องกัน
แนะ ศธ. ฟังเสียง น.ร.-ครู เร่งปรับปรุงห้องน้ำร.ร. ชี้ เรื่องเล็ก แต่กระทบสุขภาพกาย-จิต
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ห้องน้ำโรงเรียนในปัจจุบัน เป็นห้องน้ำที่เด็กไม่สามารถไปปลดทุกข์ได้ ไม่สอดคล้องกับ นโยบายเรื่องดีมีความสุข ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้ไว้ ทั้งที่ในความจริงแล้ว ห้องน้ำโรงเรียน ควรจะเป็นที่ ให้เด็กไปปลดทุกข์ แล้วมีความสุข กลับกลายทำให้เด็กมีความทุกข์มากขึ้น กลิ่น ความสกปรก ขาดการดูแลเอาใจใส่ ต้องกลั้นใจเข้า ซึ่งทำให้เด็กและครูจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจไม่เข้าห้องน้ำโรงเรียน อั้นไว้ และกลับไปเข้าห้องน้ำที่บ้าน
“สิ่งเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพของนักเรียนและครูอย่างมาก แม้เรื่องนี้เป็นประเด็นเล็กๆ เป็นเสียงเรียกร้องแค่ในวันเด็กวันครู แต่มันสำคัญกับสุขภาพจิต สำคัญต่อสุขอนามัย และสำคัญต่อชีวิตประจำวันของนักเรียนและครูเป็นอย่างยิ่ง ผมไม่อยากให้โพลผ่านแล้วจบไป ศธ.ต้องพิจารณาให้ดี ไม่ใช่เฉพาะเรื่องห้องน้ำเท่านั้น รวมถึงเสียงสะท้อนเรื่องเครื่องแบบ ทรงผม ยกเลิกวิชาลูกเสือ ลดภาระงานเอกสารของครู ให้ส่วนกลางสั่งงานน้อยลง เลิกครูเวร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เคยถูกนำมาพูดแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไข เมื่อไหร่ ศธ.จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาจริงๆ เสียที และให้ความสุขกับครูและนักเรียน”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ศธ. ควรจะนำโพลเหล่านี้มาคลี่ และมาเอาใจใส่ลงไป และช่วยกันแก้ให้เกิดความสำเร็จ เพราะมันสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 18 มกราคม 2567
บทความสะท้อนมุมมองต่อ “วิกฤตการศึกษาไทย” ที่ต้องก้าวข้ามเพียงการ “ปฏิรูป” ไปสู่การ “ปฏิวัติ” หรือการปรับเปลี่ยนเชิงระบบครั้งใหญ่ โดยเน้นว่าโครงสร้างระบบการศึกษาเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ หากไม่ดี การพัฒนาองค์ประกอบอื่นย่อมไม่เกิดผล จึงต้อง “ยกเครื่องทั้งระบบ” ควบคู่กับการพัฒนาคน ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และผู้เรียน โดยให้ “เด็กเป็นศูนย์กลาง” อย่างแท้จริง
ครูถูกมองเป็นวิชาชีพชั้นสูง มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้องยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และปรับบทบาทจากผู้สั่งการเป็น “ผู้อำนวยความรู้” ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติ และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังเน้นการศึกษายุคใหม่ที่ต้องผสมผสานความรู้ คุณธรรม และทักษะดิจิทัล รวมถึงการเปิดโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น การเรียนออนไลน์
อีกประเด็นสำคัญคือ “เสียงสะท้อนจากครูและนักเรียน” เช่น ปัญหาห้องน้ำโรงเรียน ซึ่งแม้เป็นเรื่องเล็กแต่กระทบคุณภาพชีวิต สุขภาพกายและจิตใจ สะท้อนว่าการพัฒนาการศึกษาต้องใส่ใจทั้งระบบใหญ่และรายละเอียดเล็กในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง
แนวคิด “ปฏิวัติการศึกษา” ในบทความหมายถึงข้อใด
ก. ปรับปรุงหลักสูตรบางรายวิชา
ข. เปลี่ยนครูใหม่ทั้งหมด
ค. ปรับเปลี่ยนเชิงระบบครั้งใหญ่
ง. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นการ “ผ่าตัดใหญ่” หรือยกเครื่องทั้งระบบ ไม่ใช่การแก้เฉพาะจุด
สิ่งใดเปรียบเสมือน “เครื่องยนต์” ของการศึกษา
ก. นักเรียน
ข. ระบบการศึกษา
ค. ครู
ง. งบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบบเป็นโครงสร้างหลัก หากไม่ดี องค์ประกอบอื่นจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้
แนวคิด “เด็กเป็นอันดับหนึ่ง” สื่อถึงอะไร
ก. ให้เด็กตัดสินใจทุกเรื่อง
ข. ลดบทบาทครู
ค. ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ง. เพิ่มกิจกรรมบันเทิง
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการจัดการศึกษา
บทบาทครูที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 คือข้อใด
ก. ผู้สั่งการ
ข. ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา
ค. ผู้ควบคุมวินัย
ง. ผู้อำนวยการเรียนรู้
เฉลย: ง
เหตุผล: ครูควรเป็นผู้แนะนำ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ข้อใด “ไม่สอดคล้อง” กับคุณลักษณะครูที่ดีตามบทความ
ก. ซื่อสัตย์
ข. อดทน
ค. ลำเอียงตามความชอบ
ง. เสียสละ
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ลำเอียง
เหตุใดการใช้เทคโนโลยีจึงสำคัญ
ก. เพื่อความทันสมัย
ข. ลดจำนวนครู
ค. รองรับการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
ง. แทนที่โรงเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้เรียนได้ทุกที่และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดเวลา
ปัญหาห้องน้ำโรงเรียนสะท้อนอะไร
ก. งบประมาณไม่พอ
ข. ปัญหาเล็กไม่สำคัญ
ค. คุณภาพชีวิตถูกมองข้าม
ง. นักเรียนไม่รักษาความสะอาด
เฉลย: ค
เหตุผล: แม้เป็นเรื่องเล็ก แต่กระทบสุขภาพและจิตใจ
หากผู้บริหารต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรเริ่มจาก
ก. เปลี่ยนเครื่องแบบ
ข. ยกเครื่องระบบและพัฒนาคน
ค. เพิ่มการสอบ
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องพัฒนา “ทั้งระบบและคน” ควบคู่กัน
แนวคิดใดสะท้อนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ก. ครูบรรยาย
ข. นักเรียนจดจำ
ค. นักเรียนลงมือปฏิบัติ
ง. ท่องจำตำรา
เฉลย: ค
เหตุผล: การลงมือทำช่วยให้เกิดการเรียนรู้จริง
แนวทางแก้ปัญหาการศึกษาที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด
ก. เน้นนโยบายส่วนกลาง
ข. ฟังเสียงครูและนักเรียน
ค. เพิ่มข้อสอบ
ง. ใช้เทคโนโลยีอย่างเดียว
เฉลย: ข
เหตุผล: การพัฒนาที่แท้จริงต้องอิงข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย