
ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก เกี่ยวกับการพัฒนการศึกษาว่า “การสร้างการศึกษาแบบเกาหลี สร้างโรงเรียนวิชาชีพ และสร้างโรงเรียนแห่งอนาคต”
ทุกปีที่มีการประกาศชื่อบริษัท 500 แห่งที่มียอดขายสูงสุดในโลกของฟอร์จูน โกลบอล 500 จะมีบริษัทของเกาหลีใต้อยู่ด้วยเกิน 10 บริษัท ทำให้มีคนสนใจว่าเกาหลีใต้ผลิตคนยังไงถึงสร้างบริษัทลำดับต้นๆ ของโลกได้ ทั้งขนาดและยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า พลังงาน การค้าปลีก และประกันภัย
เกาหลีใต้ประเทศเล็ก แต่เป็นผู้ส่งออกวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบันเทิง คนสนใจกันไม่น้อยว่า คุณทำยังไงถึงถีบจากประเทศที่มีสงครามและความวุ่นวายทางการเมือง ไปเป็นประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ในเวลาอันรวดเร็ว
คุณใช้ระบบการศึกษาแบบไหน ถึงได้ถีบตัวจากประเทศที่มีทรัพยากรน้อยไปสู่ประเทศที่ส่งออกสินค้าไฮเทคได้ในสัดส่วนเกือบจะร้อยละ 30 ของยอดการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมรวมเครื่องมือที่ทำให้เกาหลีใต้พุ่งขึ้นไปอย่างนี้ได้คือการพัฒนาคนผ่านระบบการศึกษาอย่างเคร่งครัดและมุ่งมั่น
พ.ศ.2551 เกาหลีใต้เอาโรงเรียนมัธยมศึกษาสายอาชีพ ที่เรียกว่า Meister High School มาใช้วางรากฐานของการสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา
พอถึง พ.ศ.2559 เกาหลีใต้มีโรงเรียนมัธยมศึกษาสายวิชาชีพแบบนี้มากถึง 47 แห่ง ทั้งหมดเป็นโรงเรียนที่เน้นให้คนเรียนสายเทคนิคที่มีคุณภาพสูงเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญ
เกาหลีใต้ให้นักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายสายวิชาชีพไปฝึกงานอุตสาหกรรมในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฯลฯ เพื่อให้นักเรียนฝึกปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมข้ามประเทศ ใครที่จบจากโรงเรียนมัธยมปลายสายวิชาชีพสามารถเลื่อนเกณฑ์ทหารได้นานถึง 4 ปี เพราะรัฐบาลต้องการให้คนที่จบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมาสะดุดหยุดลงเพราะต้องไปเกณฑ์ทหาร แต่พอถึงคราวต้องทหารเกณฑ์ก็ได้สิทธิทำงานตามความถนัดพิเศษ
ผลการสำรวจโรงเรียนมัธยมศึกษาสายวิชาชีพ ความสำเร็จที่เห็นชัดเลยก็คือ ‘คนที่จบจากโรงเรียนแบบนี้ไปมีงานทำสูงกว่าร้อยละ 90’ และ ‘บริษัทที่จ้างผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนเหล่านี้ไปทำงานพอใจมาก’เกาหลีใต้เป็นประเทศที่คิดนวัตกรรมการศึกษาของมนุษยชาติอยู่ตลอดเวลา เพราะต้องการใช้การศึกษาดันประเทศตัวเองให้ไปอยู่ในแถวหน้าของโลกในทุกด้าน
คุยกับนักการศึกษาเกาหลีใต้ เราถึงได้รู้ว่าใต้สมองของคนพวกนี้คิดแต่เรื่องการศึกษาระดับโลกและก็ทำการทดลองซ้ำๆ ย้ำๆ เพื่อค้นหาวิธีการเรียนการสอนระดับโลก
พ.ศ.2558 เกาหลีใต้ทดลองตั้งโรงเรียนแห่งอนาคตมากถึง 134 โรงเรียน นักเรียนทั้งหมดใช้ตำราดิจิทัลเพื่อขยายแหล่งข้อมูลที่แต่เดิมอยู่แต่แค่ในตำราเรียน หรือมาจากครูผู้สอนเท่านั้น
กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ยังต้องการให้มนุษย์มีการศึกษาเพื่อความสุข ให้มีความคิดแบบสร้างสรร จึงออกคำสั่งยกเลิกการสอบแบบเดิมที่ทั้งประเทศใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน
ตอนนี้ เกาหลีใต้กระจายอำนาจให้แต่ละมหาวิทยาลัยมีสิทธิในการเลือกใช้วิธีเฉพาะของตนในการคัดนักเรียนเข้าไปเป็นนักศึกษาในสถาบันของตนเองแล้วครับเดิมเกาหลีใต้เคยสอนคนให้เก่งในตำรา บางคนจึงจบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยม แต่ทำงานไม่เป็น
จากการค้นคว้าวิจัยหาระบบการศึกษาใหม่ๆ พบว่า คนเราต้องเรียนรู้พร้อมกับการทำงาน เกาหลีใต้จึงสร้างโรงเรียนมัธยมต้นแบบมาทดลองก่อน เป็นโรงเรียนที่มีความร่วมมือระหว่างภาควิชาการกับภาคอุตสาหกรรมให้นักเรียนเรียนพร้อมกับการทำงาน ปรากฏว่าได้ผลดีมาก สามารถผลิตบุคคลากรออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนถึงตอนนี้ก็จึงเร่งขยายแนวทางทางการศึกษาแบบนี้ออกไปให้ครอบคลุมทั้งประเทศ
แทนที่จะเอาประวัติศาสตร์และความขัดแย่้งมาสอนให้คนเกลียดกัน หรือโจมตีกัน เกาหลีใต้กลับสอนเยาวชนให้มีการศึกษาเพื่อการรวมประเทศ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับต่อไปในอนาคตที่เกาหลีใต้จะต้องรวมกับเกาหลีเหนือ เพื่อกลายเป็นเกาหลีประเทศเดียวกันโดยสันติวิธี เกาหลีใต้จึงสอนเพื่อให้นักเรียนของตนเองมีความเข้าใจคนเกาหลีเหนือด้วย
สนทนากับนักการศึกษาชาวเกาหลีใต้ทำให้อิ่มและมีความสุขที่ได้ทราบว่าประเทศหนึ่งบนโลกใบนี้เอาจริงเอาจังกับการพัฒนาคนของตนเองอย่างมุ่งมั่น.รวมกันได้เมื่อไหร่ คงยิ่งมีเพาเวอร์ มากกว่านี้อีกหลายเท่า
ประเทศอื่นๆ ก็แนวเรียนแบบปฏิบัติ เหมือนเกาหลีนี่แหละ เช่น
นักเรียนมัธยมของจีนเรียนสร้างตึก สร้างจรวด ดาวเทียมมีอุปกรณ์พร้อม ประเทศจึงสร้างตึกมากมาย สร้างดาวเทียม สร้างขีปนาวุธ
โรงเรียนวิชาชีพในยุโรปก็เช่นกัน จะเน้นตามจุดมุ่งหมายการสร้างอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศ ไม่ว่าอุตสาหกรรมใดจะมีโรงเรียน มหาวิทยาลัยสร้างคนขึ้นมาสนับสนุน มหาวิทยาลัยบอคคอนี่ที่มิลานของอิตาลี เน้นสิ่งทอตั้งแต่ออกแบบ เดินแบบ เคมีพันธ์ วัตถุดิบ การค้าต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ เครื่องจักร
สวิสนี่มีเพียบ สายวิชาชีพ เดนมาร์กมีโรงเรียนเรื่องปศุสัตว์ที่ดีมาก ยากเรียนต้องได้เรียน เรียน แล้วมีเงิน มีงาน มีกิจการ ต่างของไทยสร้างคนแบบไม่ครบวงจร ไม่เชื่อมต้นน้ำ ปลายน้ำ
คอมมูนิตี้ คอลเลจของอเมริกาสอนวิชาทีเป็นจุดเด่นของรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ แมคโดแนลด์ เจอโควิตอุตสาหกรรมเขายังอยู่
เรียนอะไร สอนอะไร ประเทศก็เป็นไปตามนั้น เอาดีให้ได้ซักเรื่อง จะอยู่รอด
ที่มา ; ไทยโพสต์ 21 มิถุนายน 2565
บทความกล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาการศึกษาของเกาหลีใต้ที่มุ่งเน้นการสร้าง “คน” เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เกาหลีใต้แม้เป็นประเทศขนาดเล็กและเคยเผชิญสงคราม แต่สามารถพัฒนาเป็นประเทศพัฒนาแล้วใน OECD และมีบริษัทระดับโลกจำนวนมาก สาเหตุสำคัญมาจากการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมสายอาชีพ Meister High School เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และขยายเป็นหลายสิบแห่งทั่วประเทศ พร้อมส่งนักเรียนฝึกงานต่างประเทศเพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง
รัฐบาลยังสนับสนุนให้ผู้เรียนสายอาชีพมีเส้นทางอาชีพที่มั่นคง เช่น การเลื่อนการเกณฑ์ทหาร และโอกาสได้งานสูงกว่า 90% นอกจากนี้ยังพัฒนา “โรงเรียนแห่งอนาคต” ใช้สื่อดิจิทัล ลดการสอบแบบเดิม และกระจายอำนาจให้มหาวิทยาลัยคัดเลือกนักศึกษาเอง เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
แนวคิดสำคัญคือ “เรียนรู้ควบคู่การทำงาน” ผ่านความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและอุตสาหกรรม รวมถึงการสอนเพื่อความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันในอนาคต เช่น การรวมประเทศอย่างสันติ บทความยังเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่เน้นการเรียนเชิงปฏิบัติ เพื่อชี้ว่า “การศึกษาเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ”
ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกาหลีใต้พัฒนาประเทศได้รวดเร็วคือข้อใด
ก. การส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ
ข. การพัฒนาระบบการศึกษาเชิงคุณภาพ
ค. การพึ่งพาเงินช่วยเหลือต่างประเทศ
ง. การลดจำนวนประชากร
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าการพัฒนาคนผ่านการศึกษาเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจ
จุดเด่นของ Meister High School คืออะไร
ก. เน้นสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ข. เน้นผลิตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ค. เน้นท่องจำตำรา
ง. เน้นกีฬาเป็นหลัก
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นโรงเรียนสายอาชีพเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ผลลัพธ์สำคัญของผู้จบสายวิชาชีพในเกาหลีใต้คืออะไร
ก. ตกงานจำนวนมาก
ข. ทำงานต่างประเทศเท่านั้น
ค. มีงานทำสูงกว่า 90%
ง. ต้องเรียนต่อทุกคน
เฉลย: ค
เหตุผล: ข้อมูลระบุอัตราการมีงานทำสูงมากกว่า 90%
แนวคิด “โรงเรียนแห่งอนาคต” ของเกาหลีใต้เน้นอะไร
ก. การใช้ตำราแบบกระดาษเท่านั้น
ข. การยกเลิกเทคโนโลยี
ค. การใช้สื่อดิจิทัลและลดการสอบแบบเดิม
ง. การเพิ่มการท่องจำ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นดิจิทัลและลดระบบสอบมาตรฐานเดิม
เหตุใดเกาหลีใต้ส่งนักเรียนไปฝึกงานต่างประเทศ
ก. เพื่อย้ายถิ่นฐาน
ข. เพื่อเพิ่มประสบการณ์จริงและการปรับตัว
ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียนในประเทศ
ง. เพื่อแข่งขันกีฬา
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อพัฒนาทักษะและการปรับตัวในสภาพแวดล้อมจริง
แนวคิดการเรียนรู้ของเกาหลีใต้ในปัจจุบันคือข้อใด
ก. เรียนทฤษฎีอย่างเดียว
ข. เรียนควบคู่การทำงาน
ค. เรียนเพื่อสอบเท่านั้น
ง. เรียนแบบแยกจากอุตสาหกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้น “เรียนรู้พร้อมการทำงาน” ผ่านความร่วมมือกับอุตสาหกรรม
การกระจายอำนาจมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้มีผลอย่างไร
ก. ใช้ข้อสอบกลางประเทศ
ข. มหาวิทยาลัยเลือกนักศึกษาเองได้
ค. ยกเลิกมหาวิทยาลัยทั้งหมด
ง. ลดคุณภาพการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อให้แต่ละสถาบันมีอิสระในการคัดเลือกนักศึกษา
จุดอ่อนของระบบเดิมที่เกาหลีใต้เคยเผชิญคืออะไร
ก. คนทำงานไม่เป็นแม้เรียนเก่ง
ข. ไม่มีโรงเรียนเพียงพอ
ค. ไม่มีครูผู้สอน
ง. ไม่มีเทคโนโลยี
เฉลย: ก
เหตุผล: เน้นท่องจำ ทำให้ขาดทักษะปฏิบัติ
การสอนเรื่องความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ–ใต้มีเป้าหมายใด
ก. ส่งเสริมความขัดแย้ง
ข. เตรียมความเข้าใจเพื่อการรวมประเทศอย่างสันติ
ค. สร้างความเกลียดชัง
ง. เน้นการแข่งขันทางทหาร
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งสู่การรวมประเทศอย่างสันติในอนาคต
บทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยสามารถนำไปใช้ได้คือข้อใด
ก. เน้นสอบอย่างเดียว
ข. แยกการศึกษาออกจากอุตสาหกรรม
ค. เชื่อมการศึกษาเข้ากับการทำงานจริง
ง. ลดการเรียนสายอาชีพ
เฉลย: ค
เหตุผล: การเชื่อมต้นน้ำ–ปลายน้ำระหว่างศึกษาและอุตสาหกรรมเป็นหัวใจของความสำเร็จ