สมาชิกเข้าสู่ระบบ

"จบที่ไหนมา ทำไมโง่เหมือนควาย" วลีเด็ดปลัดกระทรวงมหาดไทย

 ม.สยาม ตอบกลับปม ‘ปลัดมท.’ ด่าข้าราชการโง่เป็นควาย 

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงอยู่ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ ภายหลังจากที่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการประชุมออนไลน์ของข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย และช่วงหนึ่งปรากฏการใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ “ทำไมมันโง่แบบนี้”, “เรียนจบที่ไหนมา” รวมถึงการพูดในเชิงดูหมิ่นสถาบันการศึกษาของผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ไม่มีความรู้เพราะไม่ได้เรียนสถาบันเดียวกันกับตนนั้น 

"คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม" เคลื่อนไหว หลังปมร้อน "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" เยาะเย้ยศิษย์เก่า ด่าลั่นโง่เป็นล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสพูดถึง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ ระบุว่า “คุณธรรมนักปกครองของสิงห์สยาม” 

‘หลักของคุณธรรม คือ การคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ก่อนจะพูดจะทําสิ่งไร จําเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน เพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่น และจิตสว่างแจ่มใส ซึ่งเมื่อฝึกหัดคุ้นเคยชํานาญแล้ว จะกระทําได้คล่องแคล่ว ช่วยให้สามารถแสดงความรู้ความคิดในเรื่องต่างๆ ให้ผู้ฟังได้เข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิด ทั้งหลักวิชา ทั้งหลักคุณธรรม…’

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

10 กรกฎาคม 2535 

คุณธรรมนักปกครอง ที่คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ยึดถือเป็น เป้าหมายของการผลิตบัณฑิต คือ การสร้างบัณฑิตที่เป็นนักปกครอง ที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถทางการปกครอง การบริหาร และการพัฒนารัฐ บนรากฐานการธำรงไว้ซึ่งคุณธรรมในทางปฎิบัติ หรือหลัก 3 G ได้แก่ Good Great และ Governance โดยเก่งทั้งเรื่องงานและเก่งทั้งเรื่องคน มีคุณธรรมในการทำงานและการใช้ชีวิต รวมทั้งการธำรงความเป็นไทย 

ทั้งนี้ คุณธรรมประการหนึ่ง คือ “คุณธรรมของผู้นำ” คณะรัฐศาสตร์สนับสนุนการใช้ภาวะผู้นำอย่างสร้างสรรค์ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเคารพในหลักนิติธรรม ดังนั้น ผู้นำจึงต้องมีทั้งความรอบรู้และความรอบคอบ วางตนให้เหมาะสมกับทุกภาวการณ์ ธำรงไว้ซึ่งคุณธรรมเพื่อประโยชน์สุขของสังคม อีกทั้งทุกการกระทำและคำพูดย่อมถูกกลั่นกรองด้วยความเหมาะสม ดังคำสอนหนึ่งที่ว่า “ก่อนจะพูดเราเป็นนาย แต่พูดไปแล้ว คำพูดกลายเป็นนายเรา” เมื่อกล่าวสิ่งใดแล้วนักปกครองย่อมต้องรับผิดชอบในทุกคำพูดและการกระทำ 

ด้วยเหตุนี้ บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ซึ่งเป็นนักปกครองของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม จึงต้องเป็นนักปกครองรุ่นใหม่ที่เก่งงาน เก่งคน ปฏิบัติงานด้วยหลักคุณธรรม นิติธรรม และความเป็นไทย เพื่อพัฒนาสังคมไทยบนรากฐานความยั่งยืน 

ขอบคุณข้อมูลจาก @คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม 

ที่มา ; เดลินิวส์ 1 มกราคม 2566 

ข่าวเกี่ยวกัน

ปลัดมหาดไทย โพสต์ขอโทษใช้ถ้อยคำรุนแรง ปัดดูถูก ชี้เป็นบทเรียนล้ำค่า 

กรณี คลิปที่แชร์กันรัว ๆ เป็นที่อื้ออึง นาที ปลัดมหาดไทย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ พูดกับข้าราชการที่เข้าร่วมประชุม ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ขอโทษแล้ว ยันไม่มีเจตนาดูถูกเหยียดหยาม 

วันที่ 30 ธันวาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีที่มีคลิปเผยแพร่การประชุมติดตามงานจังหวัด กรม และรัฐวิสาหกิจ ประจำเดือนธันวาคม 2565 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และช่วงหนึ่งปรากฏการใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามผู้เข้าร่วมประชุม 

เรียนพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านครับ ผลจากการประชุมติดตามงานจังหวัด กรม และรัฐวิสาหกิจของผมประจำเดือนธันวาคม 2565 ผ่านระบบ VIDEO CONFERENCE ที่ผมและผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนพี่ ๆ น้อง ๆ อีก 76 จังหวัดอยู่ที่ห้องประชุมจังหวัด มีแต่เรื่องงานที่ผมในฐานะผู้นำหน่วยฝ่ายประจำให้ผู้บริหารส่วนกลาง คืออธิบดีทุกกรม ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยชี้แจงผลการดำเนินงานและติดตามงาน มีประเด็นที่ถูกนำไปแชร์กันมาก คือ เรื่องผมด่าผู้แทนขององค์การตลาดด้วยคำหยาบคาย” 

นายสุทธิพงษ์ระบุว่า “ผมเองต้องยอมรับว่าพูดจริง เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม ต้องขอโทษทุกท่านด้วยครับ เพราะไม่พอใจที่นำเรื่องเก่าที่เคยนำเสนอมาหลายครั้งแล้ว และไม่มีการนำเสนอผลงานใหม่หรือเรื่องที่ผมคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน จึงทำให้ไม่ทันยั้งคิดและเกิดถ้อยคำรุนแรง ไม่เหมาะสม 

สำหรับเรื่องถ้อยคำขอน้อมรับด้วยความเสียใจ และขอกราบเรียนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่ดูหมิ่นสถาบันการศึกษาใด ๆ เลย ในฐานะที่ผมเองเป็นนักเรียนโรงเรียนวัด โรงเรียนต่างจังหวัด อยากให้ทุกคนช่วยกันพัฒนางาน ไม่ใช่เสนออะไรไม่รู้เรื่อง แต่ขอย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่รับราชการมา มีเจตนาเพื่อประชาชน เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง 

เหตุการณ์ครั้งนี้จะใช้เป็นเครื่องเตือนใจ ให้ใจเย็น และคิดทบทวนให้รอบคอบยิ่งขึ้น ขอเรียนยืนยันว่าผมเคยแจ้งพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวมหาดไทยทุกคนให้ทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าผมเป็นคนพูดจาสไตล์ลูกทุ่ง อาจมีการดุด่าลูกน้อง เพื่อเร่งรัดงานเพื่อพี่น้องประชาชน 

แต่ในชีวิตรับราชการมา 34 ปีเศษแล้ว ผมไม่เคยด่าพี่น้องประชาชน มีแต่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำตัวเหมือนลูกหลานญาติมิตร เพราะผมตระหนักถึงฐานะข้าราชการผู้มีหน้าที่รับใช้ประชาชน ผมทำความเข้าใจกับทุกคนมาหลายครั้งแล้วว่านิสัยผมเป็นเช่นนี้ แต่น้ำใสใจจริงไม่ใช่ด่าลูกน้องเพราะเจ็บแค้นโกรธเคือง 

ขอยืนยันครับ กรณีดังกล่าวมีการรายงานที่ประชุมถึงสิ่งที่จะทำ แต่เป็นการนำเรื่องที่เคยนำมาแจ้งที่ประชุมแล้วหลายต่อหลายครั้ง (ประชุมเดือนละครั้ง) ผมก็ต่อว่าไปว่านำเรื่องที่เคยมานำเสนอหลายครั้งแล้ว แถมยังไม่มีเรื่องความคืบหน้าของงานที่เป็นรูปธรรมใด ๆ มาแจ้งเลย ก็คุยกันในที่ประชุม ถามมาตอบไปตามสไตล์ของผม คนที่อยากให้ข้าราชการขับเคลื่อนงานให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คนตอบตอบไม่รู้เรื่อง

แน่นอนผมเป็นผู้นำที่อาจไม่ดีในสายตาของใครหลายคนได้ แต่รับรองไม่ได้มีเจตนาดูถูกเหยียดหยามใคร ๆ ผมมีจุดมุ่งหมายต้องการให้ทุกคนในมหาดไทยทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง เพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อประเทศชาติโดยรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และยืนยันว่าเป็นการประชุมภายในของผมและเพื่อนร่วมงาน 

ผมในฐานะคนชนบทโดยกำเนิด อาจจะชินกับการพูดเสียงดัง บางครั้งอาจพูดจาดุ ผมต้องกราบขออภัยทุกท่านที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม เป็นบทเรียนที่ล้ำค่าที่ต้องนึกถึงคำเตือนของภรรยาผม นึกถึงผู้ใหญ่ที่เคยตักเตือนแนะนำในเรื่องนี้กับผมหลายต่อหลายครั้ง ว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเลิกการด่าลูกน้องด้วยคำพูดที่สังคมกำลังตำหนิผม แม้ว่าผมจะแก่แล้ว ใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว กราบขอบพระคุณ, ขอบคุณ ทุกท่านที่ตำหนิติเตียนผมด้วยความหวังดี ซึ่งรวมทั้งลูกสาวและภรรยาที่รักของผมด้วย ไม่ใช่เฉพาะคนภายนอก 

และขอเรียนยืนยันว่าผมมีความมุ่งมั่นเกินร้อยที่จะทำหน้าที่ของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ดี เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนให้หนักกว่าเดิมในปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ เพราะเวลาของการเป็นข้าราชการที่จะได้ทำงานช่วยเหลือประเทศชาติประชาชนของผมเหลือน้อยมาก ใกล้ถึงเวลาเกษียณอายุราชการแล้ว ขออภัยทุกท่านกับคำพูดที่แย่ ๆ ของผมในการประชุมอีกครั้งหนึ่ง

และขอถือโอกาสนี้อัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่าน และครอบครัว ประสบสิ่งที่ดีงาม สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจร่าเริงแจ่มใส ทำการสิ่งใดในทางที่ชอบประกอบด้วยผล ก็ขอให้สำเร็จและไม่จน ไม่เจ็บ กันทุกคนทุกท่านด้วยเทอญ” 

ข่าวเกี่ยวกัน

แฉคลิป ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถามกลางที่ประชุม "จบที่ไหนมา ทำไมโง่เหมือนควาย"

วานนี้ (29 ธ.ค.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โพสต์คลิปที่อัดมาจากการประชุมออนไลน์ ของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม โดยช่วงที่ตัดมา มีตอนที่นายสุทธิพงษ์ ถามผู้ใต้บังคับบัญชาเรื่อง อุปสงค์กับอุปทานเท่ากัน ภาษาทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่าอย่างไร เมื่อคำตอบได้ไม่ตรงตามที่คิด ก็มีการตอบกลับในลักษณะขำขัน แต่คำพูดส่อไปทางเหยียดการศึกษา และใช้คำพูดที่รุนแรง โดยบทสนทนาระบุว่า

·      ปลัดมหาดไทย : อุปสงค์เท่ากับอุปทาน ภาษาเศรษฐศาสตร์เขาคืออะไร รู้ป่ะ มีศัพท์ว่าไงนะ

           ข้าราชการ : ดีมานด์ ซัพพลายครับท่าน

·      ปลัดมหาดไทย : (หัวเราะ) โธ่เอ้ย จบอะไรมาวะ

           ข้าราชการ : จบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ครับ

·      ปลัดมหาดไทย : ทำไมโง่อย่างนั้นวะ คุณรุ่นอะไร

          ข้าราชการ : รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ประเทศครับ

·      ปลัดมหาดไทย : โง่เป็นควายเลยไอ้เxยเอ้ย

·      ปลัดมหาดไทย : เข้าปีไร

           ข้าราชการ : ปริญญาโทครับท่านครับ

·      ปลัดมหาดไทย : อ๋อๆๆ กูว่าแล้ว เพราะคนที่เรียนรัฐศาสตร์จุฬาฯ เขาเรียนเศรษฐศาสตร์สองตัว อุปสงค์เท่ากับอุปทานเรียกว่า ตลาดสัมบูรณ์ คุณเอาความต้องการราชทัณฑ์และมาบอกว่าเท่ากับซัพพลายของภาคเกษตร มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ ถ้าใช่ คุณต้องพาสินค้าเกษตรออกนอกทำไมเล่า คุณมีตลาดสัมบูรณ์แล้ว คุณต้องช่วยอะไรเล่า จบปริญญาตรีที่ไหนหล่ะ

ข้าราชการ : มหาวิทยาลัย....ครับท่านครับ

·      ปลัดมหาดไทย : กูว่าแล้ว แล้วคุณไปเรียนรัฐศาสตร์จุฬา ปริญญาโท ภาคผู้บริหารหรือภาคปกติ

          ข้าราชการ : โครงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

·      ปลัดมหาดไทย : แปลว่าไรวะ

          ข้าราชการ : เป็นหลักสูตรหลังเลิกเรียนครับท่านครับ

·      ปลัดมหาดไทย : เฮ้ย! คุณไปคุยคณบดี ดีๆ นะมึง โธ่ มหาวิทยาลัยเดี่ยวนี้ชอบหาตังค์ เปิดหลักสูตรไรไม่รู้มั่วไปหมด คำถามคือคุณภาพ มาตอบเป็นโจ๊ก เฮ้อ!

 

 โดย นายวิโรจน์ ได้ระบุข้อความประกอบคลิป ระบุว่า "การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้คำพูดเหยียดหยามศักดิ์ศรี และดูถูกการศึกษาของผู้ใต้บังคับบัญชาแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทำไมมันโง่อย่างนั้นวะ จบอะไรมาวะ โง่เป็นควายเลยไอ้เxี้ยเอ๊ย ฯลฯ รมว.มหาดไทย ต้องตอบคำถามประชาชน และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่า คนแบบนี้ยังสมควรเป็นปลัดกระทรวงหรือไม่" 

ที่มา ; sanook

ข่าวเกี่ยวกัน

ทนายสงกานต์ โร่แจ้งความเอาผิด "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" ปมคลิปเหยียด ม.เอกชน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ที่ สภ.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ในฐานะศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสยาม เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้พิจารณาดำเนินคดีอาญากับปลัดกระทรวงมหาดไทย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำตะกร้อครอบปาก ที่ใช้ครอบปากสุนัข เพื่อป้องกันการกัดมาเป็นสัญลักษณ์ด้วย 

ทั้งนี้ นายสงกานต์ กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 65 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในที่ประชุมในระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย แล้วกล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชา ดังปรากฏตามคลิปที่ถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย และมีช่วงเวลาหนึ่งได้กล่าวว่า

ปลัดมหาดไทย : มึงจบอะไรมาวะ
ข้าราชการ : รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ครับ
ปลัดมหาดไทย : เหรอ เฮ้ย ทำไมโง่อย่างนั้นวะ รุ่นอะไร
ข้าราชการ : รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครับ
ปลัดมหาดไทย : โง่เป็นควาย ไอ้XXXเอ้ย เข้าปีอะไร
ข้าราชการ : ปริญญาโทครับ
ปลัดมหาดไทย : อ๋อ...กูว่าแล้ว แล้วจบปริญญาตรีที่ไหน
ข้าราชการ : มหาวิทยาลัยสยามครับ
ปลัดมหาดไทย : โอ้ กูว่าแล้ว
 

ดังนั้นการกระทำดังกล่าว ตนเองเห็นว่าเป็นข้อความที่ถ้อยคำลดคุณค่าของมหาวิทยาลัยสยามให้ลดน้อยลง อันเป็นการบิดเบือนโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อตนเอง ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าผู้ใดจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสยามนั้น ไม่มีคุณค่า หรือไม่มีคุณภาพ ทำให้ขาดความเชื่อมั่น หรือการยอมรับจากบุคคล หรือนิติบุคคลหรือหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน อันเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายต่อส่วนตัวและมหาวิทยาลัยสยาม เหตุเกิดที่กรุงเทพฯ และตำบลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ป่าตอง เป็นแห่งแรก 

ทนายสงกานต์ โร่แจ้งความเอาผิด "สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ปมคลิปดูถูกผู้ใต้บังคับบัญชา ลั่น "มึงจบอะไรมาวะ" ชี้บิดเบือน ลดคุณค่ามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง 

ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์ 

ข่าวเกี่ยวกัน

จี้ “บิ๊กป๊อก” สอบจริยธรรม สั่งปลดปลัดมหาดไทย ดูถูก-บูลลี่ผู้ใต้บังคับบัญชา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กในวันนี้ (31 ธ.ค. 2565) ถึงกรณีที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้คำพูดผรุสวาทดูหมิ่นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2565 โดยมีการถ่ายทอดระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานในสังกัดหลายจังหวัด และคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดียเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และตำหนิอย่างรุนแรงของสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ 

แม้ นายสุทธิพงษ์ จะออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยอมรับว่าพูดจริง แต่ภาคเสธว่าไม่มีเจตนาจะดูถูกสถาบันการศึกษาใดๆ เป็นคนพูดจาสไตล์ลูกทุ่ง อาจมีการดุด่าลูกน้องเพื่อเร่งรัดงาน เรื่องถ้อยคำขอน้อมรับด้วยความเสียใจ และขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่ดูหมิ่นสถาบันการศึกษาใดๆ เลยนั้น 

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า เป็นการแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ นายสุทธิพงษ์ มีวุฒิภาวะเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย จบการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก ย่อมต้องรู้กาลเทศะในการใช้คำพูดดี การออกมาภาคเสธดังกล่าวไม่มีน้ำหนักที่สังคมจะรับฟังได้

ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าวอาจส่อไปในทางขัดต่อ ข้อ 2 (2) และ (7) ของประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ที่ออกตามความในมาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ประกอบระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ การจัดทำประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2563 ที่กำหนดว่า ข้าราชการต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ พึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน...”
 

อีกทั้งยังขัดต่อแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการฯ ตามหนังสือสั่งการของเลขาธิการ ก.พ.ที่ นร 1019/ 9 ลงวันที่ 5 ก.ค. 2564 ในข้อที่ไม่ควรทำ ข้อ 19 ที่ว่า ไม่ประพฤติหรือกระทำการใดๆ อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีและภาพลักษณ์ของตนเองและราชการ”

นอกจากนี้ คำพูดดังกล่าวอาจเข้าข่ายการดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 มาตรา 326 และมาตรา 136 โดยเทียบเคียงได้ตามฎีกา 445/2522, 6629/2556, 5257/2548 ฯลฯ มีโทษทั้งปรับและหรือจำคุก 

นายศรีสุวรรณ ระบุในช่วงท้ายว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเห็นว่าการใช้คำพูดดังกล่าวต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในที่สาธารณะ เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการอย่างร้ายแรง และฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรมของส่วนราชการ จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานจริยธรรม (ก.ม.จ.) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ในฐานะผู้บังคับบัญชาดำเนินการลงโทษตามครรลองที่กฎหมายกำหนด โดยสั่งปลดออกจากตำแหน่งไปเสีย 

วันนี้สมาคมฯ จึงทำหนังสือร้องเรียนไปยัง รมว.มหาดไทย ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยด่วนต่อไป หากเพิกเฉย รมว.มหาดไทย ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามไปด้วย” 

ศรีสุวรรณ” ร้องเรียนถึง “พล.อ.อนุพงษ์” สอบจริยธรรมร้ายแรงและสั่งปลด “สุทธิพงษ์” ปลัดมหาดไทย กรณีดุด่าดูถูกผู้ใต้บังคับบัญชาและสถาบันการศึกษา ชี้ หากเพิกเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น