สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M338_ก.ค.ศ. ถกปรับแก้องค์ประกอบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่

27 ต.ค.2565- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้อํานาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อํานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ที่ประชุมจึงได้หารือถึงองค์ประกอบของอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาว่าจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และคุณสมบัติขององค์ประกอบดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบไหน โดยที่ประชุมให้ก.ค.ศ.ไปปรับแก้ไขให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อให้อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายของเขตพื้นที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบเรื่องย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 162 รายด้วย ที่ทมMา

ที่มา ; ไทยโพสต์ ตุลาคม 2565

สรุปสาระสำคัญ

ส่วนกลางสู่เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว โปร่งใส และสอดคล้องบริบทพื้นที่ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้หารือการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 เพื่อโอนอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปยัง คณะอนุกรรมการ ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

หลักการสำคัญ คือการยึดหลักธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม และการตรวจสอบได้ พร้อมเชื่อมโยงการบริหารงานบุคคลให้ใกล้สถานศึกษามากขึ้น

แนวคิดทางการศึกษา มุ่งกระจายอำนาจ (Decentralization) เสริมบทบาทผู้บริหารเขตพื้นที่และสถานศึกษา ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการบรรจุ แต่งตั้ง และโยกย้ายครู เพื่อให้ตอบโจทย์คุณภาพผู้เรียนอย่างแท้จริง 

แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การกำหนดให้อำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นของผู้อำนวยการเขตพื้นที่หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยได้รับความเห็นชอบจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ รวมทั้งการปรับองค์ประกอบ อ.ก.ค.ศ. ให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารการศึกษาในภาพรวม

ข้อสอบ

ข้อ 1 การโอนอำนาจด้านการบริหารงานบุคคลจาก กศจ. ไปยัง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ มีเป้าหมายสำคัญที่สุดข้อใด
ก. ลดภาระงานของกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เพิ่มอำนาจให้สถานศึกษาดำเนินงานได้อิสระ
ค. สร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ง. ลดจำนวนคณะกรรมการด้านการศึกษา

ข้อ 2 หากท่านเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา อำนาจใดที่ได้รับเพิ่มขึ้นตามการปรับแก้กฎหมายครั้งนี้
ก. การกำหนดอัตราเงินเดือนครู
ข. การสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูตามความเห็นชอบ อ.ก.ค.ศ.
ค. การออกระเบียบการศึกษาของเขตพื้นที่
ง. การประเมินวิทยฐานะระดับประเทศ

ข้อ 3 การปรับองค์ประกอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ ควรคำนึงถึงประเด็นใดมากที่สุด
ก. ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
ข. ความใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง
ค. ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการตรวจสอบได้
ง. ประสบการณ์ด้านการเมืองการศึกษา

ข้อ 4 แนวคิดการกระจายอำนาจด้านการบริหารงานบุคคล สอดคล้องกับหลักการใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์
ข. ธรรมาภิบาลและการบริหารเชิงพื้นที่
ค. การแข่งขันเสรีด้านบุคลากร
ง. การควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง

ข้อ 5 หากการกระจายอำนาจด้านบุคคลขาดระบบตรวจสอบ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมากที่สุดคือข้อใด
ก. การขาดแคลนครูในบางพื้นที่
ข. ความล่าช้าในการบรรจุแต่งตั้ง
ค. ความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในการบริหารงานบุคคล
ง. งบประมาณด้านการศึกษาลดลง
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น