สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M295_HRMS.OBEC คลังข้อมูลดิจิทัลครู-บุคลากร สพฐ.

มื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่โรงแรมบางกอกพาเลส  กรุงเทพฯ ..ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดระบบ HRMS.OBEC ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า  รัฐบาลภายใต้การนำของพล..ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบราชการ และแนวทางการปฏิบัติงานในภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ หรือที่เรียกว่ารัฐบาล 4.0 และตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรมว.ศธ.ก็มีนโยบายให้พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษาของประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ รวมถึงการพัฒนาการจัดเก็บข้อมูล หรือ Big Data อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง โดยกำหนดเป็นหนึ่งใน 7 วาระเร่งด่วนของ ศธ. 

และวันนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ที่สพฐ.ได้ยกระดับการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลของครูและบุคลากรในสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ โดยจัดทำระบบ HRMS.OBEC ได้สำเร็จ ตามที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้นำเสนอไว้ และนำมาใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมแล้วในปีการศึกษานี้ HRMS.OBEC เป็นระบบการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ที่ สพฐ.นำมาใช้จัดเก็บฐานข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สพฐโดยมีเจ้าหน้าที่สำนักเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บรักษาข้อมูล ควบคุมการเข้าถึงข้อมูล สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการคาดการณ์และวิเคราะห์ที่แม่นยำมากขึ้น ทำให้ส่วนราชการมีข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารงานบุคคลที่เป็นปัจจุบันแบบ Real Time ประหยัดเวลาในการรายงานและสืบค้นข้อมูล ลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน ช่วยลดภาระการทำงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำให้ครูได้มีเวลาในการจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มประสิทธิภาพ  

“ HRMS.OBEC เป็นผลงานของข้าราชการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) สพฐที่ได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาด้วยความรู้ความสามารถของข้าราชการในสังกัดสพฐ.เอง ดิฉันขอชื่นชมผลงานที่เป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง ซึ่งระบบฐานข้อมูลนับเป็นหัวใจ และเป็นรากฐานที่สำคัญในการบริหารงานราชการ ไม่เพียงประโยชน์จะเกิดภายใน สพฐแต่สามารถนำมาขยายผล และต่อยอดกับหลายส่วนงานใน ศธ.เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อระบบการบริหารการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ DPA (Digital Performance Appraisal) ของทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (...) ที่ใช้ในการประเมินวิทยฐานะของครูผ่านระบบดิจิทัล สร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรมต่อระบบการประเมินวิทยฐานะ และเป็นการยกระดับวิชาชีพครูให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น และจะมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับการบริหารจัดการฐานข้อมูลของ ศธ.ให้เป็นหนึ่งเดียว ..ตรีนุชกล่าว 

ขณะเดียวกันฐานข้อมูลในระบบ HRMS.OBEC จะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญ ในการส่งต่อให้แก่สถาบันอุดมศึกษา เพื่อการวางแผน และเตรียมการในการผลิตบุคลากรด้านการศึกษาของประเทศ ได้ในปริมาณที่ตรงกับความต้องการ สอดรับกับการแผนอัตรากำลัง รวมถึงการวางแผนพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในภาพของศธและการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถได้ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในทุกพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น จากนี้ไปข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากระบบ HRMS.OBEC จะกลายเป็น big data ที่สำคัญของ ศธ.ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสามารถบอกกล่าวได้ว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลของ ศธ.เป็นการวางแผนเพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาและนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง 

มติชนออนไลน์ วันที่ 11 สิงหาคม 2565 

สรุปสาระสำคัญ 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดระบบ HRMS.OBEC ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นการยกระดับการบริหารงานบุคคลด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตามแนวทางรัฐบาล 4.0 และนโยบายปฏิรูประบบราชการ โดยกำหนดการพัฒนาฐานข้อมูลและ Big Data เป็นหนึ่งใน 7 วาระเร่งด่วนของ ศธ.
ระบบ HRMS.OBEC เป็นฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพฐ. ใช้ข้อมูลแบบ Real Time ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดเวลา เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และคาดการณ์ ช่วยลดภาระงานเอกสารของครู ทำให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น ระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยบุคลากร สพฐ. เอง และสามารถขยายผลเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นใน ศธ.
จุดสำคัญคือการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ DPA ของ ก.ค.ศ. เพื่อการประเมินวิทยฐานะครูอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ยกระดับวิชาชีพครู นอก
จากนี้ ข้อมูล HRMS.OBEC ยังใช้วางแผนอัตรากำลัง การผลิตครูของสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาบุคลากรทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ถือเป็น Big Data สำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ

ข้อสอบ  

ข้อ 1 วัตถุประสงค์เชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาระบบ HRMS.OBEC คือข้อใด
ก. ลดจำนวนครูในระบบราชการ
ข. เพิ่มความเร็วในการรายงานผลการปฏิบัติงาน
ค. สร้างฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ
ง. ทดแทนการทำงานของเขตพื้นที่การศึกษา

ข้อ 2 ประโยชน์ที่ส่งผลต่อ “คุณภาพการเรียนการสอน” โดยอ้อมจากระบบ HRMS.OBEC คือข้อใด
ก. ครูมีคะแนนประเมินสูงขึ้น
ข. ครูมีเวลาจัดการเรียนการสอนมากขึ้น
ค. โรงเรียนได้รับงบประมาณเพิ่ม
ง. นักเรียนเข้าถึงระบบดิจิทัลโดยตรง

ข้อ 3 การเชื่อมโยง HRMS.OBEC กับระบบ DPA ของ ก.ค.ศ. สะท้อนหลักการใดเด่นชัดที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. ความคุ้มค่าเชิงงบประมาณ
ค. ความโปร่งใสและความเป็นธรรม
ง. การควบคุมเชิงโครงสร้าง

ข้อ 4 หากข้อมูล HRMS.OBEC ถูกนำไปใช้โดยสถาบันอุดมศึกษา ประโยชน์หลักจะอยู่ที่ด้านใด
ก. การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
ข. การกำหนดหลักสูตรระยะสั้น
ค. การผลิตครูให้ตรงตามความต้องการของระบบ
ง. การประเมินผลนักศึกษา

ข้อ 5 จากบทความ ระบบ HRMS.OBEC ถือเป็น “หัวใจ” ของการบริหาร เพราะเหตุใด
ก. เป็นระบบที่ใช้งบประมาณสูง
ข. เป็นระบบที่ใช้เฉพาะ สพฐ.
ค. เป็นรากฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ง. เป็นระบบที่แทนการบริหารแบบเดิมทั้งหมด

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น