
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. … ตามที่ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเสนอ
โดยเนื้อหาสาระสำคัญของ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภาฯ ที่แก้ไข ยังกำหนดให้สอบวิชาเอก ในการในการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ตามมาตรฐานวิชาชีพอยู่ โดยกำหนดใหม่ ว่า สมรรถนะทางวิชาชีพครู ประกอบด้วย
(ก) ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ได้แก่
(1) วิชาชีพครู
(2) วิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
(3) วิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
(4) วิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
(5) วิชาเอก ตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
พร้อมกับเพิ่มเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการดำเนินการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ เกี่ยวกับการสอบวิชาเอก ใน ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภาฯ โดยกำหนดใน ข้อ 12 ให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ตามข้อ (7) (ก) (5) เมื่อคุรุสภาปรับปรุงระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ให้เชื่อมโยงกับวิชาเอกที่จะดำเนินการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
“ที่ประชุมมองว่าหลักการของการสอบวิชาเอกนั้นดี แต่ขณะนี้ทางคุรุสภาไม่มีความพร้อม โดยที่ประชุมให้เวลาคุรุสภา 2 ปี ในการจัดทำระบบรองรับการสอบวิชาเอก ดังนั้นในการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะไม่มีการสอบวิชาเอก และจะเริ่มสอบวิชาเอกภายใน 2 ปีนี้ ” น.ส.ตรีนุช กล่าว
ด้านนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาจะใช้เวลา 2 ปี ในการปรับระบบเพื่อให้มีความพร้อมในการสอบวิชาเอก มองว่าการสอบวิชาเอก จะต้องพร้อมทั้งหน่วยผลิตคือมหาวิทยาลัย และผู้เรียนต้องรับทราบล่วงหน้า อีกทั้งระบบต่างๆ ต้องเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยเฉพาะการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ที่ต้องปรับใหม่ทั้งหมด และต่อไปการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะเปลี่ยนรูปแบบใหม่เช่นกัน คือการสอบจะเป็นรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด และคุรุสภาจะเป็นผู้จัดทำข้อสอบเอง ไม่จ้างสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) อีกต่อไป
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 29 ตุลาคม 2564