
นายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ ได้หารือกับทางผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำโดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ซึ่งที่ประชุมมีความคิดเห็นที่ตรงกันในหลายเรื่อง โดยมีภารกิจหลักที่ต้องทำร่วมกันใน 5 เรื่อง ได้แก่
ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มีคนทำอยู่แล้ว แต่เราได้มารวบรวมถักทอให้เป็นงานที่ทำร่วมกัน เพื่อระบุไว้เป็นแผนพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จก่อนเดือน กันยายน 2565 โดยเฉพาะใน 3 เรื่องใหญ่ที่ สพฐ.ตั้งเป้าหมายไว้ คือ
ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญสำหรับการศึกษาของประเทศไทย และยังมีเรื่องของจำนวนคนไทยในอนาคตข้างหน้า ที่ต้องมีการจำลองสถานการณ์ว่าจะมีจำนวนครูและนักเรียนเท่าใด ซึ่งจะเกี่ยวพันกับการผลิตครูในอนาคต
นายวรากรณ์ กล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหาร สพฐ.ทำให้เข้าใจตรงกันมากขึ้น ทางคณะกรรมการปฏิรูปฯ เองก็พร้อมจะเป็นคนกลางในการจัดสัมมนาให้คนที่มีความสนใจเข้ามารับฟังในเรื่องการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ได้ทำร่วมกับ สพฐ. ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการไปหารือกับเลขาธิการสภาการศึกษา และเลขาธิการอาชีวศึกษาแล้ว ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้แผนปฏิรูปการศึกษาเป็นแผนของประชาชน เป็นแผนที่ร่วมมือกันด้านระบบการศึกษา ไม่ใช่แผนของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องเป็นแผนที่มาจากความเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งจะดำเนินการทำแผนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ
“จะมีการรายงานความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรทุกๆ 3 เดือน โดยเรามีแผนการอยู่แล้วว่าจะต้องทำแผนอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่เราต้องผลักดันคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเราสนับสนุนและรอให้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อจะเข้าสู่สภาฯ เป็นอย่างแรก นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับอื่น ที่ต้องมีการขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้า เราพร้อมที่จะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อสนับสนุน พ.ร.บ. เหล่านี้ให้เดินไปข้างหน้าโดยเร็วที่สุด และยังมีโครงการย่อยอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2565 ทั้งเรื่องของอาชีวศึกษา เรื่องธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย และเรื่องของงานวิจัย ซึ่งทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังดำเนินการอยู่อย่างเข้มข้นเช่นกัน”ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าว
ที่มา ; ไทยโพสต์ 08 เมษายน พ.ศ. 2564
นายวรากรณ์ สามโกเศศ กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) โดยความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องกันในหลายประเด็น และกำหนดภารกิจหลักร่วมกัน ได้แก่ การพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาครู การอุดมศึกษา งานวิจัย ธรรมาภิบาล กองทุนเพื่อความเสมอภาค และอาชีวศึกษา โดยเป็นการบูรณาการงานเดิมให้เกิดพลังร่วมในระดับประเทศ
ทั้งนี้ สพฐ.ตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มความเสมอภาค และการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนเชิงอนาคตเกี่ยวกับจำนวนครูและนักเรียน เพื่อให้การผลิตครูสอดคล้องกับความต้องการ
แผนปฏิรูปฯ มุ่งให้เป็น “แผนของประชาชน” โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และรายงานความก้าวหน้าต่อรัฐสภาทุก 3 เดือน อีกทั้งยังผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ควบคู่กับการดำเนินโครงการย่อยด้านอาชีวศึกษา ธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย และงานวิจัย เพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ข้อ 1 แนวคิดสำคัญของการจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาคือข้อใด
ก. เน้นนโยบายจากส่วนกลาง
ข. เป็นแผนของหน่วยงานรัฐเท่านั้น
ค. เป็นแผนของประชาชนและทุกภาคส่วน
ง. มุ่งแข่งขันระดับนานาชาติ
ข้อ 2 ข้อใดไม่ใช่ภารกิจหลักที่กล่าวถึง
ก. พัฒนาครู
ข. วิจัยและธรรมาภิบาล
ค. การท่องเที่ยวศึกษา
ง. อาชีวศึกษา
ข้อ 3 เป้าหมายหลักของ สพฐ. คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเสมอภาค
ค. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
ง. ขยายหลักสูตรเดิม
ข้อ 4 หลักสูตรฐานสมรรถนะมีจุดเน้นสำคัญคืออะไร
ก. เน้นเนื้อหาวิชา
ข. เน้นการท่องจำ
ค. เน้นความสามารถในการปฏิบัติจริง
ง. เน้นการสอบแข่งขัน
ข้อ 5 การวางแผนจำนวนครูในอนาคตเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
ก. งบประมาณ
ข. จำนวนประชากรนักเรียน
ค. เทคโนโลยี
ง. หลักสูตร
ข้อ 6 การรายงานต่อรัฐสภาทุก 3 เดือนสะท้อนหลักการใด
ก. ความคุ้มค่า
ข. ความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ค. ความรวดเร็ว
ง. ความเป็นสากล
ข้อ 7 หากโรงเรียนต้องลดความเหลื่อมล้ำ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบ
ข. จัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ค. ลดจำนวนครู
ง. เพิ่มค่าเทอม
ข้อ 8 การบูรณาการงานเดิมให้ทำร่วมกัน มีข้อดีคืออะไร
ก. ลดจำนวนคนทำงาน
ข. ลดคุณภาพ
ค. เพิ่มพลังและประสิทธิภาพ
ง. เพิ่มขั้นตอน
ข้อ 9 การผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มเงินเดือนครู
ข. กำหนดกรอบกฎหมายการปฏิรูป
ค. ลดจำนวนโรงเรียน
ง. เพิ่มวิชาเรียน
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรนำแนวคิดใดไปใช้มากที่สุด
ก. ทำงานตามลำพัง
ข. รอคำสั่ง
ค. สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน
ง. เน้นเอกสาร
คลิกเฉลย >>>