
วันนี้ (29 เม.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยผลการประชุม ก.ค.ศ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในส่วนที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ประเทศไทยมีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีแนวโน้มว่า โรงพยาบาลสนาม หรือ สถานที่กักตัวในแต่ละจังหวัด ตลอดจนบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนทางการแพทย์ หรือ อำนวยความสะดวกจะมีจำนวนไม่เพียงพอ โดยขณะนี้ แต่ละจังหวัดเริ่มมีการขอรับการสนับสนุน หรือ ขอความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ จากหน่วยงานการศึกษา เช่น อาคารสถานที่ หรือบุคลากรที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดต่าง ๆ ทำให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจต้องปฏิบัติงานอื่นนอกเหนือจากการปฏิบัติงานหลักตามหน้าที่ที่มีอยู่
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีมติว่า เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีจิตสาธารณะ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ครั้งารปฏิบัติงานที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้ โดยที่ประชุมมอบให้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามมตินี้ต่อไป
“อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชน เป็นเรื่องของจิตสาธารณะ และเป็นไปตามความสมัครใจ แต่หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงมากในเวลานี้ โดยเฉพาะ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี เชียงใหม่ และ สมุทรปราการ ต้องพิจารณาโดยเน้นความปลอดภัยของตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเป็นสำคัญ” รมว.ศธ.กล่าว.
สรุป ก.ค.ศ. คลอดมติ สร้างขวัญกำลังใจครู-บุคลากร ที่มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด- 19 ให้นำผลการปฏิบัติงานมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้
ที่มา ; ผู้จัดการออนไลน์ 29 เม.ย. 2564
การประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้พิจารณาการบริหารงานบุคคลที่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ทรัพยากรทางการแพทย์และสถานที่กักตัวไม่เพียงพอ หลายจังหวัดจึงขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานการศึกษา ทั้งด้านสถานที่และบุคลากร ทำให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาอาจต้องปฏิบัติงานนอกเหนือจากภารกิจหลัก
ก.ค.ศ. มีมติให้การปฏิบัติงานช่วยเหลือสังคมของครูและบุคลากร ซึ่งเกิดจากจิตสาธารณะและความสมัครใจ สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน เพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีได้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการช่วยประเทศผ่านวิกฤต
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมช่วยเหลือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น กรุงเทพมหานครและจังหวัดหลักอื่น ๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด สะท้อนแนวคิดการบริหารที่ยืดหยุ่น เห็นคุณค่าของจิตสาธารณะ และคำนึงถึงความปลอดภัยควบคู่กัน
ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของมติ ก.ค.ศ. คือข้อใด
ก. ลดภาระงานครู
ข. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ค. สร้างขวัญกำลังใจและยอมรับผลงานครู
ง. ยกเลิกการประเมินผลงาน
ข้อ 2 เหตุผลสำคัญที่ครูต้องทำงานนอกเหนือหน้าที่คืออะไร
ก. ขาดแคลนครู
ข. นโยบายใหม่
ค. การระบาดทำให้ทรัพยากรไม่พอ
ง. ลดค่าใช้จ่าย
ข้อ 3 การช่วยเหลือชุมชนของครูมีลักษณะอย่างไร
ก. บังคับ
ข. สมัครใจ
ค. เป็นคำสั่งทางกฎหมาย
ง. เป็นโครงการทดลอง
ข้อ 4 ผลจากการช่วยเหลือสามารถนำไปใช้ในเรื่องใด
ก. เลื่อนตำแหน่งทันที
ข. ลดชั่วโมงสอน
ค. ประเมินเลื่อนเงินเดือน
ง. ย้ายสถานศึกษา
ข้อ 5 แนวคิดการบริหารที่สะท้อนจากมตินี้คือข้อใด
ก. รวมศูนย์
ข. เน้นการแข่งขัน
ค. ยืดหยุ่นและจูงใจ
ง. จำกัดบทบาทครู
ข้อ 6 สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกในการช่วยเหลือคืออะไร
ก. ผลงาน
ข. เวลา
ค. ความปลอดภัย
ง. งบประมาณ
ข้อ 7 หากผู้บริหารสถานศึกษาจะดำเนินตามมติ ควรทำอย่างไร
ก. บังคับครูทุกคน
ข. ไม่สนับสนุน
ค. ส่งเสริมแบบสมัครใจและปลอดภัย
ง. ตัดคะแนนคนไม่เข้าร่วม
ข้อ 8 มตินี้ช่วยแก้ปัญหาใดในระบบการศึกษา
ก. การขาดครู
ข. การเรียนออนไลน์
ค. ขาดแรงจูงใจในการช่วยสังคม
ง. หลักสูตรล้าสมัย
ข้อ 9 หากพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ครูควรปฏิบัติอย่างไร
ก. หลีกเลี่ยงทั้งหมด
ข. เข้าร่วมทันที
ค. พิจารณาความปลอดภัยและมาตรการ
ง. รอคำสั่ง
ข้อ 10 มตินี้สะท้อนบทบาทครูในสังคมอย่างไร
ก. ผู้สอนเท่านั้น
ข. ผู้นำชุมชน
ค. ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง
ง. ผู้บริหารงบประมาณ
คลิกเฉลย >>>