สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M324_ตรีนุช เชื่อโอนงานบุคคลให้ อ.ก.ค.ศ.เขตฯจะไม่มีทุจริต

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้ฝากให้นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนใหม่ ช่วยขับเคลื่อนงานที่เกี่ยวกับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เนื่องจากโครงสร้างของ ศธ.เป็นโครงสร้างใหญ่จึงทำให้อำนาจและขอบเขตงานในระดับพื้นที่ซับซ้อน และขาดข้อการเชื่อมต่อการทำงานที่เป็นระบบ ดังนั้นตนจึงอยากให้ปลัด ศธ.คนใหม่ได้เข้ามาบริหารจัดการงาน ศธจ.ในพื้นที่ให้เข้มข้นมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนมากกว่านี้ เพราะเท่าที่ตนลงพื้นที่รับฟังปัญหามีการสะท้อนว่าการบูรณาการการทำงานด้านนโยบายการศึกษาระดับพื้นที่ขาดการเชื่อมต่อเป็นอย่างมาก

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ส่วนการปรับแก้กฎหมายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ สธ.ไปแล้วนั้น ระหว่างนี้ ศธ.เตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นการโอนภารกิจด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ซึ่งหลายฝ่ายห่วงว่าเมื่องานบริหารบุคคลกลับไปอยู่ที่เขตพื้นที่อาจทำให้มีเรื่องการทุจริตเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินภารกิจการโอนงานบุคคลให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้และยืนยันว่าการบริหารงานบุคคลโดยเฉพาะการแต่งตั้งหรือโยกย้ายครูจะต้องมีความเป็นธรรม 

ที่มา ; ไทยรัฐออนไลน์ 

สรุปสาระสำคัญ 

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ เร่งขับเคลื่อนและจัดระเบียบการทำงานของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เนื่องจากโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการมีขนาดใหญ่ ทำให้อำนาจหน้าที่ในระดับพื้นที่ซับซ้อน ขาดการเชื่อมโยงเชิงระบบ และส่งผลให้การบูรณาการนโยบายการศึกษาในพื้นที่ไม่ต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเข้มแข็งมากขึ้น 

ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้กฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 ซึ่งเป็นการโอนอำนาจการบริหารงานบุคคลจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กลับไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แม้มีความกังวลเรื่องการทุจริตเช่นในอดีต รมว.ศึกษาธิการได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะการแต่งตั้งและโยกย้ายครู เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารงานบุคคลทางการศึกษาในระดับพื้นที่ 

ข้อสอบ 

ข้อที่ 1 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ รมว.ศึกษาธิการ เน้นการปรับบทบาทการทำงานของ ศธจ. คือข้อใด

ก. งบประมาณด้านการศึกษามีจำกัด
ข. โครงสร้าง ศธ. มีความซับซ้อนและขาดการเชื่อมต่อในพื้นที่
ค. ครูขาดความรู้ด้านกฎหมายการศึกษา
ง. เขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจมากเกินไป

ข้อที่ 2 การโอนอำนาจการบริหารงานบุคคลจาก กศจ. ไปยัง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ มีเป้าหมายเชิงระบบใดมากที่สุด

ก. ลดบทบาทหน่วยงานระดับจังหวัด
ข. เพิ่มความคล่องตัวและความใกล้ชิดกับสถานศึกษา
ค. รวมศูนย์อำนาจการบริหาร
ง. ลดภาระงานของกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อที่ 3 ความกังวลหลักของหลายฝ่ายต่อการคืนอำนาจบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่ฯ คือประเด็นใด

ก. การขาดแคลนบุคลากร
ข. ความล่าช้าในการแต่งตั้งครู
ค. ความเสี่ยงต่อการทุจริตซ้ำรอยอดีต
ง. ความไม่พร้อมด้านงบประมาณ

ข้อที่ 4 มาตรการสำคัญที่ รมว.ศึกษาธิการ ใช้สร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานบุคคล คือข้อใด

ก. เพิ่มบทลงโทษทางวินัย
ข. ใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมด
ค. กำชับให้การดำเนินงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
ง. โอนอำนาจกลับไปส่วนกลาง

ข้อที่ 5 หากท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษา แนวทางใดสอดคล้องกับนโยบายในบทความมากที่สุด

ก. รอคำสั่งจากส่วนกลางเท่านั้น
ข. สร้างเครือข่ายการทำงานกับเขตพื้นที่และ ศธจ. อย่างใกล้ชิด
ค. มุ่งเน้นงานเอกสารเพื่อความปลอดภัย
ง. หลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมด้านงานบุคคล
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น