
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายภารกิจให้ตนเดินหน้าพลิกโฉมการศึกษาหน่วยงานในกำกับที่เกี่ยวข้องนั้น ซึ่งประเด็นนี้ที่ผ่านมาเรามองว่าการพลิกโฉมการศึกษาต้องมีการลงทุนด้วยงบประมาณเกิดขึ้น ซึ่งตนมีแนวคิดที่จะจัดงานพลิกโฉมการศึกษาและให้มีผู้บริหารหน่วยงานในองค์กรหลักของ ศธ.มาเข้าร่วม โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำทัพพลิกโฉมการศึกษาของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ การพลิกโฉมการศึกษาจะนำตัวอย่างการเรียนการสอนของต่างประเทศที่ทำได้ดี เช่น การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมัน เป็นต้น มาเป็นตัวอย่างแนวทางให้แก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศได้เห็นว่าการบริหารห้องเรียนไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณแต่ครูจะต้องปรับบทบาทการสอนเป็นโค้ชได้อย่างไร เพื่อให้เด็กมีความรู้กับอาชีพที่เกิดใหม่ๆ เพราะจากการทำวิจัยพบว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบการเรียนการสอนเชิงระบบ แต่เด็กมีแนวคิดอยากรวยอยากมีอาชีพใหม่ๆ ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องปรับแนวคิดกลับไปพัฒนาโรงเรียน
นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนเตรียมดำเนินการดูแลทุกช่วงชั้นให้เข้าสู่ระบบการศึกษาด้วยการจัดตั้ง “อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ” หรือ อสส.ศธ. เหมือนที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) เกิดขึ้น โดยหน่วยงาน อสส.ศธ.นี้จะเป็นครูอาสาสมัครจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อเข้ามาช่วยงานการศึกษา เพื่อมุ่งเน้นการอ่านออกเขียนได้ของเด็กในชุมชน พร้อมเก็บเป็นฐานข้อมูลว่าเด็กกลุ่มต่างๆ ตามชุมชนได้เข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วหรือยัง หรือมีภาวะความรู้ถดถอยในด้านไหนบ้าง ซึ่ง อสส.ศธ.จะเข้าไปช่วยเติมเต็มสิ่งเหล่านั้นให้ ทั้งนี้ หากบทบาท อสส.ศธ.เป็นไปในทิศทางที่ดีในอนาคตเราจะมีค่าตอบแทน รวมถึงดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ด้วย อย่างไรก็ตาม อสส.ศธ.รมว.ศธ.เห็นด้วย และจะเริ่มคิกออฟปลายปีนี้อย่างแน่นอน
ปลัด ศธ. ลุย ตั้งอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อสส.ศธ.) เดินหน้าพลิกโฉมการศึกษาในพื้นที่ เก็บกวาดเด็กตกหล่นให้เข้าสู่ระบบการศึกษา
ที่มา ; เดลินิวส์ 10 ตุลาคม 2565
สรุปสาระสำคัญ
เลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยแนวคิดการ “พลิกโฉมการศึกษา” ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งเปลี่ยนมุมมองจากการพึ่งพางบประมาณจำนวนมาก ไปสู่การปรับบทบาทครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ แนวคิดสำคัญคือการนำตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี มาเป็นต้นแบบ เพื่อให้ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้เป็น “โค้ช” ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะอาชีพใหม่และตอบโจทย์ความสนใจของเด็ก ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าเด็กไม่ชอบการเรียนเชิงระบบ แต่ต้องการความรู้ที่เชื่อมโยงอาชีพและความมั่นคงในชีวิต
อีกกลไกสำคัญคือการจัดตั้ง “อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อสส.ศธ.)” ในลักษณะจิตอาสาในชุมชน ทำหน้าที่ดูแลเด็กทุกช่วงวัยให้เข้าสู่ระบบการศึกษา เน้นการอ่านออกเขียนได้ การเก็บข้อมูลเด็กตกหล่นและภาวะความรู้ถดถอย เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลืออย่างตรงจุด พร้อมวางแผนพัฒนาเป็นระบบที่ยั่งยืนโดยบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน
ข้อสอบ
ก. เพิ่มงบประมาณและเทคโนโลยีในโรงเรียน
ข. ปรับบทบาทครูและผู้บริหารให้สอดคล้องโลกการทำงาน
ค. ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนในกลุ่มสาระหลัก
ข้อที่ 2 เหตุใดการนำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนจากต่างประเทศมาเป็นตัวอย่าง จึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพลิกโฉมการศึกษา
ก. เพราะเป็นระบบที่ใช้เงินลงทุนสูง
ข. เพราะลดภาระงานเอกสารของครู
ค. เพราะแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาคุณภาพไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก
ง. เพราะสามารถใช้หลักสูตรเดียวกันได้ทั่วโลก
ข้อที่ 3 การจัดตั้ง “อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อสส.ศธ.)” สะท้อนแนวคิดการบริหารการศึกษาในลักษณะใด
ก. การรวมศูนย์อำนาจการจัดการศึกษา
ข. การใช้กลไกชุมชนสนับสนุนระบบการศึกษา
ค. การถ่ายโอนภารกิจให้ภาคเอกชน
ง. การลดบทบาทสถานศึกษาในพื้นที่
ข้อที่ 4 หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวคิดในบทความไปใช้ สิ่งใดควรดำเนินการก่อนเพื่อให้เกิดผลจริง
ก. จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนใหม่
ข. ปรับหลักสูตรให้เหมือนต่างประเทศทั้งหมด
ค. ปรับแนวคิดครูให้จัดการเรียนรู้เชื่อมโยงอาชีพและชีวิตจริง
ง. เพิ่มการประเมินผลเชิงมาตรฐาน
ข้อที่ 5 บทบาทสำคัญของ อสส.ศธ. ที่แตกต่างจากครูในระบบมากที่สุด คือข้อใด
ก. การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร
ข. การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ค. การค้นหา ติดตาม และเก็บข้อมูลเด็กตกหล่นนอกระบบ
ง. การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียน
คลิกเฉลย >>>
