
ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒
สาระสำคัญ
“ข้อ ๘ ประเภท ค. ให้หน่วยบริการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ โดยให้เรียกเก็บตามอัตราที่กำหนดไว้ แต่ต้องไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ ๕๐ สำหรับผู้ไม่มีสิทธิดังกล่าว ให้หน่วยบริการช่วยเหลือโดยเรียกเก็บ เพียงร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้
ผู้มีสิทธิตามประเภท ค. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือรวมถึงบุคคลในครอบครัวด้วย ได้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) ข้าราชการประจำ
(๒) ข้าราชการบำนาญ
(๓) ลูกจ้างประจำ
..........
ผู้มีสิทธิตามประเภท ค. ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเฉพาะตัว ได้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ซึ่งมีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทย
(๒) สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ ซึ่งจัดตั้งตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย ไทยอาสาป้องกันชาติ
(๓) ลูกจ้างประจำเกษียณอายุซึ่งได้รับบำเหน็จรายเดือน ”
.....................
ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล “ประเภท ค.” โดยเน้นการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ หน่วยบริการสามารถเรียกเก็บค่าบริการตามอัตราที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินสิทธิที่ผู้ป่วยพึงได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน หากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ให้เรียกเก็บจากผู้ป่วยเพียงร้อยละ ๕๐ ของส่วนที่เกิน สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิจากหน่วยงานต้นสังกัด ให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดทั้งหมด
กลุ่มผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ (1) ผู้มีสิทธิรวมถึงบุคคลในครอบครัว เช่น ข้าราชการประจำ ข้าราชการบำนาญ และลูกจ้างประจำ และ (2) ผู้มีสิทธิเฉพาะตัว เช่น สมาชิกผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ และลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุและได้รับบำเหน็จรายเดือน ระเบียบนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างเป็นธรรม สร้างหลักประกันในการเข้าถึงบริการ และส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่บุคลากรและผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม
ข้อ 1 หลักการช่วยเหลือประเภท ค. ครอบคลุมค่าใช้จ่ายใด
ก. ค่ายาและเวชภัณฑ์
ข. ค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ
ค. ค่าผ่าตัดทั้งหมด
ง. ค่าเดินทางผู้ป่วย
เฉลย: ข เพราะระเบียบกำหนดช่วยเฉพาะค่าห้องและอาหารพิเศษ
ข้อ 2 หากค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ ให้เรียกเก็บจากผู้ป่วยเท่าใด
ก. ร้อยละ 25
ข. ร้อยละ 50
ค. ร้อยละ 75
ง. เต็มจำนวน
เฉลย: ข เพราะกำหนดให้เก็บเพียงครึ่งหนึ่งของส่วนเกิน
ข้อ 3 ผู้ไม่มีสิทธิจากต้นสังกัด ต้องจ่ายอย่างไร
ก. เต็มจำนวน
ข. ร้อยละ 75
ค. ร้อยละ 50 ของอัตรา
ง. ไม่ต้องจ่าย
เฉลย: ค เพราะช่วยเหลือโดยเก็บเพียงครึ่งหนึ่งของอัตรา
ข้อ 4 ข้อใดเป็นผู้มีสิทธิรวมครอบครัว
ก. สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ
ข. ผู้บริจาคโลหิต
ค. ข้าราชการบำนาญ
ง. ลูกจ้างเกษียณ
เฉลย: ค เพราะเป็นกลุ่มที่รวมครอบครัว
ข้อ 5 ข้อใดเป็นผู้มีสิทธิเฉพาะตัว
ก. ลูกจ้างประจำ
ข. ข้าราชการประจำ
ค. สมาชิกผู้บริจาคโลหิต
ง. ข้าราชการบำนาญ
เฉลย: ค เพราะได้รับสิทธิเฉพาะบุคคล
ข้อ 6 เป้าหมายหลักของระเบียบนี้คืออะไร
ก. ลดงบประมาณรัฐ
ข. เพิ่มรายได้โรงพยาบาล
ค. สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ
ง. จำกัดสิทธิผู้ป่วย
เฉลย: ค เน้นความเป็นธรรมและการเข้าถึง
ข้อ 7 หากหน่วยบริการเรียกเก็บเกินสิทธิเต็มจำนวน ถือว่า
ก. ถูกต้อง
ข. ผิดระเบียบ
ค. ขึ้นอยู่กับผู้บริหาร
ง. ไม่เกี่ยวข้อง
เฉลย: ข เพราะขัดหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อ 8 การแบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ก. ลดจำนวนผู้ใช้บริการ
ข. แยกสิทธิให้เหมาะสม
ค. เพิ่มภาระงาน
ง. จำกัดงบประมาณ
เฉลย: ข เพื่อจัดสรรสิทธิอย่างเหมาะสม
ข้อ 9 แนวคิดสำคัญด้านการบริหารจากระเบียบนี้คือ
ก. การควบคุมต้นทุนอย่างเดียว
ข. การกระจายอำนาจ
ค. ความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ค เน้นทั้งความเป็นธรรมและประสิทธิภาพ
ข้อ 10 หากผู้บริหารสถานศึกษานำหลักการนี้ไปใช้ ควรเน้นอะไร
ก. ลดค่าใช้จ่ายบุคลากร
ข. จัดสวัสดิการอย่างเป็นธรรม
ค. เพิ่มรายได้โรงเรียน
ง. จำกัดสิทธิครู
เฉลย: ข เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นธรรม