
สมองของคนเรามีความสลับซับซ้อนมาก มีคนพยายามที่จะคิดคอมพิวเตอร์มาใช้แทนสมองของคน ซึ่งสามารถทำงานได้เร็วกว่าคนหลายพันเท่า ขณะที่สมองของคนไม่อาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลได้มากมายเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม สมองของคนก็มีความมหัศจรรย์สามารถมีความรู้สึก อารมณ์ต่าง ๆ ตอบสนองความต้องการของเราซึ่งไม่เหมือนกับหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์
ความมหัศจรรย์ของสมองก็คือ สามารถแสดงออกถึงการกระทำต่าง ๆ อย่างละเอียดอ่อน และความคิด โดยอาศัยระบบประสาทที่อยู่รอบ ๆ เปรียบเทียบได้กับสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านต่าง ๆ กับองค์การโทรศัพท์ เมื่อจะมีการติดต่อกัน จะต้องมีผู้เรียกสายโดยการหมุนโทรศัพท์ เป็นการส่งความรู้สึกไปสู่สมองหรือศูนย์รวมข่าว ความคิดความอ่านหรือการกระทำต่าง ๆ รอบตัวเรา ก็จะส่งความรู้สึกไปสู่สมอง เป็นการป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์สมองนั่นเอง สมองก็จะมีการแปลความหมายของข้อมูลแล้วส่งออกมาเป็นคำสั่ง ให้เราทำตามที่สมองสั่ง เปรียบเหมือนกับองค์การโทรศัพท์ ซึ่งเมื่อมีผู้เรียกสายมาก็จะส่งต่อไปยังบ้านที่ต้องการเรียก เพื่อให้มีการรับเกิดขึ้น
สมองคนเราก็เป็นศูนย์อำนวยการที่มีเส้นใยประสาทเต็มไปหมดเหมือนกับสายไฟในเครื่องรับโทรทัศน์ หรือเครื่องอีเล็คโทรนิค ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างหลอดทรานซิสเตอร์ต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข่าว สมองสามารถแบ่งเป็นศูนย์ต่าง ๆ มากมายดังจะกล่าวถึงย่อ ๆ คือ

ก้านสมอง (Brain stem)
เป็นส่วนที่เป็นฐานอยู่ใต้สมอง และต่อกับไขสันหลัง ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ คือ เมตุลลา (Medulla) (สีส้ม) เป็นศูนย์ควบคุมการหายใจ การไอ และการเต้นของหัวใจ พอนส์ (Pons) (สีม่วง) เป็นส่วนที่เชื่อมโยงระหว่าง สมองน้อย (Cerebellum) ขวาซ้าย สมองส่วนกลาง (Mid brain) (สีเหลือง) ซึ่งเป็นทางผ่านของใยเส้นประสาทไปสู่ สมองส่วนหน้า
ศูนย์ใต้สมอง หรือ ฮัยโปธาลามัส (Hypothalamus)
เป็นบริเวณที่ควบคุมสภาพต่าง ๆ เช่น หิว กระหายน้ำ ทำให้เกิดการสั่นเมื่ออากาศหนาวเย็น ลัเหงื่ออกเมื่ออากาศร้อนบริเวณที่อยู่รอบ ๆ ศูนย์ใต้สมองเรียกว่า ระบบลิมบิค (Limbic System) ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ต่าง ๆ
สมองใหญ่ (Cerebrum)
(สีชมพู) เป็นส่วนที่คลุมอยู่โดยรอบ ถ้ามองจากภายนอกสามารถแบ่งออกได้เป็นบริเวณต่าง ๆ ดังนี้ คือ การรับความรู้สึกต่าง ๆ จากร่างกาย การรับความรู้สึกเกี่ยวกับการได้ยิน การรับความรู้สึกเกี่ยวกับการเห็น การส่งคำสั่งให้เกิดการทำงานของร่างกาย สำหรับบริเวณต่าง ๆ ที่เหลือ โดยเฉพาะที่หน้าผาก เกี่ยวกับความนึกคิด ความจำ ความเข้าใจ อารมณ์ตื่นเต้นและตอบสนอง
สมองน้อย (Cerebellum)
(สีเขียว) เป็นบริเวณที่เกี่ยวกับการประสานงานต่าง ๆ ในการเคลื่อนไหว การทรงตัวเพื่อให้รู้ว่าอยู่ในลักษณะยืน เดิน นอน นั่ง การหมุนตัวหรือการกระโดดต่าง ๆ
การกระทำต่าง ๆ หรือการรับรู้จึงเกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ซึ่งจะผ่านไปสู่ระบบประสาทส่วนกลางหรือสมอง เพื่อให้สมองรับรู้และแปลคำสั่งออกมา ทำให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ บางครั้งบางคราวความรู้สึกหรือคำสั่งที่ส่งเข้าไป ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ หรือขัดกันเอง สมองได้แต่รับไว้ไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไร ทำให้เกิดการเฉื่อยชา พฤติกรรมต่าง ๆ ก็จะชักช้า ตัดสินใจไม่ได้ กลายเป็นคนสติไม่ดี หรือเป็นโรคจิตไปเลยก็มี โดยเฉพาะในปัจจุบัน คนกรุงซึ่งมีความวุ่นวายต่าง ๆ มากจึงเป็นโรคจิตกันมาก
สมอง เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่ประดุจศูนย์บังคับบัญชาการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เมื่อใดที่สมองหยุดทำงานก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นปกติ
สมองเป็นเนื้อเยื่ออ่อน มีลักษณะเป็นก้อนนิ่ม ดังนั้นร่างกายจึงเก็บสมองไว้ในกะโหลกศีรษะที่แข็งแรง กะโหลกทำหน้าที่เป็นกล่องป้องกันอันตรายของสมอง นอกจากนี้ภายในสมองและบริเวณรอบๆ ก้อนของสมองยังถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำที่เรียกกันว่า น้ำไขสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะน้ำกันกระเทือนให้แก่สมอง
สมองประกอบด้วยเซลล์สมองหลายล้านตัว มีหน้าที่จดจำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น และเสียง ความสามารถในการจดจำของสมองมีได้ไม่จำกัด เมื่อใดที่เซลล์สมองเข้าใจและเก็บข้อมูลไว้แล้ว มันจะไม่มีวันลืมไม่ว่าจะเป็นเวลานานเท่าใด มิหนำซ้ำยังจดจำสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นอีก เช่น เด็กเล็กๆ รู้รสของนม ได้กลิ่นดอกกุหลาบ ได้ยินเสียงเปียโน เห็นความงามของท้องฟ้า และสัมผัสความเย็นของก้อนน้ำแข็ง เมื่อใดที่เด็กจำรูป รส กลิ่น เสียงได้แล้วเขาจะจำได้ทันทีโดยไม่ต้องลองชิมลองดมอีกครั้ง
ความสามารถของเซลล์สมองของมนุษย์ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ซึ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเราหลายอย่าง เช่น ออกมาในรูปของวิทยุ โทรทัศน์ เครื่องบิน จนกระทั่งการส่งยานอวกาศออกไปนอกโลก
ยังมีเซลล์สมองอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก เช่น เมื่อเราปิดตาคลำส้ม เส้นประสาทรับความรู้สึกที่มือจะรายงานลักษณะของส้มไปตามเส้นประสาทขาเข้าของสมองไปสู่บริเวณรับความรู้สึก เพื่อให้แปลสัญญาณที่ส่งเข้าสมองให้เราได้รับรู้ สมองส่วนที่อยู่ติดกับส่วนนี้ เป็นสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำหน้าที่สัมพันธ์กับส่วนที่รับความรู้สึก เมื่อรู้ว่าเป็นส้มแล้วเราอยากจะกินมัน คำสั่งจากสมองส่วนนี้จะสั่งให้นิ้วมือ ข้อนิ้วมือเคลื่อนไหวในท่าที่แกะเปลือกส้มออก สั่งให้บิกลีบส้มแล้วป้อนเข้าไปในปาก การเคลื่อนไหวที่สลับซับซ้อนนี้เกิดจากการสั่งงานของเซลล์ประสาทหลายตัว และเกิดจากการเคลื่อนขยับกล้ามเนื้อเล็กๆ ของมือ

ไม่มีประดิษฐกรรมอันใดจะล้ำเลิศเกินกว่าการสั่งงานของระบบประสาทและสมอง จะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์อาจจะแกะส้มได้ แต่การเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์จากการสั่งงานของคอมพิวเตอร์นั้น งุ่มง่ามกว่าสมองของเรามากนัก
เซลล์สมองมีจำนวนคงที่ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่เหมือนกับเซลล์ของร่างกายส่วนอื่นๆ ที่สามารถงอกขึ้นมาทดแทนกันได้ อย่างเช่น ผิวหนัง เซลล์ข้างบนสุดของผิวหนังจะตายทุกวัน แล้วก็ลอกออกเป็นขี้ไคลไปเมื่อเราอาบน้ำ ส่วนเซลล์ผิวหนังที่อยู่ข้างใต้ก็จะงอกขึ้นมาทดแทน เมื่อใดที่ถูกมีดบาดเซลล์ ร่างกายก็จะงอกออกมาซ่อมแซมประสานเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดออกจากกันให้ประสานกันดังเดิม แต่เซลล์สมองไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อเซลล์สมองเซลล์ใดเสียไปแล้วจะไม่มีเซลล์ใหม่งอกขึ้นมาทดแทนได้อีก ที่เป็นดังนี้ก็นับว่าเป็นข้อดีของธรรมชาติประการหนึ่ง เพราะถ้าเซลล์สมองเก่าตายไปแล้วมีเซลล์ใหม่มาทำงานแทน เซลล์ใหม่ก็จะเริ่มจดจำสิ่งต่างๆ ในโลกแบบเดียวกับเซลล์เก่าทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนี้จริง คงจะมีเป็นบางช่วงที่เราลืมไปว่าน้ำตาลมีรสอย่างไร หรือมีบางช่วงที่เราไม่รู้จักลูกเมียตัวเอง แล้วก็คงไม่พ้นที่โลกจะยิ่งวุ่นวายไปกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
เซลล์สมองจดจำได้อย่างไร ยังไม่มีใครบอกได้แน่นอน นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าอาจจะเกิดปฏิกิริยาเคมีในเซลล์สมอง เรารู้แต่เพียงว่าการทำงานของสมองต้องการอาหารและพลังงานในการทำงานมาก เซลล์สมองต้องการทั้งออกซิเจนและน้ำตาลเพื่อไปใช้ในการทำงาน หากเซลล์สมองไม่มีน้ำตาลใช้ มันจะทำงานผิดพลาดหรือเหนื่อยล้าในการทำงาน และหากเซลล์สมองขาดออกซิเจน ภายในเวลาเพียง 4 นาที เซลล์สมองก็จะตาย
สมองประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ
1. สมองใหญ่ เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของเนื้อสมอง สมองใหญ่ของมนุษย์ มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ มีหน้าที่ควบคุมความนึกคิดตลอดทั้งเวลาที่เราหลับและตื่น เวลาตื่นเป็นความคิดที่เรารู้สึกตัว แต่เวลาหลับเป็นความนึกคิดที่อยู่ใต้จิตสำนึก ซึ่งไม่ได้สัมพันธ์กับความเป็นจริง เวลา และสถานที่ นอกจากนี้สมองใหญ่ยังควบคุมการเคลื่อนไหว รับความรู้สึก เช่น การเดิน หยิบจับสิ่งของ ความรู้สึกร้อนหนาว เจ็บ เป็นต้น
2. สมองเล็ก เป็นส่วนสมองที่อยู่ใต้สมองใหญ่ ทำหน้าที่ควบคุมปฏิกิริยาสะท้อนกลับของกล้ามเนื้อทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อมีจังหวะสอดคล้องกันอย่างราบรื่น ไม่ได้ยืดหดกันคนละทาง เช่นการเอื้อมมือไปหยิบปากกา กล้ามเนื้อของแขนส่วนหนึ่งจะได้รับคำสั่งจากสมองให้ยืดออก อีกส่วนที่อยู่ตรงข้ามจะถูกสั่งให้หดเข้า ลีลาการเอื้อมออกไปของเราจึงไม่สะดุดหรือแกว่นสะเปะสะปะ นอกจากนี้หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของสมองเล็กก็คือ ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวของเรา
3. พอนส์ พอนส์เป็นส่วนของสมองที่อยู่ใต้สมองเล็กทางด้านล่างของกะโหลกศีรษะ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมสัญญาณที่จะถูกส่งและรับจากสมองใหญ่
4.เมดัลล่า อยู่ใต้พอนส์ เป็นก้านสมองส่วนที่ต่อเชื่อมเข้ากับไขสันหลัง ทำหน้าที่ส่งสัญญาณคำสั่งจากสมองไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย และรับสัญญาณความรู้สึกปลายประสาทไปสู่สมอง
ภายในสมองยังมีโพรงซึ่งเป็นที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงสมอง น้ำไขสันหลัง ทั้งหมดจะไหลวนเวียนติดต่อกันได้โดยตลอด ดังนั้นเราจึงใช้วิธีตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อบอกสภาพของสมองได้
ปัจจุบันเรารู้ว่าเซลล์สมองตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ถ้าเราส่งกระแสไฟฟ้าน้อยๆ ให้เส้นประสาท เส้นประสาทจะไปบังคับให้กล้ามเนื้อทำงานโดยการหดตัว แท้ที่จริงมีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้นภายในเซลล์ประสาทและประจุไฟฟ้าจะถูกส่งต่อไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในทำนองเดียวกันกับกระแสไฟฟ้า ถูกส่งออกจากโรงไฟฟ้าไปตามสายไฟฟ้าไปยังบ้านต่างๆ ส่วนสัญญาณความรู้สึกที่ถูกส่งกลับไปยังสมอง ก็เกิดจากการส่งผ่านประจุไฟฟ้ากลับไปตามเส้นประสาทสู่เซลล์สมอง
นอกจากนี้ สมองยังกระทำในสิ่งที่มหัศจรรย์ได้เกี่ยวกับจินตนาการ คุณลองหลับตาและลองนึกถึงปลาที่กำลังว่ายอยู่ในน้ำดูซิ คุณจะเห็นภาพปลาแจ่มแจ๋วอยู่ในมโนสำนึก สมองของคุณได้วาดภาพที่งดงามขึ้นในจิตใจ โดยที่คุณไม่ต้องอาศัยกระดาษ ดินสอ หรืออุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
เราต้องทะนุถนอมสมองของเรา เนื่องจากถ้าเซลล์สมองเสียไปแล้วเราจะไม่สามารถหาเอาใหม่มาทดแทนได้
หากเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมีความดันในเลือดสูง ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็วก่อนที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจะเป็นอันตราย และเสียการทำงานของสมองส่วนนั้นไป นอกจากนี้เราต้องพักให้เพียงพอ กินอาหารถูกส่วน และมีประโยชน์ที่ควบคุมอารมณ์โกรธ เกลียด อิจฉาริษยาให้ดี เพราะอารมณ์ขุ่นมัวเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเซลล์สมอง
ที่มา ; หมอชาวบ้าน