
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ดร.ภูธร จันทะหงส์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการเปิดโครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ เขตตรวจราชการที่ 7 ที่โรงเรียนนราธิวาส จ.นราธิวาส ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการอบรมให้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรมนุษย์ของประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและนำพาประเทศชาติสู่อนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เป็นกรอบการขับเคลื่อนงานและนำพาให้ประเทศไทยสู่เป้าหมาย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม และกับแผนแม่บทการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตช่วงเด็กวัยเรียนวัยรุ่น มุ่งให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21
ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ได้มีนโยบายบูรณาการทำงานร่วมกันตามข้อตกลงความร่วมมือ 12 กระทรวง ในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ให้เป็นคนเก่ง ดี มีความรู้ และทักษะคิดวิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมืองดี กล้าหาญทางจริยธรรม สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน สู่สังคมดิจิทัล โรคอุบัติใหม่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ส่งผลกระทบต่อสังคมและวิถีชีวิตเด็กและเยาวชน เป็นความท้าทายในการติดตามดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้เด็กไทยเติบโต มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนมุ่งสร้างเสริมศักยภาพครูไทยยุคใหม่ ผู้เป็นบุคคลสำคัญในการจุดประกายความคิด อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชน เก่ง ดี มีคุณภาพ คุณธรรม มีจิตสาธารณะ และรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งมีความพร้อมต่อการดำเนินชีวิตในโลกยุควิถีใหม่ นำไปสู่การเป็นประชากรที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป
ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่นราธิวาส เปิดโครงการ 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย เติมทักษะครู หนุนสร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ
ที่มา ; เดลินิวส์ 8 พฤษภาคม 2566
สรุปสาระสำคัญ
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ดร.ภูธร จันทะหงส์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เปิดโครงการ “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ” ที่จังหวัดนราธิวาส โดยมุ่งอบรมและสร้างความตระหนักแก่ครูและบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์คุณภาพตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โครงการนี้สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเน้นเพิ่มความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้แก่วัยเรียน วัยรุ่น ทั้งด้านคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งด้านดิจิทัล โรคอุบัติใหม่ และสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังมีนโยบายบูรณาการ 12 กระทรวงร่วมกันพัฒนาเด็กไทยให้เก่ง ดี มีคุณธรรม พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาครูไทยยุคใหม่ให้ทำหน้าที่จุดประกายความคิดและส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กให้เติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันและเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต
ข้อสอบ
ก. การกำกับติดตามโรงเรียนด้านงบประมาณ
ข. การขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามยุทธศาสตร์ชาติ
ค. การวางแผนอัตรากำลังครูระดับชาติ
ง. การส่งเสริมความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสุขภาพ
2. ข้อตกลงความร่วมมือ 12 กระทรวงมีเป้าหมายหลักใดในการพัฒนาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21?
ก. เพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ข. พัฒนาเด็กให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์และคุณธรรม
ค. ปรับหลักสูตรระดับชาติให้ทันสมัย
ง. ขยายทรัพยากรดิจิทัลในสถานศึกษา
3. การให้เด็กมี “ภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก” หมายถึงแนวคิดใดในงานการศึกษามากที่สุด?
ก. การศึกษาสำหรับทุกคน (Equity)
ข. ความยืดหยุ่นและทักษะการปรับตัว (Adaptability)
ค. การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ง. การบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management)
4. บริบทของโลกยุคดิจิทัล โรคอุบัติใหม่ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ต้องการให้ครูมีสมรรถนะใดเพิ่มมากที่สุด?
ก. สมรรถนะด้านการประเมินผลนักเรียน
ข. สมรรถนะด้านการวิจัยในชั้นเรียน
ค. สมรรถนะด้านคิดวิเคราะห์และสร้างภูมิคุ้มกันการเรียนรู้
ง. สมรรถนะด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
5. จากบทความ หน่วยงานที่ต้องร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กไทยให้ครบมิติที่สุดคือข้อใด?
ก. โรงเรียนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. 12 กระทรวงที่ร่วมบูรณาการงานพัฒนาศักยภาพเด็ก
ค. กพฐ. และกระทรวงสาธารณสุข
ง. โรงเรียนและภาคเอกชน
คลิกเฉลย >>>