สมาชิกเข้าสู่ระบบ

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณค่าใหม่ที่นักเรียนต้องการ

เวลาที่เขียนบทความนี้ กระแสการหวนรำลึกถึงวิถีชีวิตในยุค Y2K (ปลาย 1990s - 2000s) กำลังเป็นที่นิยม ยุคดังกล่าวเป็นยุคที่สะท้อนคุณค่าของอิสรภาพและความสนุกสนาน สำหรับวงการการศึกษาไทยก็ได้มีปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่านนี้เช่นกัน คือ การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน         

ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการการศึกษาในช่วงเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 20 ปีที่ปัจจุบันระบบคุณค่าและบริบททางสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ย้อนทบทวนและมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับยุคสมัย 

กว่าจะมาเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์         

หลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่เน้นความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรมโดยใช้ประโยคคุ้นหูมาจนปัจจุบันที่ว่า “เก่ง ดี มีสุข” และเมื่อประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก็ได้มีการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนไว้ 8 ประการ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ จุดมุ่งหมายในการกำหนดคุณลักษณะดังกล่าวนั้นก็เพื่อให้นักเรียนสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองที่ดีของชาติและพลเมืองโลกที่ใส่ใจสิ่งรอบตัว

แม้เป้าหมายในการพัฒนาทักษะทางสังคมผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาไทย จะถูกให้ความสำคัญเท่ากับการพัฒนาทักษะด้านวิชาการ แต่ในทางปฏิบัติจริงอาจเกิดความไม่สอดคล้องกันของหลักการทั้งสอง สังเกตได้จากการกวดขันระเบียบวินัยด้านการแต่งกายจนนำไปสู่การละเมิดสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย เช่น การตัดผมเพื่อลงโทษ จนมีกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ทันสมัยและเอื้อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน 

คุณลักษณะที่พึงประสงค์ต้องเกิดประโยชน์จริงกับผู้เรียน         

หากเราลองมองในมุมที่กว้างออกไป ในต่างประเทศก็มีการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเช่นเดียวกัน และคุณลักษณะเหล่านั้นส่วนใหญ่จะมีการวิจัยรองรับว่าสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับทักษะชีวิตของนักเรียนได้         

Carol Lloyd ผู้วิจัยจากสถาบัน Habits of Mind and Thinking Maps ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการวิจัยเพื่อค้นหาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนไว้ว่า ต้องก้าวข้ามกรอบแนวคิดการแบ่งศาสตร์ความรู้ และไปสู่การบูรณาการระหว่างศาสตร์หรือข้ามศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เราเห็นความจริงที่ว่าเส้นทางการพัฒนาทักษะทางวิชาการ (academics) และทักษะทางอารมณ์และสังคม (social-emotional learning) ไม่ได้ถูกแยกจากกัน ทั้งยังเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งด้วย         

Carol ได้วิจัยและค้นพบว่ามีคุณลักษณะของผู้เรียน 4 ประการที่น่าพึงประสงค์หากเราต้องการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ได้แก่
         1. ความสามารถในการให้อภัย (forgiveness) ผู้วิจัยพบว่าเมื่อผู้เรียนมีความสามารถในการให้อภัยโดยเฉพาะการให้อภัยตนเองจะทำให้ผู้เรียน ก้าวผ่านความผิดพลาด และกล้าที่จะทำฝึกฝนพัฒนาตนเองรวมไปถึงกล้าที่จะเปิดใจการเรียนรู้สิ่งใหม่
         2. ความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย (sense of purpose) เมื่อผู้เรียนสามารถกำหนดเป้าหมายได้ คุณลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเต็มใจที่จะทำกิจกรรมและการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย
         3. ความสามารถในการซาบซึ้งใจ (gratitude) ต่อสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนซึ่งอาจจะเป็นการกระทำของคนรอบตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นโอกาสในการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ในตลอดชีวิต
         4. ความถ่อมตน (humble) คุณลักษณะนี้มาจากการยอมรับธรรมชาติในการเรียนรู้ของมนุษย์นั่นคือ
ความใฝ่รู้ (curiosity) การคงธรรมชาติในการเรียนรู้ข้อนี้ไว้คือการยอมรับในความไม่รู้ของตนเอง การปลูกฝังความถ่อมตนในความไม่รู้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนไม่อายที่จะถาม ไม่อายที่จะขอความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาตนเอง         

เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนากรอบแนวคิดการค้นหา หรือกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในบริบทสังคมไทย ก็พบว่ายังมีความหวัง ด้วยการค้นคว้าและบูรณาการด้านวิชาการอย่างเข้มแข็ง ที่สำคัญคือการยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะการปลูกฝังคุณลักษณะอาจจะคงอยู่ไปตลอดชีวิตของผู้เรียน ไม่แน่ว่า ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์การรำลึกถึงความทรงจำวัยเรียนที่ดีต่อใจเหมือนกระแส Y2K ที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีตอนนี้ก็เป็นได้ 

บทความโดย จิราเจต วิเศษดอนหวาย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ณรงค์ชัย ธนกิจภาคิน. (2561). การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้นำนักเรียนระดับประถมศึกษา ในศตวรรษที่ 21 ของสถานศึกษาเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่). http://www.graduate.cmru.ac.th/core/km_file/394.pdf

อัจศรา ประเสริฐสิน. (2558). การพัฒนารูปแบบการวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา (รายงานการวิจัย). สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).

Lloyd, C. (2021, November 15). Four character strengths that can help kids learn. Greater Good magazine. 
https://greatergood.berkeley.edu/article/item/four_character_strengths_that_can_help_kids_learn

Meador, D. (2019, August 06). 10 characteristics of great students. ThoughtCo. 
https://www.thoughtco.com/perfect-student-characteristics-4148286
 

ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ 

บทความสะท้อนการย้อนมอง “คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน” ซึ่งเริ่มเด่นชัดในช่วงยุค Y2K อันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการศึกษาไทย ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เน้น “เก่ง ดี มีสุข” และหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 ที่กำหนดคุณลักษณะ 8 ประการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดี อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับพบความไม่สอดคล้อง เช่น การบังคับวินัยที่ละเมิดสิทธิผู้เรียน จึงเกิดข้อถกเถียงว่าคุณลักษณะดังกล่าวยังเหมาะสมกับบริบทปัจจุบันหรือไม่

บทความเสนอให้ทบทวนแนวคิดโดยมุ่งเน้น “ประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียนจริง” และเรียนรู้จากต่างประเทศที่ใช้หลักฐานเชิงวิจัยรองรับ โดยเฉพาะแนวคิดของ Carol Lloyd ที่ชี้ว่าทักษะวิชาการและทักษะสังคม-อารมณ์เชื่อมโยงกัน ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน พร้อมเสนอคุณลักษณะสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การให้อภัย การมีเป้าหมาย ความกตัญญูรู้คุณ และความถ่อมตน ซึ่งช่วยเสริมทั้งผลสัมฤทธิ์และทักษะชีวิต

ท้ายที่สุด การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนไทยควรอาศัยการบูรณาการข้ามศาสตร์ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และปรับให้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าและยั่งยืนในระยะยาว

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดเน้นสำคัญของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คือข้อใด
ก. ความเป็นเลิศทางวิชาการ
ข. เก่ง ดี มีสุข
ค. การแข่งขันระดับนานาชาติ
ง. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นหลักการสำคัญที่เน้นทั้งความรู้และคุณธรรม

 

ข้อ 2 ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์คือข้อใด
ก. ผู้เรียนขาดความรู้
ข. ขาดการประเมินผล
ค. การปฏิบัติขัดแย้งกับหลักสิทธิผู้เรียน
ง. ขาดงบประมาณ
เฉลย: ค
เหตุผล: มีการบังคับวินัยที่ละเมิดสิทธิ เช่น การตัดผม

 

ข้อ 3 แนวคิดของ Carol Lloyd เน้นสิ่งใด
ก. แยกทักษะวิชาการออกจากชีวิต
ข. รวมทักษะวิชาการกับอารมณ์สังคม
ค. เน้นการสอบแข่งขัน
ง. เน้นเทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: ชี้ว่าทักษะทั้งสองเชื่อมโยงกัน

 

ข้อ 4 “การให้อภัยตนเอง” ส่งผลอย่างไร
ก. ทำให้ขาดความรับผิดชอบ
ข. ลดแรงจูงใจ
ค. กล้าพัฒนาตนเอง
ง. หลีกเลี่ยงปัญหา
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยให้ก้าวข้ามความผิดพลาด

 

ข้อ 5 การมี “sense of purpose” ส่งผลหลักคือข้อใด
ก. เพิ่มการแข่งขัน
ข. เพิ่มแรงจูงใจในการเรียน
ค. ลดความเครียด
ง. เพิ่มความจำ
เฉลย: ข
เหตุผล: ทำให้ผู้เรียนมุ่งสู่เป้าหมาย

 

ข้อ 6 คุณลักษณะ “gratitude” ช่วยด้านใด
ก. การจำเนื้อหา
ข. การวิเคราะห์
ค. การมองเห็นโอกาสในการเรียนรู้
ง. การแข่งขัน
เฉลย: ค
เหตุผล: ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียน

 

ข้อ 7 “ความถ่อมตน” เชื่อมโยงกับข้อใด
ก. ความมั่นใจเกินไป
ข. การยอมรับว่าตนไม่รู้
ค. การแข่งขัน
ง. การควบคุมผู้อื่น
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้

 

ข้อ 8 แนวทางพัฒนาคุณลักษณะในอนาคตควรเน้นอะไร
ก. การควบคุมเข้มงวด
ข. ยึดครูเป็นศูนย์กลาง
ค. ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
ง. เพิ่มการสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้น learner-centered

 

ข้อ 9 ข้อใดเป็นจุดอ่อนของระบบเดิม
ก. ไม่มีหลักสูตร
ข. ขาดการบูรณาการ
ค. ไม่มีการวัดผล
ง. ขาดครู
เฉลย: ข
เหตุผล: ยังแยกวิชาการกับทักษะชีวิต

 

ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือข้อใด
ก. สอบได้คะแนนสูง
ข. ได้งานดี
ค. อยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข
ง. แข่งขันได้ระดับโลก
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นเป้าหมายหลักของหลักสูตรไทย

 
 

 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น