
วันที่ (27 เมษายน 2565) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2565 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานฯ ผ่านระบบซูม ในการนี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 ผ่าน Facebook Live Fan Page กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งมีบุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จำนวน12 คน ดังนี้
1.สาขาทัศนศิลป์ จำนวน 4 คน ได้แก่
· นางวรรณี ชัชวาลทิพากร (ภาพถ่าย)
· ศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ (ภาพพิมพ์)
· ศาสตราจารย์เกียรติคุณอรศิริ ปาณินท์ (สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น)
· นายมีชัย แต้สุจริยา (ทอผ้า)
2.สาขาวรรณศิลป์ จำนวน 2 คน ได้แก่
· นางนันทพร ศานติเกษม (นามปากกา ปิยะพร ศักดิ์เกษม)
· นายวิชชา ลุนาชัย (นามปากกา ประชาคม ลุนาชัย)
3.สาขาศิลปะการแสดง จำนวน 6 คน ได้แก่
· ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ (โนรา)
· นายกำปั่น นิธิวรไพบูลย์ (เพลงโคราช)
· นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร)
· ศาสตราจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร (ดนตรีสากล - ประพันธ์เพลงคลาสสิก)
· นายสลา คุณวุฒิ (ดนตรีไทยสากล - ประพันธ์เพลงไทยลูกทุ่ง)
· นายนพพล โกมารชุน (ภาพยนตร์และละคร)
ศิลปินแห่งชาติจะได้รับสวัสดิการและการดูแล
ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับสวัสดิการประกอบด้วย
· ค่าตอบแทนรายเดือนๆ ละ 25,000 บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่
· ค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยอนุโลม เว้นแต่มีสิทธิเบิกจากหน่วยงานอื่น ให้เบิกจากหน่วยงานนั้นก่อน ถ้าเบิกจากหน่วยงานนั้นได้ต่ำกว่าสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิเบิกในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปีงบประมาณ เงินช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย รายละไม่เกิน 50,000 บาท ต่อครั้ง
· ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 3,000 บาท ต่อครั้ง
· กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือบำเพ็ญกุศลศพ รายละ 20,000 บาท
· เงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 150,000 บาท เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทาน
พระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช2564 ทั้ง 12 คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ ในวัน เวลา ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
หลักเกณฑ์ใหญ่คัดเลือกศิลปินแห่งชาติ
เกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประกอบด้วย 3 หลักเกณฑ์ใหญ่ คือ
เกณฑ์ที่ 1. คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันประกาศ
ยกย่อง เป็นผู้มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะในสาขานั้น เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอด เผยแพร่ หรือเป็นต้นแบบศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง เป็นผู้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่องานศิลปะ และมีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย และไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ
เกณฑ์ที่ 2. คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความจริง ความงาม อารมณ์ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ แสดงออกถึงแนวคิด สร้างพลังความรู้และพัฒนาสติปัญญาแก่มนุษยชาติ ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ และส่งเสริมจินตนาการ และเป็นผลงานสร้างสรรค์มีเอกลักษณ์ มีทักษะสูงส่ง มีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์ ไม่แสดงเจตนาหรือจงใจคัดลอกหรือเลียนแบบผลงานของผู้อื่นทั้งเปิดเผยและแอบแฝง
เกณฑ์ที่ 3. การเผยแพร่และการยอมรับคุณค่าผลงานของศิลปินแห่งชาติ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ จะต้องมีการเผยแพร่ผลงานและได้รับการยอมรับ คุณค่าในผลงาน ดังนี้ เป็นผลงานที่ได้รับการจัดแสดง ถ่ายทอดหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐาน อ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด และเป็นผลงานได้รับรางวัล หรือเกียรติคุณระดับภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ
ศิลปินแห่งชาติ มี 3 สาขา
การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ จะทำการคัดเลือกใน3 สาขา ได้แก่
1. สาขาทัศนศิลป์ หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นได้ด้วยตา แบ่งเป็น วิจิตรศิลป์ ประยุกต์ศิลป์ การออกแบบและประณีตศิลป์ วิจิตรศิลป์ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม ภาพถ่าย ประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ สถาปัตยกรรมไทย - ร่วมสมัย ภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมผังเมือง มัณฑนศิลป์ ส่วนศิลปะการออกแบบและประณีตศิลป์ ได้แก่ ออกแบบแฟชั่น ออกแบบอุตสาหกรรม หัตถศิลป์ ช่างสิบหมู่ หัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น
2. สาขาวรรณศิลป์ หมายถึง บทประพันธ์ที่แต่งอย่างมีศิลปะทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความรู้สึกสะเทือนใจ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและกลวิธีเสนออย่างมีชั้นเชิง
3. สาขาศิลปะการแสดง หมายถึง ศิลปะที่สื่อสารผ่านการแสดงเพื่อสร้างความบันเทิงและจรรโลงใจให้ผู้คนและสังคม ทั่งแบบไทยประเพณี ประยุกต์ สากล และแบบพื้นบ้าน ประกอบด้วย ดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทยและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ดนตรีสากลและนาฏศิลป์สากล และภาพยนตร์และละคร
นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2527 มีศิลปินแห่งชาติ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 - 2563 แล้วจำนวน 331 คน และในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 343 คน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 169 คน โดยยังมีชีวิตอยู่ 174 คน
สำหรับเยาวชนและประชาชนผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ www.culture.go.th หรือ www.facebook.com/DCP.culture และ line@วัฒนธรรม
กระทรวงวัฒนธรรม เปิดรายชื่อ 12 ศิลปินแห่งชาติ ปี 2564 "ครูสลา- ตู่ นพพล- ประชาคม ลุนาชัย" ได้รับคัดเลือก ระบุศิลปินแห่งชาติจะได้รับเงินเดือนละ 2.5 หมื่น พร้อมสวัสดิการ
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 27 เม.ย. 2565
กระทรวงวัฒนธรรมประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2564 จำนวน 12 คน จาก 3 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ (4 คน) วรรณศิลป์ (2 คน) และศิลปะการแสดง (6 คน) โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ศิลปินที่ได้รับการยกย่องจะได้รับสวัสดิการ เช่น ค่าตอบแทนรายเดือน 25,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เงินช่วยเหลือกรณีต่าง ๆ และสิทธิประโยชน์หลังเสียชีวิต
หลักเกณฑ์การคัดเลือกมี 3 ด้านสำคัญ คือ (1) คุณสมบัติ เช่น มีสัญชาติไทย มีผลงานโดดเด่น มีคุณธรรม และอุทิศตนต่อศิลปะ (2) คุณค่าของผลงาน ต้องสะท้อนความดี ความงาม สร้างปัญญา มีเอกลักษณ์ และไม่ลอกเลียนแบบ (3) การเผยแพร่และการยอมรับ ต้องมีผลงานต่อเนื่อง ได้รับการยอมรับและรางวัลในระดับต่าง ๆ
ศิลปินแห่งชาติแบ่งเป็น 3 สาขาหลัก คือ ทัศนศิลป์ (ศิลปะที่มองเห็น) วรรณศิลป์ (งานเขียนเชิงศิลปะ) และศิลปะการแสดง (การแสดงเพื่อสื่อสารและบันเทิง) ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2527 จนถึงปี 2564 มีศิลปินแห่งชาติรวม 343 คน สะท้อนบทบาทสำคัญของศิลปินในการสร้างสรรค์ อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยสู่สังคมและคนรุ่นต่อไป
ข้อ 1 ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของการยกย่องศิลปินแห่งชาติ
ก. ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ข. ยกย่องผู้มีผลงานดีเด่นด้านศิลปะ
ค. เพิ่มรายได้ให้รัฐ
ง. สร้างการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
เฉลย: ข
เหตุผล: มุ่งเชิดชูผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณค่า
ข้อ 2 หลักเกณฑ์ใดเน้น “ความประพฤติและคุณธรรม”
ก. คุณสมบัติของศิลปิน
ข. คุณค่าผลงาน
ค. การเผยแพร่ผลงาน
ง. การได้รับรางวัล
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นเกณฑ์ด้านคุณลักษณะบุคคล
ข้อ 3 หากผู้สมัครมีผลงานดีแต่ลอกเลียนแบบ จะขัดกับเกณฑ์ใด
ก. คุณสมบัติ
ข. การเผยแพร่
ค. คุณค่ามาตรฐานผลงาน
ง. การยอมรับ
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ลอกเลียน
ข้อ 4 ข้อใดเป็นตัวอย่างของ “ทัศนศิลป์”
ก. โขน
ข. นวนิยาย
ค. ภาพพิมพ์
ง. เพลงลูกทุ่ง
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นศิลปะที่มองเห็นได้
ข้อ 5 ข้อใดแสดงถึงการ “ยอมรับระดับสากล”
ก. เผยแพร่ในชุมชน
ข. ได้รับรางวัลนานาชาติ
ค. มีผู้ติดตามในโซเชียล
ง. มีผลงานจำนวนมาก
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นหลักฐานการยอมรับระดับสูง
ข้อ 6 หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการส่งเสริมศิลปินท้องถิ่น ควรเน้นสิ่งใด
ก. เพิ่มงบประมาณเพียงอย่างเดียว
ข. สนับสนุนการเผยแพร่ผลงาน
ค. จำกัดการแสดง
ง. ลดมาตรฐานผลงาน
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องเกณฑ์การยอมรับและเผยแพร่
ข้อ 7 สวัสดิการใดช่วยสร้างความมั่นคงระยะยาว
ก. เงินช่วยเหลือศพ
ข. ค่าของเยี่ยม
ค. ค่าตอบแทนรายเดือน
ง. เงินช่วยเหลือภัยพิบัติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นรายได้ต่อเนื่อง
ข้อ 8 ข้อใดสะท้อนบทบาทศิลปินแห่งชาติในสังคม
ก. สร้างความบันเทิงเท่านั้น
ข. ถ่ายทอดและพัฒนาวัฒนธรรม
ค. ทำงานเชิงธุรกิจ
ง. ผลิตสินค้า
เฉลย: ข
เหตุผล: มีบทบาทเชิงวัฒนธรรมและสังคม
ข้อ 9 หากครูต้องการปลูกฝังนักเรียนตามแนวคิดศิลปินแห่งชาติ ควรเน้นอะไร
ก. การลอกแบบ
ข. การแข่งขันอย่างเดียว
ค. ความคิดสร้างสรรค์และคุณธรรม
ง. ความรวดเร็วในการทำงาน
เฉลย: ค
เหตุผล: สอดคล้องหลักเกณฑ์สำคัญ
ข้อ 10 การมีผลงานเผยแพร่อย่างต่อเนื่องสำคัญอย่างไร
ก. เพิ่มชื่อเสียงชั่วคราว
ข. แสดงพัฒนาการและความยั่งยืน
ค. ลดคุณค่าผลงาน
ง. จำกัดโอกาส
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นหลักฐานของการพัฒนาและการยอมรับต่อเนื่อง