สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M533_แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับสามเณรวัยประถมศึกษา

ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ผู้ที่บรรพชาเป็นสามเณรมีช่วงอายุระหว่าง 7-20 ปี ต้องได้รับการศึกษาตามกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ แต่เนื่องจากการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาในปัจจุบัน ยังเป็นการจัดการศึกษาเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถรับสามเณรเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาได้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมวางแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประถมศึกษาของสามเณร ดังนี้ 

สามเณรสามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาภาคบังคับของทางราชการร่วมกับคฤหัสถ์ได้ โดยให้สถานศึกษาพิจารณาจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมและเอื้อเฟื้อต่อสถานภาพของสามเณร พร้อมกันนี้กรมส่งเสริมการเรียนรู้สามารถดำเนินการจัดการศึกษาให้กับสามเณรตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2560 ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคณะสงฆ์ในแต่ละพื้นที่ และเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้จะได้พิจารณาเป็นรายกรณีไป 

ทั้งนี้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ได้กรุณามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชาหรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564 มีเจตนารมณ์ให้เป็นข้อห้ามพระภิกษุ สามเณร เข้าเรียนวิชาหรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น จึงมิได้กระทบต่อการเข้ารับการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับแต่ประการใด 

ที่มา ; สำนักงานสภาการศึกษา

เกี่ยวข้องกัน

คําสั่งเถรสมาคม ที่ 1/2564 เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชา หรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ.2564 สาระสำคัญ 

  • ห้ามสอบแข่งขัน สอบคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาจากหน่วยงานรัฐ เว้นแต่เป็นกรณีทุนของพระภิกษุ สามเณรโดยเฉพาะ หรือจากสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาพระพุทธศาสนา ปรัชญา ภาษาบาลีสันสกฤต และสาขาอื่นที่เป็นประโยชน์ ต่อการเผยแผ่ 
  • ห้ามเรียนวิชาเหมือนประชาชนทั่วไป เว้นแต่เข้าศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการศึกษา หรือวิชาอื่นที่มหาเถรสมาคมกำหนดโดยมีเงื่อนไขหรือไม่มีก็ได้ เพื่อประโยชน์แก่การเผยแผ่ หรือเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง หรือสถานศึกษาอื่นใดที่จัดการศึกษาโดยคณะสงฆ์

        หากฝ่าฝืนจะมีโทษถึงขั้นขับออกจากวัดหรือปลดจากพระสังฆาธิการ 

คําสั่งดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนักวิชาการ ทั้งทางด้านศาสนาและด้านอื่นๆ ตลอดจนนักกฎหมายว่าเป็นการปิดกั้น จำกัดเสรีภาพ และละเมิดสิทธิมนุษยชนทางด้านการศึกษาของพระภิกษุและสามเณรหรือไม่ 

การจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ที่เรียกว่าพระปริยัติธรรม ประกอบด้วยแผนกธรรม ตั้งแต่ชั้นตรี โท เอก และแผนกบาลี ตั้งแต่ประโยค 1-2 จนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค ยึดเป็นขนบอย่างเคร่งครัด 

ต่อมามีการจัดการศึกษารูปแบบโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย รูปแบบการเรียนมีทั้งวิชาสามัญ พระธรรมวินัย และบาลีเข้าด้วยกัน 

ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย แต่กว่าจะเป็นที่ยอมรับของคณะสงฆ์และรัฐบาลได้ ก็ต้องใช้เวลายาวนานมาก 

ต้องยอมรับว่าขณะนี้ การจัดการศึกษาของรัฐขยายภาคบังคับถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว ซึ่งกระทบต่อการสร้างศาสนทายาทไม่น้อย จากเดิมที่กลุ่มขาดโอกาสมักพึ่งพาวัดเพื่อเล่าเรียน แต่ปัจจุบันเริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดที่จะส่งผลเด่นชัดที่สุด โอกาสที่จะมีสามเณรเปรียญ 9 ประโยคลดลง เพราะกว่าสร้างได้จะต้องใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 8 ปี จากกรณีผู้บรรพชาตั้งแต่อายุ 11-12 ปี 

การที่คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม ออกคำสั่งที่ขาดความรอบคอบ มองแค่มิติเดียว ปิดกั้นศิลปวิทยาการ จะทำให้สถาบันสงฆ์ก้าวไปไม่ทันโลก นอกจากนี้ จะต้องเตรียมปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยด้วย

ทั้งนี้คำสั่งมหาเถรสมาคม กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชาหรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564 นั้น มีเจตนารมณ์ให้เป็นข้อห้ามพระภิกษุ สามเณร เข้าเรียนวิชาหรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น จึงมิได้กระทบต่อการเข้ารับการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับแต่ประการใด

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

·      ประกาศกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เรื่อง แก้ไขคุณสมบัติของผู้สมัครหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้น ฐาน พุทธคักราข 2551 สำหรับกลุ่มเป้าหมายพระภิกษุ สามเณร

         https://drive.google.com/.../1xtyVmeaUQLbfCeXZmC.../view...

·      ดูกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ที่สำคัญเพิ่มเติมได้ที่ 

         http://www.lertchaimaster.com/law-DOLE.php 

 

สรุปสาระสำคัญ 

ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า สามเณรอายุ 7–20 ปี ต้องได้รับการศึกษาตามกฎหมายภาคบังคับ แต่ปัจจุบันการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญมีเฉพาะระดับมัธยมศึกษา จึงไม่สามารถรับสามเณรระดับประถมศึกษาได้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ได้วางแนวทางให้สามเณรสามารถเรียนร่วมกับคฤหัสถ์ในสถานศึกษาของรัฐ หรือให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้จัดการศึกษาเฉพาะตามความพร้อมของคณะสงฆ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ ที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีมติชัดว่า คำสั่งมหาเถรสมาคม พ.ศ.2564 ห้ามพระภิกษุสามเณรเรียนหรือสอบแข่งขันอย่างคฤหัสถ์ในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ไม่กระทบสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้น การจัดการศึกษาสำหรับสามเณรระดับประถมศึกษาจึงเป็นไปได้ตามกฎหมาย ทั้งยังสอดคล้องกับการพัฒนาโอกาสทางการศึกษา การรักษาศาสนทายาท และการปรับตัวของสถาบันสงฆ์ให้เท่าทันยุคสมัย
 

ข้อสอบ 

1.แนวทางการจัดการศึกษาสามเณรระดับประถมศึกษาที่เสนอในบทความ สะท้อนหลักการใดของการบริหารการศึกษา
ก. การกระจายอำนาจทางการศึกษา
ข. การจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาค
ค. การศึกษาตลอดชีวิต
ง. การบริหารแบบมีส่วนร่วมของรัฐและศาสนา

2.จากบทความ เหตุผลที่ต้องจัดให้สามเณรเรียนในระดับประถมศึกษา มีสาระสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เพื่อรักษาขนบการศึกษาพระปริยัติธรรม
ข. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ
ค. เพื่อสร้างศาสนทายาทในอนาคต
ง. เพื่อให้วัดมีบทบาทในชุมชน

 3.จากมติของมหาเถรสมาคม คำสั่ง พ.ศ.2564 มีเจตนารมณ์จำกัดในระดับใด
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐานทุกระดับ
ข. การศึกษานอกระบบของพระและสามเณร
ค. การศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น
ง. การศึกษาสายสามัญทั่วไปทุกระดับ

4. จากบทความ บทบาทของ “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ในการจัดการศึกษาสำหรับสามเณร สอดคล้องกับหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยืดหยุ่น
ข. การจัดการศึกษาโดยยึดพื้นที่เป็นฐาน (Area-based Education)
ค. การสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน
ง. การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ

5. หากผู้บริหารสถานศึกษานำแนวทางนี้ไปใช้ จะต้องคำนึงถึงประเด็นใดมากที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสามเณร
ก. การออกแบบการเรียนรู้ที่เคารพศักดิ์ศรีและสมณเพศ
ข. การเพิ่มชั่วโมงเรียนธรรมวินัยในหลักสูตร
ค. การแยกห้องเรียนระหว่างสามเณรกับคฤหัสถ์
ง. การให้วัดเป็นผู้บริหารโรงเรียนโดยตรง

คลิกเฉลย >>>