
ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 กับการมอบรางวัล ‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’ ที่ปีนี้นับเป็นรุ่นที่ 4 โดยมีครูจากทั่วประเทศไทยจำนวน 174 ท่าน แบ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 1 ท่าน ครูคุณากร 3 ท่าน ครูยิ่งคุณ 16 ท่าน และครูขวัญศิษย์ 156 ท่าน มาพบกันพร้อมหน้าในงานปฐมนิเทศออนไลน์
ถือเป็นวันแรกที่ตัวแทนของครูผู้เคยได้รับรางวัลทั้ง 3 รุ่น ได้มีโอกาสมาพบปะกับครูรางวัล ฯ รุ่นที่ 4 เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่ ที่จะเข้ามาร่วมสร้างเครือข่ายนำความรู้ความสามารถไปขยายผลเพื่อยกระดับการศึกษาในวงกว้างต่อไป ซึ่งไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังรวมไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนและติมอร์เลสเต
เนื่องในโอกาสที่ทางมูลนิธิ ฯ และครูรางวัลรุ่นก่อน ๆ ได้มาพบปะกับครูแห่งปีทั้ง 174 ท่านในวันนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิจากมูลนิธิ ฯ และครูรางวัลรุ่นพี่ จึงมีความยินดีที่จะกล่าวต้อนรับ แสดงความยินดี และมาบอกเล่าประสบการณ์สู่สมาชิกใหม่ของครอบครัว PMCA (Princess Maha Chakri Award) ซึ่งจะต้องร่วมเดินทางด้วยกันอีกยาวไกล ในการทำงานเพื่อยกระกับการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นไป
‘ครู’ ผู้ช่วยยกระดับ ‘จิตวิญญาณ’ ของศิษย์ให้สูงขึ้น
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับวงการศึกษา ที่กำลังจะมีครูผู้ทรงคุณค่าที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตศิษย์อีกรุ่นหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังกล่าวย้ำถึงความสำคัญของ ‘ครู’ ว่า ภารกิจที่ครูทุกท่านจะเข้าร่วมงานกับมูลนิธิ ฯ โดยการสนับสนุนจาก กสศ. หลังจากนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาที่กระจายไปในพื้นที่เล็ก ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะขับเคลื่อนการศึกษาและเชื่อมโยงให้เกิดเครือข่ายที่แข็งแรงไปทั่วประเทศ
“เราได้เห็นแล้วว่าครูรางวัล ฯ สามรุ่นที่ผ่านมา ได้นำความรู้และประสบการณ์เฉพาะตัวมาถ่ายทอดไปยังครูรุ่นใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง จนเกิดแนวทางที่น่าสนใจในการเรียนการสอนและสร้างแรงบันดาลใจสู่ครูรุ่นต่อไป ให้ซึมซับจิตวิญญาณของการเป็นครูผู้มุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์ ขณะเดียวกัน เครือข่ายของครูรางวัล ฯ ที่เกิดขึ้น ยังนำมาสู่การเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างครูในภูมิภาคอาเซียนและติมอร์ เลสเต ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการเรียนการสอนที่ข้ามภาษาและวัฒนธรรม จนเกิดแนวทางการจัดการศึกษาที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการรับมือกับวิกฤตการศึกษาช่วง COVID-19 ที่เครือข่ายครูที่เข้มแข็งของมูลนิธิ ฯ ได้ช่วยให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ดำเนินต่อไปได้
รองศาสตราจารย์ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวถึงเจตนารมณ์ของรางวัลว่า เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่ทรงคุณค่าสูงที่สุดสำหรับครูในประเทศ โดยจะมอบให้กับครูผู้มีคุณูปการต่อวงการศึกษา ซึ่งไม่ใช่เพียงมีทักษะในการถ่ายทอดทางวิชาการที่โดดเด่น แต่จะต้องเป็นครูที่สามารถยกระดับจิตวิญญาณของศิษย์ให้สูงขึ้น ดังนั้น ทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ สามารถภูมิใจได้ว่าความเป็นครูของท่านนั้นมาจากสิ่งที่อยู่ภายในจริง ๆ และแม้โลกจะหมุนผ่านมาถึงศตวรรษที่ 21 แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะ ‘ไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ ที่จะมาทดแทนครูเช่นพวกท่านได้’
ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์ คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ผู้ตั้งชื่อรางวัลครูคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ กล่าวถึงนิยามความหมายของรางวัลว่า คือครูผู้ผ่านกระบวนการเฟ้นหาคัดกรองเป็นอย่างดีแล้ว ว่าเป็นผู้มีใจรักและผูกพันกับศิษย์ กับวิชาชีพด้วยใจเมตากรุณาที่เหนือขึ้นไปกว่าการทำงานเพื่อรายได้เลี้ยงดูชีวิต ซึ่งหมายถึงการรับผิดชอบชีวิตของ ‘คน’ ทั้งลูกศิษย์และคนรอบ ๆ ข้าง ซึ่งความรับผิดชอบนั้นไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังเป็นการอุทิศตนแก้ปัญหานำพาชีวิตของลูกศิษย์ และสิ่งนี้เองที่จะทำให้คนคนหนึ่งมีคุณภาพ มีแนวทางที่ดีในการดำเนินชีวิต เป็นฐานรากของการศึกษาที่มีคุณภาพ และจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้กล่าวถึงความสำคัญของความเป็นครูในบริบทที่หลากหลาย และให้ข้อคิดว่า ประสบการณ์ความรู้ที่มาจากต่างสาขาและต่างพื้นที่ของครูทั้ง 176 ท่าน จะทำให้เรามีต้นแบบอีก 176 แบบ ซึ่งเมื่อนำมาหลอมรวมและถ่ายเทระหว่างกัน ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้ที่หลากหลาย นำไปใช้ได้กับลูกศิษย์ทุกประเภท ขยายผลออกไปได้ในทุกกลุ่ม ทุกสังกัด ที่สำคัญคือหลายท่านคือกลุ่มครูรุ่นใหม่ที่จะทำงานต่อเนื่องไปอีก 20-30 ปี ซึ่งหมายถึงว่าเราจะมีขุมพลังในการต่อสู้กับปัญหาทางการศึกษาที่ท้าทายทั้งในวันนี้ และในอนาคตที่จะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงอีกมากได้ปันประสบการณ์จากรุ่น 1-3 ถึงสมาชิกครอบครัวรุ่น 4 : เรื่อง ‘บทบาทของครูเครือข่ายมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักกรี’
ครูเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี 2558 กล่าวว่า หลังได้รับรางวัลได้มุ่งทำงานในสองบทบาทหน้าที่หลัก หนึ่งคือ เป็นแบบอย่างในด้านความประพฤติ จรรยาบรรณวิชาชีพ และเป็นผู้นำทางวิชาการ ส่วนบทบาทที่สองคือเผยแพร่องค์ความรู้ต่อไปให้คนที่สนใจได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้ การส่งเสริมของมูลนิธิ ฯ คือลมใต้ปีกที่สำคัญซึ่งช่วยให้งานก้าวหน้าไปได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ให้ความสนับสนุนในการสร้างห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานในโรงเรียน ส่งเสริมให้ได้ศึกษาดูงานกับครูในภูมิภาคอาเซียน จนเกิดการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม สร้างมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่เพียงตนเองจะได้รับ แต่ผลที่งอกเงยขึ้นยังได้สะท้อนไปสู่นักเรียนและโรงเรียนอีกด้วย
ครูกล่อมจิต ดอนภิรมย์ ครูขวัญศิษย์ ประจำปี 2558 กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับมิใช่เป้าหมายปลายทางสุดท้ายของความเป็นครู แต่คือจุดเริ่มต้นของการทำงานกับครอบครัว PMCA ในอีกบทบาทหนึ่งของวิชาชีพ เป็นความท้าทายที่ทำให้เกิดแรงขับในการสร้างพื้นที่ทำงานใหม่ ๆ ทั้งรางวัลนี้ยังทำให้ได้รับโอกาสในการติดอาวุธทางความคิด ได้พัฒนาทักษะดิจิทัลที่สามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดีในช่วง COVID-19 และไม่เพียงได้รับ ตนยังสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อ จนครูทุกคนในพื้นที่สามารถสร้างห้องเรียนออนไลน์เพื่อจัดการเรียนรู้ในช่วงวิกฤตได้ และนี่คือตัวอย่างหนึ่งของประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงพร้อมส่งพลังไปถึงเด็ก ๆ ให้เขาพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้และตลอดไป
ครูศรันย์ ศรีมะเริง ครูคุณากร ประจำปี 2560 กล่าวว่า ตนเป็นครูคนหนึ่งที่ต้องทำงานในความขาดแคลนเสมอมา แต่หลังจากได้รับรางวัล มูลนิธิ ฯ และเครือข่ายได้ช่วยเหลือและสนับสนุนให้การงานต่าง ๆ ทำได้กว้างขวางขึ้น ทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้เป็นวิทยากรบนเวทีใหญ่ ๆ มีงบประมาณในการทำงานเพิ่มขึ้น และมีกำลังในการผลักดันลูกศิษย์ขึ้นมาทำงานทดแทนตนเองได้ในหลาย ๆ เรื่อง “รางวัลนี้จึงเหมือนกับเป็นการเติมพลังเข้ามาในตัวเรา เพื่อให้เราถ่ายทอดพลังนั้นไปให้คนอื่นต่อไปด้วย”
ครูบุญเสริฐ จันทร์ทิน ครูยิ่งคุณ ประจำปี 2562 กล่าวว่ารางวัลที่ได้รับเปิดโอกาสให้ได้รับบทบาทดูแลครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดพัทลุง รวมถึงการเป็นผู้นำในการขยายผลการให้ความรู้ในการสอบ PISA (Programmed for International Student Assessment) ของพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยตนมองว่าการร่วมงานกับมูลนิธิ ฯ คือแรงผลักสำคัญในการพัฒนาในตัวเอง เพื่อขับเค้นศักยภาพออกมาช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุด นอกจากนี้ การได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนกับครูเก่ง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน ยังทำให้เกิดการประยุกต์การเรียนการสอนที่นำมาปรับใช้ได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ครูประเสริฐ แสงโป๋ ครูยิ่งคุณ ประจำปี 2560 กล่าวว่า กว่าที่ทุกท่านจะได้เข้ามาเป็นครูเครือข่ายมูลนิธิ ฯ จะต้องผ่านการคัดเลือกหลายลำดับขั้นตอน เพื่อหาครูที่มีความโดดเด่นและมีผลงานที่ก่อให้เกิดคุณูปการเป็นที่ยอมรับในระดับสูง โดยหลังได้รับรางวัลตนได้มีโอกาสเข้ามารับบทบาทเป็นอนุกรรมการเฟ้นหาครูรางวัล ฯ ในระดับจังหวัดด้วย ทำให้ได้ทราบว่ากว่าที่ทั้งตนเองและทุก ๆ ท่านจะได้มาพบกันในวันนี้ แต่ละคนต้องผ่านการทำงานอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานในวิชาชีพครู และได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในแวดวงการศึกษาและชีวิตของลูกศิษย์กันมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น ทั้งยังมีแรงกายแรงใจที่จะร่วมมือกันสร้างสรรค์และยกระดับการจัดการศึกษาไทยให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอย่างแท้จริง
ที่มา ; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
บทความกล่าวถึง พิธีปฐมนิเทศออนไลน์ ของ เครือข่าย รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 4 มีครู 174 คน แบ่งเป็น ครูรางวัลสูงสุด และ รางวัลย่อย หลายระดับ โดยมีเป้าหมาย สร้างเครือข่ายครู เพื่อยกระดับ การศึกษาไทย และ อาเซียน รวม ติมอร์เลสเต ผ่าน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ ขยายผล การพัฒนาการสอน อย่างต่อเนื่อง มูลนิธิฯ เน้น บทบาทครู ในการยกระดับ จิตวิญญาณ ผู้เรียน มากกว่า ความรู้เชิงวิชาการ และ ยืนยันว่า เทคโนโลยี ไม่สามารถ แทนครู ได้ ครูในเครือข่าย ทำหน้าที่ เป็นผู้นำทางวิชาการ แบบอย่าง จรรยาบรรณ และ ผู้ขับเคลื่อน การพัฒนา ชุมชนการเรียนรู้ ทั้งยัง นำประสบการณ์ ไปพัฒนา นวัตกรรมการสอน เช่น ห้องเรียนออนไลน์ การเตรียมสอบ PISA และ การศึกษาข้ามวัฒนธรรม ในช่วง วิกฤต COVID-19 รางวัลนี้ จึงเป็น จุดเริ่มต้น ของ การทำงานร่วมกัน มากกว่าจุดสิ้นสุด ส่งเสริม การสร้าง เครือข่ายครู ที่เข้มแข็ง กระจาย องค์ความรู้ ไปยัง พื้นที่ ต่าง ๆ เพื่อ พัฒนา คุณภาพผู้เรียน อย่างยั่งยืน และ สร้าง ครูต้นแบบ ที่หลากหลาย เพื่อ รองรับ ความเปลี่ยนแปลง ของโลก ในอนาคต นอกจากนี้ เครือข่ายครูรางวัล ยังมีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนา ครูรุ่นใหม่ ถ่ายทอด ประสบการณ์ จากครูรุ่นก่อน สู่รุ่นปัจจุบัน สร้าง การเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่าง มหาวิทยาลัย และ โรงเรียน ทำให้เกิด นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน ที่หลากหลาย สามารถ ปรับใช้ได้จริง ในบริบท พื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ การรับมือ สถานการณ์วิกฤต เช่น การเรียนออนไลน์ ในช่วง COVID-19 รวมทั้ง การยกระดับ คุณภาพการศึกษา ในระดับพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ครูผู้ได้รับรางวัล จึงทำหน้าที่ ทั้ง ผู้นำทางวิชาการ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และ ผู้แก้ปัญหาทางการศึกษา ในชุมชน โดยยึดหลัก ความรับผิดชอบ ต่อชีวิตศิษย์ และ การพัฒนาคน อย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ จึงมุ่งสร้าง เครือข่ายครู ที่เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อน ระบบการศึกษา ทั้งในประเทศ และ ระดับภูมิภาค ในอนาคต เน้นการสร้าง ครูต้นแบบ ที่มี จิตวิญญาณ ความเป็นครูสูง สามารถ พัฒนา ผู้เรียน ให้คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และ เติบโต เป็นพลเมือง ที่มีคุณภาพ ของสังคมโลก สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนา การศึกษา ต้องอาศัย เครือข่าย ความร่วมมือ และ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ของครู ทุกคน ซึ่งเป็น รากฐานสำคัญ ของการพัฒนา ประเทศ อย่างยั่งยืน ในระยะยาว และ สร้างระบบการศึกษา ที่พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลง ของโลกอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านพลัง ของครูเครือข่าย PMCA อย่างแท้จริง ในอนาคตข้างหน้า ร่วมกัน ต่อไป นี้
วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของเครือข่าย PMCA คือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ครู
ข. สร้างเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
ค. จัดอันดับโรงเรียน
ง. ลดจำนวนครูในระบบ
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหามุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาการศึกษา ไม่ใช่ด้านเศรษฐกิจหรือการลดบุคลากร
แนวคิดสำคัญเกี่ยวกับ “ครู” ในบทความคือข้อใด
ก. ครูต้องเก่งเทคโนโลยีเป็นหลัก
ข. ครูแทนที่ด้วย AI ได้
ค. ครูมีบทบาทยกระดับจิตวิญญาณผู้เรียน
ง. ครูเน้นการสอบเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการพัฒนาจิตวิญญาณและคุณค่าภายในของผู้เรียน
บทบาทสำคัญของเครือข่ายครูหลังได้รับรางวัลคือข้อใด
ก. แข่งขันกันพัฒนาผลงาน
ข. ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
ค. ลดภาระงานสอน
ง. เปลี่ยนอาชีพ
เฉลย: ข
เหตุผล: เครือข่ายเน้นการแบ่งปันความรู้และขยายผลทางการศึกษา
เหตุการณ์ COVID-19 สะท้อนบทบาทของครูในด้านใด
ก. การหยุดสอน
ข. การใช้เครือข่ายปิดโรงเรียนถาวร
ค. การพัฒนาการเรียนออนไลน์ต่อเนื่อง
ง. การลดคุณภาพการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูใช้เครือข่ายและเทคโนโลยีเพื่อให้การเรียนรู้ดำเนินต่อไป
ข้อใดเป็นผลลัพธ์ของการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
ก. ลดความแตกต่างทางวัฒนธรรม
ข. จำกัดการเรียนรู้
ค. เกิดแนวทางการสอนที่หลากหลาย
ง. ใช้หลักสูตรเดียวกันทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: การแลกเปลี่ยนทำให้เกิดความหลากหลายในการจัดการเรียนการสอน
เหตุใดจึงกล่าวว่า “เทคโนโลยีไม่สามารถแทนครูได้”
ก. เทคโนโลยีไม่มีข้อมูล
ข. ครูมีบทบาทด้านจิตวิญญาณและคุณธรรม
ค. เทคโนโลยีแพง
ง. ครูไม่ใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูมีมิติด้านจิตใจและการพัฒนามนุษย์ที่เทคโนโลยีทำไม่ได้
บทบาทของครูในเครือข่ายหลังได้รับรางวัลคือข้อใด
ก. ผู้บริหารธุรกิจ
ข. ผู้นำทางวิชาการและผู้แก้ปัญหา
ค. ผู้ประเมินงบประมาณ
ง. ผู้กำหนดนโยบายการเมือง
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูทำหน้าที่นำความรู้และแก้ปัญหาทางการศึกษาในพื้นที่
แนวคิด “ครูต้นแบบ” หมายถึงข้อใด
ก. ครูที่มีคะแนนสอบสูง
ข. ครูที่เน้นการสอนพิเศษ
ค. ครูที่มีจิตวิญญาณและพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน
ง. ครูที่สอนออนไลน์เท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นคุณค่าภายในและการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน
การสร้างเครือข่ายครูช่วยพัฒนาการศึกษาอย่างไร
ก. ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น
ข. ลดการทำงานร่วมกัน
ค. เพิ่มการแลกเปลี่ยนและพัฒนาอย่างยั่งยืน
ง. ทำให้หลักสูตรเหมือนกันทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: เครือข่ายช่วยให้เกิดความร่วมมือและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ข้อใดสะท้อน “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตามบทความ
ก. การพึ่งพาเทคโนโลยีทั้งหมด
ข. การแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. การเรียนรู้ตลอดชีวิตของครูและเครือข่าย
ง. การลดจำนวนโครงการ
เฉลย: ค
เหตุผล: การเรียนรู้ตลอดชีวิตและความร่วมมือเป็นฐานของความยั่งยืน