
(27 ธันวาคม 2564) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการประชุมมอบนโยบาย แนวทางการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้กับศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และผู้บริหารระดับสำนัก ณ โรงแรมพาลาสโซ กรุงเทพฯ โดยนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมในการประชุม “ตรีนุช” เน้น 3 ประเด็นหลักให้เร่งขับเคลื่อน “จัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ยึดโยงนโยบายและบริบทของพื้นที่ – การปักหมุดค้นหาติดตามเด็กออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา – สร้างเครือข่ายโครงการโรงเรียนคุณภาพ”
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในฐานะที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานใน ศธ. มีความตั้งใจที่ขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ และเข้าถึงเด็กและเยาวชนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกันให้มากที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนใน ศธ. ช่วยกันผลักดันการทำงานให้เกิดผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา คนละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงไปสู่ผู้ปกครองได้อย่างรวดเร็ว หรือการดำเนินการวัคซีนให้กับครูและนักเรียน ซึ่งทุกคนทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้รับวัคซีนนำไปฉีดให้กับครูและนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียน On-Siteได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ทุกคนดูแลการศึกษาในระดับจังหวัด อยากจะฝากในเรื่อง “การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา” ให้ยึดโยงและสอดคล้องกับนโยบายของ ศธ. และคำนึงถึงบริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกัน ที่สำคัญต้องตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่และจังหวัด ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจและพร้อมที่จะทำงานเพื่อพัฒนาการศึกษา แต่เนื่องจาก ศธ.เป็นกระทรวงใหญ่ มีหลายหน่วยงานหลัก การทำงานแบบบูรณาการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มอบให้ปลัด ศธ. ร่วมกับองค์กรหลัก ตั้งคณะทำงานในการพัฒนาระบบการตรวจราชการและติดตามประเมินผลต่าง ๆ
อีกประเด็นที่ฝากให้ช่วยกันขับเคลื่อน เร่งผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม คือ “การปักหมุดค้นหาและติดตามเด็กตกหล่นและออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัด ศธ. โดยเฉพาะหน่วยงานในระดับภูมิภาคและจังหวัด เป็นส่วนสำคัญในการทำงานเรื่องดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งจะมีการชี้แจงรายละเอียดประเด็นนี้ ในวันที่ 5 มกราคม 2565
นอกจากนี้ ขอให้ร่วมกัน “สร้างเครือข่ายโครงการโรงเรียนคุณภาพ” ได้เริ่มดำเนินการนำร่องไปแล้วในพื้นที่ จ.สระแก้ว แต่ต้องการดำเนินการให้เข้มข้นมากขึ้นในทุกพื้นที่ เนื่องจากการสร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพนั้น จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษาได้ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ เราจึงต้องสร้างโรงเรียนคุณภาพและเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กได้เข้ามาใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมถึงรูปแบบการพัฒนาครู
ทั้งหมดนี้ ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกคนจะต้องช่วยให้กลไกต่าง ๆ ขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา ; ศธ.360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมุ่งยกระดับคุณภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยเน้นการขับเคลื่อน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาที่ต้องสอดคล้องนโยบายส่วนกลางและบริบทพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของจังหวัดอย่างแท้จริง (2) การติดตามและนำเด็กตกหล่นหรือออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผ่านการบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะระดับพื้นที่ และ (3) การสร้างเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้โรงเรียนขนาดเล็กเข้าถึงทรัพยากรและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้เรียน เช่น สนับสนุนค่าใช้จ่าย 2,000 บาท และเร่งฉีดวัคซีนครู–นักเรียนเพื่อเปิดเรียน On-Site อย่างปลอดภัย การดำเนินงานทั้งหมดต้องอาศัยการบูรณาการภายในกระทรวง ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ จึงมีการตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ สรุปได้ว่า แนวทางดังกล่าวมุ่งให้เกิดประสิทธิภาพเชิงระบบ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ทั่วถึงและยั่งยืน
ข้อ 1 แนวคิดสำคัญของการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาคือข้อใด
ก. เน้นนโยบายส่วนกลางเป็นหลัก
ข. ยึดโยงนโยบายและบริบทพื้นที่
ค. เน้นงบประมาณเป็นตัวตั้ง
ง. ใช้รูปแบบเดียวทั่วประเทศ
ข้อ 2 การแก้ปัญหาเด็กออกกลางคันควรใช้แนวทางใด
ก. ลงโทษผู้ปกครอง
ข. เพิ่มข้อสอบคัดกรอง
ค. บูรณาการหน่วยงานติดตาม
ง. ลดจำนวนโรงเรียน
ข้อ 3 เป้าหมายของเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพคืออะไร
ก. เพิ่มการแข่งขัน
ข. ลดจำนวนครู
ค. ลดความเหลื่อมล้ำ
ง. เพิ่มรายได้โรงเรียน
ข้อ 4 มาตรการช่วยเหลือ 2,000 บาทมีวัตถุประสงค์หลักใด
ก. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ข. ลดภาระค่าใช้จ่าย
ค. ส่งเสริมเทคโนโลยี
ง. เพิ่มจำนวนนักเรียน
ข้อ 5 การเปิดเรียน On-Site อย่างปลอดภัยต้องอาศัยปัจจัยใด
ก. เพิ่มครู
ข. ลดเวลาเรียน
ค. ฉีดวัคซีน
ง. ใช้สื่อออนไลน์
ข้อ 6 เหตุใดต้องมีการบูรณาการใน ศธ.
ก. เพื่อลดบุคลากร
ข. เพราะมีหลายหน่วยงาน
ค. เพื่อเพิ่มงบประมาณ
ง. เพื่อแข่งขันกัน
ข้อ 7 บทบาทของระดับจังหวัดสำคัญอย่างไร
ก. กำหนดนโยบายระดับชาติ
ข. ดำเนินการตามบริบทพื้นที่
ค. ควบคุมโรงเรียนเอกชน
ง. จัดสอบกลาง
ข้อ 8 การติดตามประเมินผลมีเป้าหมายหลักใด
ก. ลงโทษหน่วยงาน
ข. เพิ่มเอกสาร
ค. พัฒนาประสิทธิภาพงาน
ง. ลดโครงการ
ข้อ 9 โรงเรียนขนาดเล็กได้ประโยชน์จากเครือข่ายอย่างไร
ก. ได้งบประมาณเพิ่มเท่านั้น
ข. ได้แข่งขันมากขึ้น
ค. เข้าถึงสื่อคุณภาพ
ง. ลดจำนวนนักเรียน
ข้อ 10 หากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการใดสอดคล้องนโยบาย
ก. ใช้นโยบายเดิม
ข. รอคำสั่งส่วนกลาง
ค. ปรับแผนตามบริบทพื้นที่
ง. ลดกิจกรรม
คลิกเฉลย >>>