สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ย้ายแล้ว ผอ.โรงเรียนลวนลามเด็กนักเรียนเกือบ 30 คน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 10 ก.ค.67 ที่ สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้มีผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้พาบุตรหลานจำนวน 27 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ก๋าเขียว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชัยบาดาล เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว หลังจากนักเรียนถูก ผอ.ลวนลาม 

นางโสน (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า เรื่องเกิดขึ้นมานานแล้วจนลูกหลานที่ถูก ผอ.ลวนลาม จะไม่ไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้กันแล้ว ทำให้ผู้ปกครองเค้นสอบถามจนยอมเล่าให้ฟังว่าถูก ผอ.ลวนลามในหลายรูปแบบ เวลาหลังเลิกเรียนบ้าง เวลาขณะแต่งตัวเตรียมการแสดงรำบ้าง ทำให้นักเรียนอับอาย ผู้ปกครองมาจึงได้รวมตัวกันเพื่อแจ้งความและขอให้เขตพื้นที่การศึกษาสั่งย้าย ผอ. ออกจากพื้นที่เพื่อเยียวยานักเรียนและเพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน 

ต่อมา นายกองตรี ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอชัยบาดาล ได้มาพบคณะผู้ปกครองและนักเรียนที่ สภ.ชัยบาดาล เบื้องต้นได้สอบสวนผู้ปกครองไว้ก่อน ในส่วนของนักเรียนเนื่องจากเป็นเด็ก จะสอบสวนพร้อมกับทีมสหวิชาชีพ ที่สนง.อัยการจังหวัดชัยบาดาล อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) ซึ่งขณะนี้บ้านพักแม่และเด็กจังหวัดลพบุรี กำลังเดินทางมาเพื่อสอบถามข้อมูลจากเด็ก 

อย่างไรก็ตามการดำเนินการกับผู้บริหารโรงเรียนที่ถูกกล่าวหานั้น ทาง ผอ.สพป.เขต 2 ได้สั่งการให้ไปช่วยราชการเป็นการชั่วคราวที่ สพป.เขต 2 จ.ลพบุรี แล้ว และอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสืบเสาะข้อเท็จจริงต่อไป 

ย้ายแล้ว ผอ.โรงเรียนลวนลามเด็กนักเรียนเกือบ 30 คน ตั้งคณะกรรมสอบสวน ผู้ปกครองรวมตัวแจ้งความ เด็กกลัวจนไม่กล้าไปเรียน 

ที่มา ; ข่าวสด 

เกี่ยวข้องกัน

ผู้ปกครองเดือด นักเรียนหญิงถูก ผอ.โรงเรียนลวนลาม-อนาจารกว่า 30 คน จ่อแจ้งความ 

วันที่ 10 ก.ค.67 เฟซบุ๊กเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว3” ได้โพสต์เรื่องร้องเรียนของผู้ปกครอง หลังมีลูกหลานในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ถูก ผอ.โรงเรียนลวนลามและกระทำอนาจารกว่า 30 คน โดยระบุว่า 

เด็กนักเรียนหญิง 30 คนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ถูก ผอ.โรงเรียน ลวนลามและกระทำอนาจาร ตอนนี้ผู้ปกครองกำลังรวมตัวพาเด็กไปแจ้งความที่ สภ.ชัยบาดาล” 

เบื้องต้นทราบว่า เด็กนักเรียนหญิงที่ถูกลวนลามนั้นเป็นนักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งลักษณะการถูกลวนลามก็แตกต่างกันออกไป โดยผู้ปกครองอยู่ระหว่างการเข้าพูดคุย และเตรียมรวมตัวเข้าแจ้งในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) 

ที่มา ; ข่าวสด

เกี่ยวข้องกัน

ผอ.โรงเรียนเปิดหน้าสู้ ยันไม่ได้ลวนลาม หรือล่วงละเมิดเด็ก  แต่เป็นปัญหาภายในโรงเรียน ขณะที่ สพฐ.สั่งย้ายแล้ว 

จากกรณีที่เพจอีซ้อขยี้ข่าว3 ได้โพสต์ภาพนักเรียนหญิง ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี 27 คน รวมตัวแจ้งความผู้อำนวยการโรงเรียน โดยอ้างว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม 

ล่าสุดวันนี้ (11ก.ค.67 )บรรยากาศที่โรงเรียนวัดโพธิ์งาม ตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ขณะนี้ได้ขึ้นป้ายบุคคลภายนอกห้ามเข้า พร้อมปิดประตูโรงเรียนห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในโรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเขตสองจังหวัดลพบุรีเข้ามาอยู่ภายในโรงเรียน 

ขณะที่นายนิติศักดิ์ กลิ่นเทศ ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์งาม  ได้เปิดใจกับทีมข่าวว่า ยืนยันว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริงสามารถตรวจสอบได้ และตัวเองพร้อมสู้คดีกับข้อกล่าวหาทั้งหมด อีกทั้งตนเองเป็นลูกหลานบ้านหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาลจังหวัดลพบุรี คงไม่ทำให้เสื่อมเสียเชื่อเสียง 

สำหรับเหตุการณ์นี้ น่าจะเกิดจากปัญหาของตัวเองกับครูท่านหนึ่งที่มีเรื่องขัดแย้งกัน เรื่องมาโรงเรียนสาย และมีการตำหนิกันจนทำให้เป็นข้อพิพาทกันขึ้น ซึ่งขณะนี้ตัวเองได้มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตสองตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2567ที่ผ่านมา ซึ่งทางเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการตั้งกรรมการสอบอยู่ ซึ่งก็ยังไม่พบอะไร พร้อมกับย้ำว่าไม่มีการลวนลาม และได้มีแจ้งความกับครูคนดังกล่าวไว้แล้วที่สภ.ท่าหลวง 

การกล่าวหาว่าตัวเองลวนลามนั้นมันไม่มีมูลความจริงสามารถตรวจสอบกับนักเรียนคนอื่นๆซึ่งมีกว่า 200 คนในโรงเรียนได้หรือแม้แต่ครูคนอื่นๆรวมถึงกรรมการสถานศึกษาชาวบ้านในพื้นที่ได้เลยตัวเองพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจในทุกพื้นที่” 

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสาวเจี๊ยบ(นามสมมุติ) แม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป.5 เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกสาว เคยโดน ผอ. ลูบหัว ลูบไหล่ หลายครั้ง  ส่วนตัวมองว่าถ้าลูบแค่หัวอาจจะมองได้ว่าเอ็นดูเด็ก แต่ถ้าลูบไหล่ ถึงหลัง ลักษณะก็คล้ายกับลวนลาม 

นอกจากนี้ลูกสาว ก็เคยมาเล่าให้ฟังว่า เพื่อนรุ่นพี่ถูก ผอ.คนนี้จับแขน แล้วด้วยความเป็นเด็ก แขนยังเล็กอยู่ ทาง ผอ.ก็เอานิ้วไปโดนที่หน้าอกของเด็ก ซึ่งการทำแบบนั้นมันเหมือนเป็นการลวนลามเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เด็ดที่โดนมักจะเป็นเด็กโตที่เรียนชั้นมัธยม 

นอกจากนั้น ผอ. คนนี้ก็มักจะมีปัญหากับครูในโรงเรียนเป็นประจำ และมีปัญหากับครูหลายคน เนื่องจากปัญหาเรื่องเงินที่เอามาใช้ในโรงเรียน ทั้งเงินสร้างโดม และซ่อมแซมจุด ซึ่งลูกสาว ก็เคยมาเล่าให้ฟัง โดยบอกว่า “แม่เงินโรงเรียนใกล้หมดแล้วนะ” ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหนกันแน่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในโรงเรียน 

หากหลังจากนี้ ผอ. คนนี้ไม่ย้ายออกไปจากโรงเรียน ตนเองก็อาจจะต้องให้ลูกสาวของตนเอง ไปเรียนที่อื่น เพราะไม่มั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยหรือไม่ 

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. กล่าวว่า ล่าสุดได้เซ็นหนังสือสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ให้มาประจำที่ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ โดยให้มารายงานตัวโดยตรงกับตนเองภายในวันนี้ เพราะถือว่าเป็นระดับ ผอ. ทำตัวไม่เหมาะสม พร้อมตั้งกรรมการของ สพฐ.ขึ้นมาตรวจสอบอีกชุด ให้มีสรุปภายใน 7 วัน หากมีมูลจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน สำหรับโทษสูงสุด คือ ปลดออกหรือไล่ออก ขณะเดียวกัน ได้ทำหนังสือรายงานถึงคุรุสภา ซึ่งดูแลใบประกอบวิชาชีพครูด้วย 

เรื่องนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กำชับเด็ดขาด สั่งห้ามเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เพราะก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเรื่องที่ที่โรงเรียนปทุมคงคา แม้จะเป็นเพียงโรงเรียนเดียว แต่สร้างความเสียหายแก่โรงเรียน สพฐ.กว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ 

ที่มา ; msn

เกี่ยวข้องกัน

ย้ายฟ้าผ่า! กพฐ.สั่งเก็บ ผอ.หื่นเข้ากรุ จี้เขตฯตั้งกก.สอบ รู้ผลใน 7 วัน ผิดจริงพักราชการทันที 

กรณีผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ได้นำตัวลูกสาว จำนวน 27 คน เดินทางเข้าพบกับ ร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์ ก๋าเขียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ชัยบาดาล เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียน หลังจากที่ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งจากที่ได้รับรายงานมีนักเรียนที่อาจถูกทำอนาจาร 12 คนด้วยกัน และได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าว เข้ามาช่วยราชการที่ส่วนกลาง โดยให้เข้ามารายงานตัวที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายในวันที่ 11 กรกฎาคม ทั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้การสอบข้อเท็จจริง มีความเป็นธรรม พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ลพบุรี เขต 2 ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน 

หากพบหลักฐานความผิดชัดเจนจะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงจะสั่งพักราชการทันที ซึ่ง สพฐ.จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน เพราะผู้บริหารโรงเรียนหรือครูในสังกัดมีพฤติกรรมที่กระทำผิดจรรยาบรรณในลักษณะแบบนี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรง” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

ผอ. ลั่นถูกกลั่นแกล้ง ยันไม่เป็นความจริง ลวนลามน.ร. 27 คน พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ 

จากกรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนของโรงเรีนยขยายโอกาสแห่งหนึ่งในตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ได้พาบุตรหลานเข้าแจ้งความจำนวน 27 รายกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบาดาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว หลังจากที่นักเรียนได้มาเปิดเผยว่าถูกทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายนิติศักดิ์ อายุ 59 ปี ผอ.โรงเรียนที่ถูกร้องเรียน ออกมาเปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการโจมตีตนเองฝ่ายเดียว โดยที่ตนไม่ได้มีความประพฤติเช่นนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะมีเรื่องเข้าใจผิด ระหว่างครูภายในโรงเรียนด้วยกัน ซึ่งเป็นครูผู้หญิง เหตุการณ์ดังกล่าวตามกระแสสื่อนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการสร้างภาพให้ตนเองได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ ผู้บังคับบัญชาได้เรียกตนมาประจำอยู่ที่ สพป.ลพบุรี เขต 2 เพื่อที่จะได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนหาความจริง ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้นตนเองพร้อมที่จะชี้แจงและตนถูกกลั่นแกล้งพร้อมที่จะแสดงความบริสุทธิ์ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 

เกี่ยวข้องกัน

ครูทั้งโรงเรียนเปิดหน้าสู้ ซัด ผอ.ฉาว ถ้าไม่มีมูลคงไม่กล้าพูด 

จากกรณีที่เพจอีซ้อขยี้ข่าว3 ได้โพสต์ภาพนักเรียนหญิง ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี 27 คน รวมตัวแจ้งความผู้อำนวยการโรงเรียน โดยอ้างว่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ออกมาเปิดหน้าชน ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่ได้ลวนลามนักเรียนตามที่ ถูกกล่าวหา และอ้างว่าเป็นปัญหาภายในที่มีเรื่องขัดแย้งกับครูคนหนึ่ง 

ล่าสุดครูทั้งโรงเรียน ก็เปิดหน้าชนผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมกับแถลงข้อชี้แจงว่า ต่อมาทีมข่าว เดินทางต่อไปที่โรงเรียนดังกล่าวเพื่อที่จะขอพูดคุยสอบถามกับคุณครูต้องตาที่ถูก ผอ.กล่าวหาว่า เป็นตัวการในการสร้างเรื่องว่าผอ.ไปกระทำอนาจารลวนลามนักเรียนหญิงทั้ง 27 คน 

ผู้สื่อข่าวได้พบกับคณะครูหลายท่านที่พร้อมออกมาเป็นพยาน เล่าถึงการกระทำดังกล่าวของผอ.ให้ผู้สื่อข่าวฟัง โดยเริ่มที่คุณครูต้องตา คู่กรณีของผอ.ที่ถูกกล่าวหา เผยว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับผอ.แต่อย่างใด ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมื่อเกิดเรื่องผอ.ถึงต้องพุ่งเป้ามาที่ตน 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนแทบจะเป็นเลขาส่วนตัวของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่วันหนึ่งรู้สึกว่า ไม่อยากทำงานให้ผอ.คนนี้ต่อแล้วจึงหยุด หรือนี่เป็นเหตุผลที่ผอ.กล่าวโจมตีตน 

ตนอยากถามกลับไปว่า ตนจะกลั่นแกล้ง ผอ.ไปเพื่ออะไร ถ้าเรื่องนี้ไม่มีมูลจริงตนคงไม่กล้าพูด ขอถามทุกคนเลยว่า ถ้าลูกศิษย์ของคุณเจอแบบนี้ คนเป็นครูจะนิ่งดูดายหรือจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกศิษย์ของตน 

หากถามถึงผอ.ยอมรับว่าภายนอกดูดี ส่วนตัวตนก็สนิทสนมเพราะมีบ้านติดกัน ที่ผ่านมามีเด็กมาเล่าหลายครั้ง ตนก็พยายามหาหลักฐานอยู่นาน หลังทราบเรื่องคณะครูรวมตัวกันไปพบ ผอ.สพป.เขต 2 ลพบุรี คณะครูได้พูดกล่าวด้วยวาจา พร้อมกับส่งคลิปหลักฐานต่าง ๆ ไปให้ทางสพป.เขต 2 ตรวจสอบ แต่เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่องจึงไม่นิ่งดูดาย รวมตัวกันพาบุตรหลานไปแจ้งความ 

ส่วนเรื่องที่ ผอ.กล่าวหาว่า ตนใช้ห้องนาฎศิลป์แต่งหน้าทำผมนั้นยืนยันว่าจำเป็นต้องใช้ห้องดังกล่าวแต่งหน้าทำผมให้เด็กในชมรม ซึ่งตนแต่งหน้าทำผมให้เด็กทุกคนไม่ทัน จำเป็นต้องไปชักชวนเพื่อนให้มาช่วยแต่งหน้าเด็ก 

ส่วนประเด็นที่ตนถูกผอ.แจ้งความใส่ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป ยืนยันไม่ใช่เป็นการก่อหวอดหรือปุกระดมให้นักเรียนหญิงออกมาสร้างเรื่องเพื่อบีบให้ผอ.ย้ายออกจากโรงเรียนแห่งนี้แต่อย่างใด 

นอกจากนี้ คุณครูต้องตา ยังเล่าอีกว่า ไม่ใช่แค่นักเรียนหญิงที่ถูกลวนลาม ตนยังเคยโดนผอ.ลวนลามด้วยการโอบเอว ลูบไล้ และชมสัดส่วน ร่างกายเช่นกัน แต่ส่วนตัวตนไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเป็นความเมตตาของผอ.นักเรียนหญิงคนอื่นคงไม่คิดเช่นนั้น 

คุณครูศลิษา ศุภัสภากรณ์ เล่าว่า มีครั้งหนึ่ง มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งไปทำอาสา แล้วโดนผอ.โอบเอวในระหว่างถ่ายรูปคู่ ซึ่งตอนนั้นมีนักเรียนชายถ่ายด้วย แต่ผอ.ยืนห่างแล้วไปโอบเอวนักเรียนหญิงแทน หลังเหตุการณ์ก็มีนักเรียนหญิงหลายคนกล้าออกมาเล่าความจริงให้คณะครูฟัง มีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เคยถูกลวนลามด้วยการใช้มือลูบไปที่หน้าอก ซึ่งนักเรียนหญิงคนนั้นได้ขู่ ผอ. ไปว่าจะฟ้องครู ผอ.จึงรีบขึ้นรถหนีไป และไม่กล้ากระทำอีกเลย 

ส่วนปัญหาเรื่องงานที่เกิดก่อนหน้า ผอ.คนนี้มักตัดสินใจคนเดียว ไม่ปรึกษาหรือพูดคุยรายละเอียดกับคณะครูก่อน อย่างเรื่องการสร้างอาคารต่าง ๆ ในโรงเรียน ผอ.คนนี้ ก็ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน จนสุดท้ายไปกระทบกับเงินในการจัดกิจกรรมของโรงเรียน 

ด้านคุณครูพิลาวรรณ สะอวยสะพุ ยอมรับทั้งน้ำตาว่า รู้สึกบีบหัวใจเหมือนดูแลลูกของเขาไว้ไม่ได้ ถึงขนาดที่นักเรียนชายต้องเข้าช่วยเหลือปกป้องนักเรียนหญิงแทน ตนที่เป็นครูจึงรู้สึกผิด โทษตนเองว่า ทำไมถึงปกป้องเด็กไว้ไม่ได้ 

ด้านนายภิญโญ กันหา ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรีเขต 2 ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหายืนยันจะให้ความเป็นธรรม และดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งข้อมูลที่ได้จากทางฝั่งผู้อำนวยการและคุณครูหัวหน้าชมรมนาฏศิลป์ของโรงเรียนที่เกิดเหตุก็ได้เข้ามาให้ข้อมูลไว้แล้ว โดยจะรวบรวมข้อมูลต่างๆส่งไปยังต้นสังกัดใหญ่ในกรุงเทพฯ ภายในวันพรุ่งนี้ (12ก.ค.) แต่ตนเองไม่ขอเปิดเผยว่าทางด้านครูหัวหน้าชมรมนาฏศิลป์ให้ข้อมูลอย่างไร ส่วนเรื่องนักเรียนที่ไปแจ้งความเอาผิดกับ ผอ. มีเพียงแค่เด็กชมรมนาฏศิลป์จริงหรือไม่นั้น ตนเองขอไปตรวจสอบก่อน 

โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนที่ลงไปเก็บบันทึกข้อมูลไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้มาตรวจสอบ ประกอบกับนำข้อมูลการสอบปากคำเด็กนักเรียนทั้งหมดจากสหวิชาชีพและนักจิตวิทยามารวบรวม หากพบว่ามีมูลความผิดก็จะดำเนินการลงโทษตามวินัยต่อไป 

ครูทั้งโรงเรียนเปิดหน้าสู้! ซัด ผอ.ฉาว อนาจารเด็ก ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงนักเรียนคงไม่รวมตัวแจ้งความ ขณะที่ครู "ต้องตา" คู่กรณี ยันไม่เคยมีปัญหาส่วนตัว 

ที่มา ; msn

เกี่ยวข้องกัน

“คุรุสภา” ลงดาบผอ.รร.จ.ลพบุรีหื่น ชงพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 

ตามที่มีผู้ปกครองพาลูกหลาน จำนวน 27 ราย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชัยบาดาล ให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ในความผิดทำอนาจารเด็กนักเรียน ซึ่งล่าสุดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 มีคำสั่งให้ย้าย ผอ.โรงเรียนรายดังกล่าวมาช่วยราชการที่ สพป.ลพบุรี เขต 2 และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผศ.ดร.อมลวรรณ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ในการดำเนินการของคุรุสภา ได้ติดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กระทำผิดแล้ว พบว่า บุคคลที่ดังกล่าวเป็นผู้บริหารสถานศึกษาจริง และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ออกให้วันที่ 13 ธ.ค. 2563 หมดอายุวันที่ 12 ธ.ค. 2568 ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งการให้สำนักจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ ดำเนินการเอาผิดทางด้านจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยจะเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน และหากหน่วยงานต้นสังกัด มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและให้ออกจากราชการไว้ก่อนและพักราชการ คุรุสภาก็จะเสนอพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไว้ก่อนตลอดระยะเวลาการสอบสวนด้วย และหากผลตัดสินว่า

มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ของผู้กระทำผิดทันที เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างชัดเจน ไม่สมควรที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอีกต่อไป ทั้งนี้ คุรุสภาจะพิจารณาความผิดตามข้อเท็จจริง และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย 

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า ตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข ของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ให้ความสำคัญกับสถานศึกษาทุกแห่ง จะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กนักเรียน หากมีครูหรือผู้บริหารสถานศึกษา กระทำผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำอนาจารเด็กนักเรียน จะต้องถูกดำเนินการ เอาผิดขั้นเด็ดขาดโดยเร็วที่สุด และขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งเคร่งครัดกับการป้องกันการประพฤติผิดในสถานศึกษา ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ สอดส่องดูแล เอาใจใส่เด็กนักเรียนในสังกัดให้มากขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข 

คุรุสภาเตรียมเอาผิด ผอ.รร.ลพบุรี อนาจารเด็กนักเรียน ชงพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หากผิดจริงเพิกถอนฯ ไม่ให้ประกอบวิชาชีพผู้บริหาโรงเรียนได้อีกต่อไป 

ที่มา ; เดลินิวส์ 12 กรกฎาคม 2567

เกี่ยวข้องกัน

แห่แจ้งจับครูหื่นวัย 58 ย่ำยีนร.หญิงนับสิบ พ่อแม่สุดช้ำ ประกันตัวไป 1 แสน 

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ปกครองนักเรียนหญิงป.2 ป.5 และป.6 รวมตัวเข้าแจ้งความที่สภ.รัตนวาปี จ.หนองคาย วานนี้ (14 ก.ค.) โดยแจ้งว่าบรรดาลูกสาวของตัวเองถูกครูเอ (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ครูประจำชั้นป.2 กระทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศ เด็กแต่ละคนถูกกระทำหลายครั้งทั้งกอดจูบและจับหน้าอก โดยครูจะทำทีเรียกให้เด็กไปหาเอาเอกสารไปให้แล้วลงมือก่อเหตุ หรืออาศัยช่วงจังหวะเด็กเลิกเรียน ซ้อมกีฬานั่งพักอยู่คนเดียว แต่ที่ผ่านมาเด็กไม่กล้าบอกใครจนกระทั่งผู้ปกครองระแคะระคายเมื่อเห็นลูกหลานผิดปกติสอบถามจึงรู้ความจริงจึงพากันเข้าแจ้งความและยืนยันจะเอาเรื่องครูที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด 

ขณะที่ผอ.โรงเรียน ได้มีการนัดหมายผู้ปกครองและครูที่ก่อเหตุมาเจรจาสอบถามแล้วเมื่อวานนี้ แต่ครูคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางมาพบพูดคุยเจรจา ทางผู้ปกครองจึงเกิดความไม่สบายใจเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมกันนี้ ผอ.โรงเรียนได้รายงานให้ สพฐ.เขต 2 หนองคายทราบแล้วและมีการสั่งย้ายครูผู้ที่ถูกกล่าวหาออกนอกพื้นที่ไปตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา 

ล่าสุดวันนี้ ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอรัตนวาปี จ.หนองคาย นายวุฒิชัย ชัยภูวนาถ นอภ.รัตนวาปี แทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.รัตนวาปี นางบุปผา ทัพกฤษณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ และผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิงผู้เสียหาย ได้มีการประชุมบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ผู้เสียหายและการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยนายสมภพ สมิตะสิริ ผวจ.หนองคาย ได้กำชับมาถึงผู้ปกครองของเด็กขอให้สบายใจได้ ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและผู้ต้องหาเป็นครู 

พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.รัตนวาปี กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากผู้เสียหายได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวผู้กระทำผิด เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเยาวชน และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพมาสอบสวนร่วม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อหา”กระทำอานาจารเด็กไม่เกิน 13-15 ปี ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งผู้ต้องหาให้การภาคเสธ และใช้โฉนดที่ดินประเมินราคา 100,000 บาทในการประกันตัวไป ขณะนี้มีผู้ปกครองที่เข้าแจ้งความรวมแล้ว 9 ราย ทั้งนี้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คดีนี้ถือเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นครู กระบวนการจากนี้เด็กหญิงผู้เสียหายทางสหวิชาชีพเข้าสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมในการดำเนินคดีต่อไป 

ที่มา ; เดลินิวส์ 

เกี่ยวกัน

ครูประถมสารภาพ วางแผน 5 ปี แอบเข้าบ้านลูกศิษย์ เพราะอยากขโมยชุดนร.หญิง

รายงานคดีน่าตกใจที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมครูชายวัย 39 ปี หลังแอบปั๊มกุญแจบ้านนักเรียนหญิงไว้ 5 ปี ก่อนวางแผนก่ออาชญากรรม แอบเข้าบ้านเหยื่อ เพื่อขโมยชุดนักเรียน โชคดีพ่อของเด็กเห็นคนร้าย รีบแจ้งตำรวจได้ทัน

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในอพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ในเขตเอโดกาวะ โตเกียว หลังชายคนหนึ่งแอบเข้าไปในบ้านเหยื่อ และพยายามขโมยชุดนักเรียนมัธยมปลายหญิงคนหนึ่ง ที่น่าตกใจ คือ คนร้ายเป็นครูโรงเรียนประถมของเหยื่อจริงๆ โดยผู้ต้องสงสัยแอบคัดลอกกุญแจบ้านของนักเรียนหญิงเมื่อ 5 ปีก่อน

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า นายมิซูโนะ มาซาชิ ครูโรงเรียนประถมวัย 39 ปี แอบเข้าไปในห้องของเหยื่อ เพื่อพยายามขโมยชุดนักเรียนมัธยมปลายหญิง แต่บังเอิญพ่อของเหยื่อเห็น คนร้ายจึงรีบวิ่งหนีออกจากทางหนีไฟ จากนั้นเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายในวันถัดมา

ขณะที่ นายมาซาชิ คนร้ายได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาได้แอบปั๊มกุญแจบ้านเด็กนักเรียนหญิงที่เคยเรียนโรงเรียนประถม ที่เขาเคยสอนเมื่อ 5 ปีก่อนในระหว่างการแข่งขันกีฬาของโรงเรียน แต่อยู่ๆ เขาก็คิดถึงเด็กคนนี้ จึงก่ออาชญากรรม เพราะเขา "ต้องการชุดนักเรียนมัธยมปลายหญิง" 

ขณะเดียวกัน ด้านผู้ปกครองรายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เขาคิดมาโดยตลอดว่า เขาเป็นครูที่ยอดเยี่ยม และเราคิดอย่างนั้นเมื่อเราพูดถึงเขาที่บ้าน 

ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนัก โดยชาวเน็ตหลายคนกังวล และเชื่อว่าคดีนี้เป็นอาชญากรรมที่ไตร่ตรองไว้นานถึงห้าปี พวกเขากล่าวว่า คนประเภทนี้ควรถูกจับตามองไปตลอดชีวิต เพราะเขาอาจทำผิดซ้ำอีก” 

นอกจากนี้ ชาวเน็ตมองว่า ควรเพิกถอนคุณสมบัติการสอนของครูรายนี้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ครูเปลี่ยนชื่อ หลังจากรับโทษและกลับมาสอนอีกครั้ง 

ทั้งนี้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด ว่าครูรายนี้ก่อเหตุในลักษณะคล้ายกันนี้กับนักเรียนคนอื่นอีกหรือไม่ต่อไป 

ตลกร้าย ครูประถมสารภาพ วางแผน 5 ปี แอบปั๊มกุญแจเข้าบ้านลูกศิษย์ เพราะอยากขโมยชุดนักเรียนหญิง 

ที่มา ; ข่าวสด 

 

เกี่ยวกัน

อื้อฉาว จับครูสาว ลอบมีสัมพันธ์กลุ่มนร.ชาย จนตั้งท้อง เผยทำเพราะรู้สึกเหงา 

รายงานคดีฉาวในวงการศึกษาที่เกิดขึ้นในอังกฤษ โดยศาลสูงสุดตัดสินโทษจำคุก รีเบ็คกา จอยส์ วัย 30 ปีครูสอนคณิตในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 6 ปีครึ่ง ฐานล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนชาย 2 คน จนตั้งท้องกับเหยื่อ โดยเริ่มต้นด้วยการทักข้อความเชิงชู้สาว รวมถึงซื้อของแพงๆ ให้เป็นของขวัญอีกด้วย 

ตามรายงานของศาลในนครแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เผยว่า จอยน์ส ครูสาวรายนี้ ลวงเหยื่อซึ่งเป็นนักเรียนชายในโรงเรียน 2 คน อายุ 15 และ 16 ปี โดยนักเรียนรายแรกให้การว่า ครูสาวได้ส่งข้อความมาหาเขาในเชิงชู้สาว ก่อนจะซื้อเข็มขัดแบรนด์หรูเป็นราคากว่า 16,000 บาทให้เขา ภายหลังได้บังคับ ล่อลวงไปให้มีสัมพันธ์ด้วย 

ส่วนนักเรียนอีกราย เธอได้มีความสัมพันธ์กับเขา จนเธอตั้งท้อง โดยขณะเธอลวงเหยื่อรายนี้เธอได้อ้างว่า เธอเป็นหมัน ในเวลาผ่านมาไม่นานเธอก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวอีกรอบในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ขณะที่เธอได้ให้กำเนิดลูก ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวเด็กไปเลี้ยงดูแล้ว 

ขณะที่ทางด้านครูสาว ร่ำไห้ระหว่างการพิจารณาคดี โดยเธอพร่ำบอกว่า เธอได้ทำงานในฝันของเธอหายไปในพริบตา อีกทั้งได้ให้การปฏิเสธโดยเธออ้างต่ออีกว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับนักเรียนรายแรกไม่มีอะไรเกินเลยแต่อย่างใด พร้อมทั้งยังเอ่ยว่า ความสัมพันธ์ของเธอกับนักเรียนคนที่ 2 เริ่มต้นหลังจากที่เขาเรียนจบและตอนนั้นเธอก็ไม่ได้เป็นครูแล้ว 

ขณะเดียวกัน ทางนักเรียนเหยื่อคนที่ ได้กล่าวหลังคำตัดสินศาลว่า เขาถูกบังคับ หลอกลวง และคุกคามทางเพศ และผลการกระทำของเธอมันจะตามหลอกหลอนเขาไปตลอดชีวิต มันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดคือการที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเด็กเลย 

ทั้งนี้ ทางด้านผู้พิพากษา ได้กล่าวกับจอยน์สว่า “การกระทำของคุณนั้นเต็มไปด้วยความน่ารังกียจ และน่าตกใจ คุณเป็นผู้ใหญ่ คุณคือคนที่ควบคุม เป็นคนที่ควรได้รับความไว้วางใจจากทางโรงเรียน เด็กๆ และผู้ปกครองให้ดูแลลูกชายของพวกเขา 

แทนที่คุณจะทำเช่นนั้น คุณกลับใช้ตำแหน่งที่ไว้วางใจนั้นโดยมิชอบ และแสวงหาผลประโยชน์จากบทบาทที่มีสิทธิพิเศษเพื่อความพึงพอใจทางเพศของตัวเอง” ผู้พิพากษากล่าวเสริม 

ร่ำไห้คุก 6 ปีครึ่ง จับครูสาว ฉาวลอบมีสัมพันธ์ กลุ่มนร.ชาย จนตั้งท้อง เผยแค่รู้สึกเหงา หลังเลิกแฟนหนุ่ม ทำหมดอนาคต 

ที่มา ; ข่าวสด

เกี่ยวข้องกัน

จ่อเด้งสั่งสอบ"ผอ." นร.ฮือไล่ไม่โปร่งใส เหยียดเพศสภาพ พัดลมพังไม่ซ่อมห้องตัวเองแอร์ฉ่ำ

วันที่ 17 ก.ค.2567 จากกรณีนักเรียนโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ รวมตัวกันถือป้ายประท้วงกล่าวหาการทำงานของ ผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าไม่โปร่งใส ไม่ใส่ใจนักเรียน ทั้งยังมีการใช้คำพูดในลักษณะบูลลี่นักเรียน กลุ่ม LGBTQ ถือป้ายข้อความ ผอ.ขายฝัน ครูต่างชาติอยู่ไหน ครูเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศอยู่ไหน หนังสือเรียนอยู่ไหน เสื้อกาวน์ยังไม่ได้ครบ บริเวณหอประชุมโดมภายในโรงเรียน 

ล่าสุดเรื่องนี้ นายกฤษ ละมูลมอญ ผอ.สพม.บุรีรัมย์ ปิดเผยว่า หลังทราบว่ามีนักเรียนถือป้ายประท้วงเกี่ยวกับการบริหารงานของ ผอ.และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่โรงเรียนด้วยตัวเอง ก็พบว่ามีการประท้วงเรียกร้องของนักเรียนจริง ซึ่งได้สั่งตั้งกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง หากพบมีมูลตามที่ร้องก็จะตั้งกรรมการสอบตามขั้นตอน 

โดยอาจจะมีคำสั่งให้ย้าย ผอ.มาช่วยราชการนอกพื้นที่ก่อน จนกว่าการสอบจะแล้วเสร็จเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่หากผลสอบพบว่า ผอ.บริหารไม่โปร่งใสจริงและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามร้องก็จะต้องย้ายออกนอกพื้นที่ และคณะกรรมการก็จะพิจารณาลงโทษตามระเบียบวินัย ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

วันเดียวกัน นักเรียนชั้นม.5 ตัวแทนนักเรียนที่ประท้วง บอกว่า ที่พากันถือป้ายประท้วงเพื่อต้องการเรียกร้องสิทธิ์ และให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานของผอ. อาทิ นักเรียนตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 ได้จ่ายเงินค่าเสื้อกาวน์กางเกงวอมไป รวมถึงค่าหนังสือเรียนไปแล้วตั้งแต่เปิดเทอม แต่จนถึงขณะนี้หลายคนก็ยังไม่ได้เสื้อกาวน์และหนังสือเรียนเลย ห้องเรียนหลายห้องพัดลมชำรุดใช้การไม่ได้ก็ไม่ซ่อม แต่ห้อง ผอ.กลับมีแอร์ถึง 2 ตัว แสดงให้เห็นว่าผอ.นึกถึงแต่ความสบายของตัวเอง แต่กลับไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของนักเรียนเลย 

" ยังพูดประชดว่าถ้านักเรียนไม่สบายใจว่า ผอ.มีแอร์ 2 ตัว ก็จะถอดแอร์ออก 1 ตัว แทนที่จะนำพัดลมที่ชำรุดไปซ่อม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด และกรณีที่ขายฝันเปิดเรียนห้องกิ๊ฟในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ก็มีการเรียกเก็บเงินจากนักเรียนไป บอกว่าจะมีครูต่างประเทศมาสอนภาษา มีครูไทยที่เชี่ยวชาญมาติวเสริมให้ และติดเครื่องปรับอากาศด้วย แต่กลับไม่เห็นมีครูต่างประเทศมาสอนเลย แถมห้องกิ๊ฟ ม.4 ก็ไม่ได้เปิดสอนจริง เพราะประเมินไม่ผ่าน แต่เก็บเงินนักเรียนไปแล้วไม่เห็นพูดว่าจะรับผิดชอบยังไง จึงอยากให้มีการตรวจสอบตามข้อเรียกร้อง " 

นักเรียนอีกคน ระบุ นอกจาก ผอ.จะไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของนักเรียนแล้ว ยังมีการใช้คำพูดในลักษณะบูลลี่เพศสภาพของนักเรียนด้วย นักเรียนที่ได้ยินก็รู้สึกกระทบสภาพจิตใจ ที่สำคัญเป็นผู้บริหารไม่ควรจะใช้คำพูดแบบนี้ ทั้งที่ปัจจุบันทุกเพศมีความเท่าเทียม อยากให้ ผอ.พิจารณาตัวเอง 

 

สพม.บุรีรัมย์ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผอ.โรงเรียนมัธยมดัง ปมนักเรียนฮือถือป้ายประท้วงขับไล่ กล่าวหาบริหารไม่โปร่งใส แถมใช้คำพูดบูลลี่ นร.กลุ่ม LGBTQ 

ที่มา ; ข่าวสด