
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือความร่วมมือการยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greening Education) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาไทย ร่วมกับ นางสาวซูฮย็อน คิม (Ms. Soohyun Kim) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ (UNESCO Bangkok) ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญของเรื่องศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Greening Education โดยเฉพาะการขับเคลื่อนสถานศึกษาอาชีวะสีเขียว (Green TVET) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยขณะนี้มีความพร้อมอย่างมาก มีศูนย์การเรียนรู้และสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 433 แห่ง และได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับเรียบร้อยแล้ว
“เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ศธ. และ UNESCO มีแนวคิดที่จะจัดการแข่งขัน (Competition) เพื่อระดมไอเดียด้านสิ่งแวดล้อม (Green ideas) จากกลุ่มนักเรียนและเยาวชนโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เป็นผู้คิดและเสนอแนวทางปฏิบัติด้วยตนเอง แทนที่จะเป็นการรับนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้เยาวชนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง”
ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) ศธ. ได้เตรียมเสนอโครงการส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงานยูเนสโก ทั้งที่สำนักงานกรุงเทพฯ และที่กรุงปารีส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้เรียนรู้ระบบงานระดับสากลและนำกลับมาพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้หารือความร่วมมือในการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลและ AI (AI Competency) ให้กับทั้งครูและนักเรียน ให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือด้าน Ocean Literacy เพื่อสร้างองค์ความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเลแก่เยาวชนอีกด้วย
ด้าน นางสาวซูฮย็อน คิม กล่าวชื่นชมและขานรับวิสัยทัศน์ของไทยในทุกประเด็น โดยเฉพาะโมเดล Green TVET ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติจริง พร้อมยินดีสนับสนุนไทยผ่านโครงการ Global Skills Academy เพื่อพัฒนาทักษะครูด้าน AI และตอบรับข้อเสนอโครงการ Secondment ที่จะเปิดรับบุคลากรไทยไปร่วมงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงวาระสำคัญในปี 2026 ที่ความสัมพันธ์ไทย-ยูเนสโก จะครบรอบ 65 ปี โดยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้การสนับสนุนงานของยูเนสโกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ประเทศไทยมีเมืองสมาชิกใหม่ในเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning Cities) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในเวทีการศึกษาโลก
“รมว.นฤมล” นำ ศธ. จับมือ ยูเนสโก ยกระดับ “การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม” ดัน อาชีวะสีเขียว 433 แห่ง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันไอเดียเยาวชน พัฒนาครู-นักเรียนด้านดิจิทัลและ AI
ที่มา; ประชาชาติธุกิจ วันที่ 14 มกราคม 2569
สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ หารือความร่วมมือในการยกระดับ “การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greening Education)” โดยเน้นการขับเคลื่อนอาชีวศึกษาสีเขียว (Green TVET) ซึ่งถือเป็นกลไกหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน ปัจจุบันมีสถานศึกษาและศูนย์การเรียนรู้เข้าร่วมแล้ว 433 แห่ง พร้อมแผนปฏิบัติการรองรับอย่างเป็นระบบ นโยบายดังกล่าวมุ่งเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจากผู้รับนโยบายเป็นผู้มีส่วนร่วม โดยเสนอแนวคิดจัดการแข่งขันด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนคิดและลงมือปฏิบัติจริง สร้างความเป็นเจ้าของและจิตสำนึกเชิงลึกต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม
ควบคู่กันนี้ ศธ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านโครงการส่งบุคลากรไปปฏิบัติงาน ณ ยูเนสโกทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สากลกลับมาพัฒนาการศึกษาไทย อีกทั้งยังผลักดันการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและ AI ของครูและนักเรียน รวมถึงการสร้างความรู้ด้าน Ocean Literacy เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจทรัพยากรทางทะเล
ยูเนสโกชื่นชมวิสัยทัศน์ของไทย โดยเฉพาะโมเดล Green TVET พร้อมสนับสนุนผ่านโครงการ Global Skills Academy และความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากร ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทที่เข้มแข็งของไทยบนเวทีการศึกษาโลก ท่ามกลางวาระครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ไทย–ยูเนสโกในปี 2026
แนวข้อสอบ
หัวใจสำคัญของนโยบาย Greening Education ตามบทความ คือข้อใด
ก. การเพิ่มเนื้อหาสิ่งแวดล้อมในหลักสูตร
ข. การขยายเครือข่ายสถานศึกษาให้ครอบคลุมทุกระดับ
ค. การใช้อาชีวศึกษาสีเขียวเป็นกลไกการพัฒนาที่ยั่งยืน
ง. การร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อยกระดับภาพลักษณ์
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่า Green TVET เป็น “หัวใจสำคัญ” ของการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริมหรือภาพลักษณ์
การจัดการแข่งขันด้านสิ่งแวดล้อมมีเป้าหมายเชิงนโยบายใดเด่นชัดที่สุด
ก. คัดเลือกเยาวชนที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่เวทีนานาชาติ
ข. สร้างแรงจูงใจผ่านรางวัลและการแข่งขัน
ค. ลดบทบาทส่วนกลางในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ
ง. สร้างความเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
เฉลย: ง
เหตุผล: การแข่งขันถูกออกแบบเพื่อให้เยาวชน “คิดและเสนอเอง” สร้างความตระหนักรู้เชิงลึก
หากผู้บริหารสถานศึกษาจะนำนโยบายนี้ไปใช้ให้สอดคล้องที่สุด ควรดำเนินการใดก่อน
ก. จัดอบรมครูเรื่องสิ่งแวดล้อมแบบบรรยาย
ข. จัดกิจกรรมแข่งขันเชิงโครงงานที่นักเรียนออกแบบเอง
ค. ปรับโครงสร้างงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมทันที
ง. รอคำสั่งและคู่มือจากส่วนกลางอย่างเป็นทางการ
เฉลย: ข
เหตุผล: สอดคล้องแนวคิด Bottom-up และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
สาระใดสะท้อนมุมมอง “การพัฒนาคนควบคู่ระบบ” มากที่สุด
ก. การเพิ่มจำนวนสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ
ข. การจัดทำ Action Plan ระดับกระทรวง
ค. การส่งบุคลากรไปปฏิบัติงาน ณ ยูเนสโก
ง. การจัดงานครบรอบความสัมพันธ์ไทย–ยูเนสโก
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการลงทุนพัฒนาคนให้เรียนรู้ระบบงานสากลแล้วนำกลับมาปรับใช้
บทบาทของยูเนสโกในความร่วมมือนี้ ควรตีความอย่างไร
ก. ผู้กำหนดนโยบายหลักให้ประเทศไทย
ข. ผู้สนับสนุนทรัพยากรทางการเงินเป็นหลัก
ค. หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ด้านองค์ความรู้และสมรรถนะ
ง. หน่วยงานตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของไทย
เฉลย: ค
เหตุผล: ยูเนสโกสนับสนุนผ่านองค์ความรู้ โครงการพัฒนาทักษะ และการแลกเปลี่ยนบุคลากร ไม่ใช่ผู้สั่งการ
แนวข้อสอบระดับยากมาก
หากพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ นโยบาย Green TVET ตามบทความสะท้อน “การเปลี่ยนฐานการพัฒนาการศึกษา” ในมิติใดชัดเจนที่สุด
ก. จากการพัฒนาหลักสูตร → การพัฒนาอาคารสถานที่
ข. จากการสั่งการเชิงนโยบาย → การขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการในสถานศึกษา
ค. จากการศึกษาภาคบังคับ → การศึกษาตลอดชีวิต
ง. จากการพัฒนาคุณภาพ → การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
เฉลย: ข
เหตุผล: Green TVET ถูกวางเป็น “กลไกปฏิบัติการ” ที่มีสถานศึกษา 433 แห่งและ Action Plan รองรับ แสดงการขยับจากนโยบายเชิงบนลงล่างสู่การลงมือทำจริง
การเปิดเวทีแข่งขันไอเดียด้านสิ่งแวดล้อม หากมองในมุมการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) จะช่วยลดความเสี่ยงของนโยบายในประเด็นใดมากที่สุด
ก. ความไม่พร้อมของทรัพยากรทางการศึกษา
ข. ความต้านทานจากครูและบุคลากร
ค. ความไม่ยั่งยืนของนโยบายเมื่อเปลี่ยนผู้บริหาร
ง. ความซ้ำซ้อนกับโครงการเดิมของสถานศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: การสร้างความเป็นเจ้าของให้ผู้เรียนทำให้นโยบายฝังในวัฒนธรรม ไม่ผูกกับตัวบุคคลหรือผู้บริหารเพียงช่วงเวลาเดียว
ผู้บริหารสถานศึกษานำร่อง Green TVET พบว่าครูยังมองว่าเป็น “ภาระงานเพิ่ม” แนวทางใดสอดคล้องกับสาระบทความและมีโอกาสสำเร็จสูงสุด
ก. ออกคำสั่งกำหนดตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจน
ข. บูรณาการ Green TVET เข้ากับการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและ AI
ค. จัดอบรมเชิงทฤษฎีเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม
ง. มอบหมายครูเฉพาะกลุ่มรับผิดชอบแทนครูทั้งโรงเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความชี้ชัดการพัฒนา Green Education ควบคู่ Digital–AI Competency ทำให้ครูเห็นคุณค่าเชิงวิชาชีพ ไม่ใช่งานเพิ่ม
โครงการส่งบุคลากรไปปฏิบัติงาน ณ ยูเนสโก สะท้อนแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบใด
ก. การพัฒนาทักษะเฉพาะตำแหน่ง (Job-specific Development)
ข. การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญภายนอก (External Training)
ค. การพัฒนาศักยภาพผ่านประสบการณ์จริงระดับสากล
ง. การพัฒนาผู้นำเชิงคุณธรรมและจริยธรรม
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการเรียนรู้จากระบบงานจริง (Experiential Learning) เพื่อถ่ายทอดกลับมาพัฒนาระบบไทย
หากโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องประเมินความสำเร็จของการขับเคลื่อน Greening Education ตามเจตนารมณ์บทความ ตัวชี้วัดใด “สะท้อนผลลัพธ์เชิงคุณภาพ” มากที่สุด
ก. จำนวนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดในแต่ละปี
ข. คะแนนความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมจากแบบทดสอบ
ค. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและโครงงานที่ผู้เรียนริเริ่มเอง
ง. จำนวนครูที่ผ่านการอบรม Green Education
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นความเป็นเจ้าของ การลงมือทำ และการตระหนักรู้เชิงลึก มากกว่าตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
โรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งเป็นสถานศึกษานำร่อง Green TVET ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มีครู 120 คน นักเรียน 2,800 คน ผู้บริหารได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและ AI
อย่างไรก็ตาม หลังดำเนินการไป 6 เดือน พบปัญหาสำคัญ ได้แก่
ครูส่วนหนึ่งมองว่า Green TVET เป็น “นโยบายเพิ่มภาระ” และแยกส่วนจากการเรียนการสอนปกติ
กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่ยังเป็นแบบสั่งการจากฝ่ายบริหาร นักเรียนมีบทบาทจำกัด
ผู้ปกครองกังวลว่าเน้นสิ่งแวดล้อมมากเกินไปจะกระทบสมรรถนะอาชีพและการมีงานทำ
งบประมาณมีจำกัด ต้องเลือกดำเนินการเพียงบางโครงการ
ผู้บริหารต้องตัดสินใจวางแนวทางขับเคลื่อนระยะถัดไปให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์นโยบายระดับชาติและความร่วมมือกับยูเนสโก
หากต้องการแก้ปัญหาความต้านทานของครูให้ตรงจุดที่สุด ผู้บริหารควรดำเนินการใดเป็นลำดับแรก
ก. ออกคำสั่งกำหนดบทบาทครูในโครงการ Green TVET อย่างชัดเจน
ข. จัดอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมให้ครูทุกคน
ค. บูรณาการ Green TVET กับสมรรถนะอาชีพ ดิจิทัล และ AI ในรายวิชาเดิม
ง. แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจรับผิดชอบโครงการ
เฉลย: ค
เหตุผล: ลดการรับรู้ว่าเป็น “งานเพิ่ม” และสอดคล้องแนวคิดพัฒนาทักษะแห่งอนาคตตามบทความ
แนวทางใดสะท้อนเจตนารมณ์การ “สร้างความเป็นเจ้าของของผู้เรียน” ตามความร่วมมือ ศธ.–ยูเนสโก มากที่สุด
ก. ให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนที่โรงเรียนกำหนด
ข. เปิดเวทีแข่งขันโครงงานสิ่งแวดล้อมที่นักเรียนออกแบบและตัดสินใจเอง
ค. บรรจุเนื้อหาสิ่งแวดล้อมเป็นรายวิชาเพิ่มเติม
ง. เชิญผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายให้นักเรียนฟัง
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการขับเคลื่อนแบบ Bottom-up ตามแนวคิดการแข่งขัน Green ideas
เพื่อคลายความกังวลของผู้ปกครอง ผู้บริหารควรสื่อสารประเด็นใดเป็นหลัก
ก. Green TVET ช่วยยกระดับภาพลักษณ์สถานศึกษา
ข. นโยบายเป็นข้อสั่งการจากกระทรวง
ค. สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นระดับโลกที่ทุกคนต้องเรียนรู้
ง. Green TVET เพิ่มสมรรถนะอาชีพและการจ้างงานอย่างยั่งยืน
เฉลย: ง
เหตุผล: เชื่อมสิ่งแวดล้อมกับคุณภาพกำลังคนและตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นหัวใจของ TVET
ภายใต้งบประมาณจำกัด โครงการใดควรได้รับการพิจารณาก่อน ตามหลักการบริหารเชิงยุทธศาสตร์
ก. ปรับภูมิทัศน์โรงเรียนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ข. ส่งครูบางส่วนเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับสากล
ค. จัดกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระยะสั้น
ง. จัดซื้อสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ Green TVET
เฉลย: ข
เหตุผล: การลงทุนพัฒนาคนสร้างผลกระทบระยะยาวและขยายผลได้ทั้งระบบ
ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุดในการประเมินความสำเร็จเชิงคุณภาพของโรงเรียนในระยะ 1–2 ปี
ก. จำนวนโครงการ Green TVET ที่ดำเนินการ
ข. คะแนนประเมินความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของนักเรียน
ค. การเปลี่ยนแปลงแนวคิดและโครงงานที่นักเรียนริเริ่มเอง
ง. จำนวนครูที่ผ่านการอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
เฉลย: ค
เหตุผล: สะท้อนผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมและการเรียนรู้เชิงลึกตามเป้าหมาย Greening Education
สาระสำคัญของนโยบาย Green TVET ตามบทความ สะท้อนการบริหารการศึกษาแนวใดเด่นชัดที่สุด
ก. การบริหารแบบสั่งการจากส่วนกลาง
ข. การบริหารเชิงโครงการระยะสั้น
ค. การบริหารเชิงระบบเพื่อความยั่งยืน
ง. การบริหารเพื่อภาพลักษณ์องค์กร
เฉลย: ค
เหตุผลกรรมการ: มี Action Plan เครือข่าย 433 แห่ง และเชื่อมการพัฒนาคน–ทักษะ–ระบบงาน
เหตุผลเชิงนโยบายที่ทำให้ “การแข่งขัน Green ideas” มีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริม คือข้อใด
ก. ลดภาระการกำหนดนโยบายของกระทรวง
ข. สร้างแรงจูงใจเชิงรางวัล
ค. เปลี่ยนบทบาทผู้เรียนเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย
ง. เพิ่มชื่อเสียงสถานศึกษาในระดับนานาชาติ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการสร้าง Ownership และความยั่งยืนของนโยบาย
ข้อใดสะท้อนแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขั้นสูง (Advanced HRD) มากที่สุด
ก. อบรมครูภายในประเทศ
ข. ส่งบุคลากรไปปฏิบัติงานกับยูเนสโก
ค. จัดทำคู่มือการดำเนินงาน Green TVET
ง. เพิ่มชั่วโมงเรียนด้านสิ่งแวดล้อม
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการเรียนรู้จากระบบงานจริงระดับสากล (Experiential & Global Learning)
หากสถานศึกษาขับเคลื่อน Green TVET แต่ยังแยกส่วนจากการเรียนการสอนหลัก สาเหตุเชิงระบบที่เป็นไปได้มากที่สุดคือข้อใด
ก. ขาดงบประมาณสนับสนุน
ข. ครูขาดความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
ค. นโยบายไม่เชื่อมกับสมรรถนะอาชีพและเทคโนโลยี
ง. ผู้บริหารขาดอำนาจสั่งการ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นบูรณาการ Green–Digital–AI เพื่อให้เกิดคุณค่าแท้จริง
บทบาทของยูเนสโกในความร่วมมือครั้งนี้ ควรตีความในฐานะใด
ก. ผู้ควบคุมมาตรฐานการศึกษาไทย
ข. ผู้สนับสนุนเชิงนโยบายและองค์ความรู้
ค. ผู้จัดสรรงบประมาณหลัก
ง. ผู้ประเมินผลการดำเนินงานสถานศึกษา
เฉลย: ข