
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่โรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านศิษย์เก่าโรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดมกว่า 100 คน รวมตัวกันชูป้ายข้อความ ไม่เปลี่ยนชื่อโรงเรียน, หนีไปนางมารร้าย GETOUT, ออกไป เพื่อคัดค้าน การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน จากเดิม “โรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม” จะเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนอนุบาลเดชอุดม”
โดยในวันนี้จะมีการประชุมประชาคมเพื่อขอมติในการเสนอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนที่หอประชุมบัวชมพู โรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม โดยมีกรรมการสถานศึกษา ชาวบ้านจาก 8 หมู่บ้าน มาประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ปรึกษาหารือ กำหนดแนวทางการทำประชาพิจารณ์
โดยในที่ประชุมชาวบ้านกว่า 100 คน ได้ยกมือคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม ซึ่งจะตัดคำว่านาคสมุทรออก เปลี่ยนเป็นโรงเรียนอนุบาลเดชอุดม
ด้าน นายเจษฎาพงษ์ ไชยเดช ศิษย์เก่า กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดมเป็นโรงเรียนอนุบาลเดชอุดมอย่างเดียว เพราะโรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดมประวัติความเป็นมาและมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งสำหรับวัด บ้าน โรงเรียน ชุมชนต่างๆ ที่อยู่ใกล้โรงเรียนอนุบาลนาคสมุทรเดชอุดม
โดยวันนี้เรามาแสดงพลังความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีอุปการคุณที่ร่วมสร้างร่วมส่งเสริมโรงเรียนนาคสมุทรให้อยู่มาได้จนถึงปัจจุบัน ที่เรามารวมตัวกันล้วนแล้วแต่เป็นพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านตลาดศรีอุดม และชาวบ้านละแวกนี้ที่อยู่ในเขตบริการของโรงเรียนและศิษย์เก่าที่อยู่ทั่วโลก ทุกคนที่ทราบข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน ทุกคนล้วนแล้วแต่ลงชื่อทางออนไลน์
จึงอยากมาแสดงพลังว่า ให้คงคำว่านาคสมุทรไว้กับโรงเรียนนี้ และการรวมพลังของเรา ก็เป็นการรวมพลังของเสียงส่วนใหญ่ของชุมชนของศิษย์เก่า เราไม่ได้อยากจะขัดแย้งกับใคร เราไม่อยากมีเรื่องมีราวกับใคร แต่เราทำเพื่อส่วนรวมเพื่อชุมชน และขอบอกเลยว่าไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ซึ่งศิษย์เก่ามีทั้ง ส.จ. ส.ท.และผู้บริหารท้องถิ่น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนซึ่งมารวมตัวกัน อยากจะขอคัดค้านการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
นายประมวล ใจภักดี รอง ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต 5 กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อโรงเรียนต้องเปลี่ยนตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ ผู้นำโรงเรียน หรือผู้นำองค์กรก็ต้องคิดถึงส่วนรวมด้วยว่ามีการคัดค้านหรือเปล่า ซึ่งการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนนั้นมี 3 ขั้นตอน เช่น คณะครูต้องพร้อมใจกันและเห็นพ้องต้องกันในการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน หลังจากที่ครูยินยอมแล้วก็จะเอานำเข้าคณะกรรมการสถานศึกษา และที่สำคัญต้องนำเข้าวาระเพื่อการพิจารณา จะต้องนำเข้าประชาคมเพื่อทำประชาพิจารณ์ หากมีการคัดค้านก็จะต้องนำไปพิจารณาประกอบด้วย
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 26 กรกฎาคม 2565