สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ปัญหาของนักเรียนคือสิ่งสำคัญที่โรงเรียนต้องดูแล

การเรียนออนไลน์ทำให้สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป เมื่อโรงเรียนเปิดเรียนอีกครั้งหลังจากสอนนักเรียนนอกห้องเรียนมาเป็นเวลายาวนาน ทำให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เรียนอยู่ที่บ้านสักพักก็เลื่อนระดับชั้นปีที่สูงขึ้น เปลี่ยนช่วงชั้น สอบเข้าโรงเรียนใหม่ สอบเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนหลายคนไม่ได้ประสบปัญหาด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาด้านสุขภาพจิต อารมณ์และสังคมเข้ามาเพิ่มอีกด้วย แล้วโรงเรียนสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างไร ปัญหาดังกล่าวโรงเรียนสามารถดูแลอย่างไรได้บ้าง 

1. ใส่ใจสุขภาพจิตของนักเรียน
 เรื่องสุขภาพจิตกับนักเรียน ครอบครัว และครูเป็นสิ่งแรกที่ควรใส่ใจ เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกคน โรงเรียนจึงควรมุ่งเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างจริงจังไม่ใช่เพียงผิวเผิน ตัวอย่างเช่น ใน New York City โรงเรียนจ้างแพทย์ใหม่มากกว่า 600 คน รวมทั้งนักจิตวิทยาเพื่อดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนและช่วยให้คำแนะนำในการปรับตัวให้เข้ากับการเรียนแบบวิถีใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดในอนาคตได้ ส่วนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์ มีการเปิดคาบรับฟัง เป็นช่วงเวลาเฉพาะของสัปดาห์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้พูดความรู้สึกของตัวเองออกมา และพัฒนาวิธีการรับมือกับความเครียด และความกังวลใจของพวกเขา โดยนำวิดีโอแอนิเมชันมาช่วยให้เด็กบอกสาเหตุของความเครียด และวิธีการรับมือกับความเครียด ขณะที่ครูก็ได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ร่วมอภิปราย และแสดงความคิดอย่างเป็นธรรมชาติ          

จากตัวอย่างดังกล่าว โรงเรียนจึงต้องหาวิธีให้บริการด้านสุขภาพจิตให้แก่ทุกฝ่าย รวมถึงการรักษาและติดตามผลเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถหลุดพ้นจากสภาพจิตอันเลวร้ายและทำหน้าที่ของตนได้มีประสิทธิภาพ 

2. อิสระคือกุญแจสำคัญในการสร้างแรงจูงใจ
 เมื่อนักเรียนมีทางเลือกมากขึ้นเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ รายวิชาการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) เพราะนอกจากวิชานี้ผู้เรียนจะมีโอกาสได้เลือกเรื่องที่สนใจด้วยตัวเองแล้วยังพัฒนาในหลายทักษะ ทั้งการตั้งคำถาม การตั้งสมมุติฐาน (Hypothesis Formulation) ทักษะสืบค้นเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ที่หลากหลาย (Searching for Information) ทักษะการคิดวิเคราะห์และการสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formation) ทักษะในการสื่อสาร (Effective Communication) ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เรียนยังได้รู้จักให้บริการสังคมและมีจิตสาธารณะ (Public Service) คือการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ให้กับสังคมอีกด้วย
 

3. เข้าใจความต้องการของเด็กมากขึ้น
หนึ่งในตัวแปรความสำเร็จของเด็กในโรงเรียนที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการศึกษา ในช่วงเรียนออนไลน์ ผู้ปกครองมีโอกาสใหม่ในการเรียนรู้เกี่ยวกับลูกๆ ของพวกเขา ทำให้เข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ ความต้องการ หรือหลักสูตรของลูกดีขึ้น ความเข้าใจเหล่านี้อาจเป็นส่วนช่วยให้โรงเรียนร่วมกันกับผู้ปกครองพิจารณาการประเมินและการศึกษาร่วมกับโรงเรียนได้ ดังนั้นผู้ปกครองสามารถร่วมมือกับโรงเรียนได้ในส่วนของการแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของลูก ทั้งด้านการเรียนและพฤติกรรม
 

4.ป้องกันการกลั่นแกล้งนักเรียน (แบบไม่รู้ตัว) โดยครูผู้สอน
นอกจากปัญหาการกลั่นแกล้งระหว่างนักเรียนกับนักเรียนแล้ว อีกส่วนสำคัญคือการกลั่นแกล้งนักเรียนของคุณครูเอง เช่น การเลือกปฏิบัติในห้องเรียนที่คุณครูให้ความสำคัญกับนักเรียนแต่ละคนไม่เท่ากัน เราจึงต้องร่วมกันตระหนักในพฤติกรรมระหว่างที่สอนมากขึ้น โดยเฉพาะทางคำพูดที่สังเกตเห็นได้ชัดมากที่สุด หมั่นสังเกตตัวเองว่าได้ทำพฤติกรรมเหล่านี้ใส่นักเรียนหรือไม่ เช่น ดูถูกหรือข่มขู่นักเรียน พูดให้อับอายต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียน การใช้คำหยาบคายทางเชื้อชาติหรือศาสนา รวมถึงเรื่อง หรือรสนิยมทางเพศ เพื่อไม่ให้นักเรียนต้องกลายเป็นเหยื่อผู้ถูกทำร้ายจิตใจทางคำพูดโดยคุณครู โรงเรียนต้องหมั่นสอดส่องดูแลนักเรียนและรีบตักเตือนและให้ความรู้คุณครูที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ทันที
 

5. ดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเป็นอีกกลุ่มคนที่ทุกคนในโรงเรียนต้องร่วมกันดูแลและสนับสนุนการเรียนรู้ วิธีที่ครูสามารถช่วยนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้นคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนผ่านการพูดคุย นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษมีหลากหลายกลุ่ม มีเรื่องที่คุณครูสามารถช่วยเหลือได้ต่างกันไป จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการได้พูดคุยปัญหากับคุณครู เมื่อคุณครูเข้าถึงนักเรียนมากขึ้นจะสามารถเข้าใจ และรับรู้ความต้องการของนักเรียนความต้องการพิเศษได้มากขึ้น จากนั้นค่อย ๆ สังเกตพฤติกรรมและช่วยประสานงานแก้ปัญหาให้นักเรียนรายบุคคล
         

จาก 5 ข้อดังกล่าวโรงเรียนสามารถนำไปปฏิบัติในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาได้ เพราะการเรียนอย่างมีความสุขถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนานักเรียนของเรา ให้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากโรงเรียนสามารถดูแลและแก้ปัญหาของนักเรียนได้ตรงตามความต้องการ ไม่ว่าจะการเรียนรูปแบบใด นักเรียนก็สามารถเรียนได้เต็มศักยภาพและพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 

แหล่งอ้างอิง
Abramson, A. (2021, September). Capturing the benefits of remote learning. Monitor on Psychology, 52(6). 
http://www.apa.org/monitor/2021/09/cover-remote-learning

Bales, K. (2020, June 8). Signs your child's teacher is a bully, ThoughtCo. 
https://www.thoughtco.com/signs-your-child-s-teacher-is-a-bully-4178674

Branstetter, R. (2020, October 19). How teachers can help students with special needs navigate distance learning. Greater Good Magazine. 
https://greatergood.berkeley.edu/article/item/how_teachers_can_help_students_with_special_needs_navigate_distance_learning

กนกวรรณ สุภาราญ. (n.d). ทักษะทางการวิจัย และค้นคว้าข้อมูล...ทักษะจำเป็นในการเรียนรู้ออนไลน์ของนักเรียน. EDUCA. 
https://www.educathai.com/knowledge/articles/365

ซาราห์ ทอมส์. (2564, 26 มิถุนายน). โควิด-19 : โรงเรียนในสิงคโปร์เปิดคาบรับฟัง ช่วยเด็กรับมือความเครียดช่วงโควิด. BBC NEWS ไทย. 
https://www.bbc.com/thai/international-57607930
 

บทความ โดย อาทิตยา ไสยพร  

ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ

การเรียนออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้ผู้เรียนต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อกลับสู่การเรียนในโรงเรียน ทั้งด้านวิชาการ อารมณ์ สังคม และสุขภาพจิต โรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างรอบด้าน ประการแรกคือการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง โดยจัดบริการให้คำปรึกษา กิจกรรมรับฟัง และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ประการที่สอง การสร้างแรงจูงใจผ่านการให้อิสระในการเรียนรู้ เช่น การเลือกหัวข้อศึกษาเอง ช่วยพัฒนาทักษะคิด วิเคราะห์ และการสื่อสาร ประการที่สาม การทำความเข้าใจความต้องการของนักเรียนผ่านความร่วมมือกับผู้ปกครอง ซึ่งช่วยให้การจัดการเรียนรู้และการประเมินเหมาะสมยิ่งขึ้น ประการที่สี่ การป้องกันการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะจากครู เช่น การใช้คำพูดหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจนักเรียน และสุดท้ายคือการดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ด้วยการสื่อสารรายบุคคลและการสนับสนุนอย่างเหมาะสม หากโรงเรียนสามารถดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้ได้ จะช่วยให้นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข พัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ข้อสอบ

ข้อ 1 การเปลี่ยนแปลงหลังเรียนออนไลน์ส่งผลกระทบเด่นชัดที่สุดในด้านใด
ก. เศรษฐกิจครอบครัว
ข. สุขภาพจิตและการปรับตัว
ค. เทคโนโลยีสารสนเทศ
ง. โครงสร้างหลักสูตร
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความเน้นผลกระทบด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมเป็นหลัก

ข้อ 2 แนวทางใดสะท้อนการดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกของโรงเรียนได้ดีที่สุด
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. จัดสอบบ่อยขึ้น
ค. จัดคาบรับฟังและให้คำปรึกษา
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนระบายและพัฒนาการจัดการอารมณ์

ข้อ 3 การให้อิสระในการเรียนรู้ส่งผลต่อผู้เรียนอย่างไร
ก. ทำให้ขาดระเบียบ
ข. ลดผลสัมฤทธิ์
ค. เพิ่มแรงจูงใจและทักษะหลากหลาย
ง. ทำให้แข่งขันสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: ช่วยพัฒนาการคิด วิเคราะห์ และความรับผิดชอบ

ข้อ 4 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจผู้เรียนมากขึ้นคือข้อใด
ก. เทคโนโลยี
ข. ผู้บริหาร
ค. ผู้ปกครอง
ง. หลักสูตร
เฉลย: ค
เหตุผล: ผู้ปกครองมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการเด็ก

ข้อ 5 ข้อใดคือพฤติกรรมที่เข้าข่ายครูกลั่นแกล้งนักเรียน
ก. ให้การบ้าน
ข. ตำหนิต่อหน้าชั้นเรียนอย่างรุนแรง
ค. สอนเสริม
ง. ให้รางวัล
เฉลย: ข
เหตุผล: ส่งผลกระทบต่อจิตใจและศักดิ์ศรีของนักเรียน

ข้อ 6 การดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษควรเริ่มจากอะไร
ก. การสอบวัดผล
ข. การลงโทษ
ค. การพูดคุยรายบุคคล
ง. การจัดกลุ่มแข่งขัน
เฉลย: ค
เหตุผล: การเข้าใจรายบุคคลเป็นพื้นฐานของการช่วยเหลือ

ข้อ 7 หากโรงเรียนละเลยสุขภาพจิต จะเกิดผลกระทบใดมากที่สุด
ก. อาคารเสื่อมโทรม
ข. นักเรียนขาดแรงจูงใจและประสิทธิภาพลดลง
ค. งบประมาณเพิ่ม
ง. เทคโนโลยีล้าสมัย
เฉลย: ข
เหตุผล: สุขภาพจิตเชื่อมโยงโดยตรงกับการเรียนรู้

ข้อ 8 แนวคิด Independent Study (IS) เน้นพัฒนาอะไร
ก. การท่องจำ
ข. การแข่งขัน
ค. การเรียนรู้ด้วยตนเองและคิดวิเคราะห์
ง. การสอบ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการตั้งคำถามและสร้างองค์ความรู้

ข้อ 9 บทบาทครูที่เหมาะสมในยุคหลังโควิดคือข้อใด
ก. เน้นสอนเนื้อหาอย่างเดียว
ข. เป็นผู้อำนวยความสะดวกและดูแลผู้เรียนรอบด้าน
ค. ลดการสื่อสาร
ง. ใช้การลงโทษ
เฉลย: ข
เหตุผล: ครูต้องดูแลทั้งวิชาการและจิตใจ

ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาตามบทความคืออะไร
ก. คะแนนสอบสูง
ข. แข่งขันระดับโลก
ค. เรียนอย่างมีความสุขและพัฒนาศักยภาพเต็มที่
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความเน้นความสุขและศักยภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ

ความเห็นของผู้ชม