
คำว่า “ดิจิทัล” แตกต่างกับคำว่า “ไอที” เพราะดิจิทัลคือ การเชื่อมโยงกันระหว่างข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคำว่า Digital Transformation มีความหมายมากกว่าการทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้คำว่า Transformation ดูจะมีความสำคัญมากกว่าคำว่า Digital เสียด้วยซ้ำ
เมื่อเดือนที่ผ่านมาผมได้รับเชิญไปบรรยายในหัวข้อเรื่องที่เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล หรือ Digital Transformation ที่จัดโดยฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งทีมงานแจ้งว่าได้รับมอบหมายจากผู้บริหารระดับสูงให้ทำแผนงานด้าน Digital Transformation ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริหารองค์กรเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ แต่แปลกใจที่ผู้บริหารยังเข้าใจผิดคิดว่า เรื่องนี้ซึ่งควรจะเป็นงานด้านกลยุทธ์กลับมอบหมายให้ฝ่ายไอทีเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
คำว่า “ดิจิทัล” แตกต่างกับคำว่า “ไอที” เพราะดิจิทัลคือ การเชื่อมโยงกันระหว่างข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคำว่า Digital Transformation มีความหมายมากกว่าการทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้คำว่า Transformation ดูจะมีความสำคัญมากกว่าคำว่า Digital เสียด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงขององค์กร โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการ
ผู้บริหารหลายคนอาจยังสับสนระหว่างคำว่า “Digitization” “Digitalization” และ “Digital Transformation” ผมขออธิบาย ดังนี้
· Digitization คือ การเปลี่ยนแปลงระบบเดิมที่เป็นอนาล็อกให้เป็นดิจิทัล เช่น การทำระบบ ERP หรือ CRM ขององค์กร หรือการทำเอกสารให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
· Digitalization คือ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เช่น การจัดประชุมออนไลน์ การทำงานหรือการให้บริการลูกค้าแบบรีโมท
· Digital Transformation คือ การเปลี่ยนแปลงขององค์กรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่นการทำงานในองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสบการณ์ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป หรือการปรับรูปแบบบทบาทหน้าที่หรือธุรกิจขององค์กร โดยการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่แตกต่างจากเดิม
· Digital Transformation จึงเป็นเรื่องของกลยุทธ์ที่ผู้บริหารระดับสูงแทบทุกคนในหน่วยงานจะต้องเข้ามาร่วมผลักดันด้วยกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงขององค์กรไม่สามารถทำได้เพียงด้วยพลังของคนในฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจเป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบดิจิทัลต่างๆ
ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลคือ การปฎิรูปองค์กรที่อาจมีผลกระทบกับบุคลากรทุกฝ่ายของหน่วยงาน ซึ่งต้องได้รับแรงขับเคลื่อนมาจากผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน
ในยุคดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้หลายหน่วยงานเห็นความสำคัญในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีความเข้าใจผิดๆ บางอย่างที่เราควรจะทบทวน ดังนี้
1.คำว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีค่าเท่ากับคำว่าการเปลี่ยนแปลง: มักจะมีความเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงคือการใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมีมากกว่าเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมองค์กร การดำเนินการ และยุทธศาสตร์ขององค์กร
2. เป็นเรื่องของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ: การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะฝ่ายไอทีเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงทุกฝ่ายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การขาย หรือฝ่ายบุคคล
3.เป็นโครงการเฉพาะกิจ: การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือเป็นโปรเจ็คเดียวแล้วก็สิ้นสุดไป แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินต่อเนื่องและเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4.เทคโนโลยีล่าสุดคือสิ่งที่ดีที่สุด: การนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล แต่ละองค์กรจะมีบริบทที่แตกต่าง ดังนั้นคำตอบที่ดีที่สุดคือการหาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความต้องการและที่สุดขององค์กร และควรเริ่มต้นที่ความต้องการขององค์กรมากกว่าเริ่มต้นจากเทคโนโลยี
5.จะเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว: ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอาจไม่เกิดขึ้นทันที การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องการเวลาในการปรับปรุงวัฒนธรรมและการดำเนินการในองค์กร
การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลไม่ได้เป็นเรื่องง่ายๆ หรือเพียงแค่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องการความพยายามในการเปลี่ยนแปลงองค์กรวัฒนธรรม การดำเนินการ และยุทธศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังองค์กร เพื่อให้สามารถนำเสนอผลลัพธ์ที่ดีที่สุดออกมา
ดังนั้น เราควรที่จะปรับแต่งความเข้าใจให้ถูกต้องและทันสมัย เพื่อให้องค์กรของเราสามารถเติบโตและแข็งแกร่งในยุคดิจิทัลนี้ และที่สำคัญยิ่งเป็นเรื่องต้องห้ามคือ ไม่ควรมอบหมายงานนี้ให้ฝ่ายเทศโนโลยีสารสนเทศเป็นผู้รับผิดชอบหลักและทำงานตามลำพัง แต่ควรมองเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์องค์กรที่ทุกฝ่ายควรเข้ามาร่วมมือกัน
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 16 มิ.ย. 2566
บทความอธิบายความแตกต่างระหว่าง “ดิจิทัล” และ “ไอที” โดยชี้ว่า “ดิจิทัล” เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ในขณะที่ “Digital Transformation” มีความหมายลึกกว่าการพัฒนาระบบไอที เพราะเป็น “การเปลี่ยนแปลงองค์กรทั้งระบบ” โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมายหลัก
ผู้บริหารจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่า Digital Transformation เป็นงานของฝ่ายไอที ทั้งที่แท้จริงเป็น “ยุทธศาสตร์องค์กร” ที่ต้องมีผู้บริหารระดับสูงร่วมขับเคลื่อน และส่งผลต่อทุกฝ่ายในองค์กร ไม่ใช่เฉพาะงานเทคโนโลยี
บทความอธิบายความแตกต่างของ 3 แนวคิด ได้แก่ Digitization (แปลงข้อมูลจากอนาล็อกเป็นดิจิทัล), Digitalization (นำดิจิทัลมาใช้ปรับกระบวนการทำงาน) และ Digital Transformation (การเปลี่ยนแปลงองค์กรเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุมโครงสร้าง วัฒนธรรม และรูปแบบธุรกิจ)
ทั้งนี้ยังเตือนความเข้าใจผิด เช่น การคิดว่าเทคโนโลยีเท่ากับการเปลี่ยนแปลง การมองว่าเป็นโครงการของไอที การใช้เทคโนโลยีล่าสุดเสมอคือดีที่สุด หรือคาดหวังผลลัพธ์รวดเร็ว ทั้งที่ความจริงต้องใช้เวลาและการปรับวัฒนธรรมองค์กร
สรุปคือ Digital Transformation เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ระดับองค์กรที่ต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย ไม่ใช่ภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องเริ่มจากความต้องการขององค์กรเป็นหลัก
Digital Transformation ตามบทความหมายถึงข้อใด
ก. การติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ใหม่
ข. การใช้โซเชียลมีเดียในองค์กร
ค. การเปลี่ยนแปลงองค์กรโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
ง. การเปลี่ยนเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัล
เฉลย: ค
เหตุผล: Digital Transformation คือการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร ไม่ใช่แค่ระบบหรือเอกสาร
ข้อใดสะท้อนความแตกต่างระหว่าง “ไอที” กับ “ดิจิทัล” ได้ถูกต้องที่สุด
ก. ไอทีเน้นคน ดิจิทัลเน้นเครื่องมือ
ข. ดิจิทัลคือการเชื่อมโยงข้อมูลกับเทคโนโลยี
ค. ไอทีครอบคลุมการเปลี่ยนองค์กรทั้งหมด
ง. ทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกัน
เฉลย: ข
เหตุผล: บทความระบุว่าดิจิทัลคือการเชื่อมโยงข้อมูลกับเทคโนโลยี
Digitization คือข้อใด
ก. การปรับวัฒนธรรมองค์กร
ข. การใช้ AI ในองค์กร
ค. การแปลงข้อมูลจากอนาล็อกเป็นดิจิทัล
ง. การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ
เฉลย: ค
เหตุผล: Digitization คือการแปลงข้อมูลพื้นฐานเข้าสู่ระบบดิจิทัล
Digitalization หมายถึงข้อใด
ก. การเปลี่ยนองค์กรทั้งระบบ
ข. การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงาน
ค. การสร้างนวัตกรรมใหม่
ง. การวางยุทธศาสตร์องค์กร
เฉลย: ข
เหตุผล: คือการปรับกระบวนการทำงานด้วยดิจิทัล
ข้อใดเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Digital Transformation
ก. เป็นเรื่องของทุกฝ่ายในองค์กร
ข. เป็นกระบวนการต่อเนื่อง
ค. เป็นหน้าที่ของฝ่ายไอทีเท่านั้น
ง. ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุว่าไม่ใช่ภาระของฝ่ายไอทีเพียงฝ่ายเดียว
เหตุใด Digital Transformation จึงเป็นเรื่องของผู้บริหารระดับสูง
ก. เพราะต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่
ข. เพราะเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์องค์กร
ค. เพราะเป็นงานเทคนิค
ง. เพราะเกี่ยวกับระบบเครือข่าย
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการเปลี่ยนระดับองค์กร ต้องมีผู้นำกำหนดยุทธศาสตร์
ข้อใดไม่ใช่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน
ก. เป็นโครงการครั้งเดียว
ข. ใช้เทคโนโลยีใหม่เสมอดีที่สุด
ค. เป็นกระบวนการต่อเนื่อง
ง. เทคโนโลยีคือการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
เฉลย: ค
เหตุผล: เป็นความจริง ไม่ใช่ความเข้าใจผิด
เหตุผลที่ไม่ควรเริ่มจากเทคโนโลยีในการทำ Digital Transformation คือข้อใด
ก. เทคโนโลยีมีราคาแพง
ข. แต่ละองค์กรมีบริบทต่างกัน
ค. เทคโนโลยีล้าสมัยเร็ว
ง. ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องเริ่มจากความต้องการขององค์กร
ผลลัพธ์ของ Digital Transformation มักเป็นอย่างไร
ก. เห็นผลทันที
ข. เกิดเฉพาะฝ่ายไอที
ค. ต้องใช้เวลาและการปรับวัฒนธรรม
ง. ไม่ส่งผลต่อองค์กร
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและระบบ
แนวทางที่ถูกต้องที่สุดในการขับเคลื่อน Digital Transformation คือข้อใด
ก. ให้ฝ่ายไอทีดำเนินการทั้งหมด
ข. ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเสมอ
ค. ผู้บริหารและทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อน
ง. ทำเป็นโครงการระยะสั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: ต้องเป็นความร่วมมือทั้งองค์กร ไม่ใช่ฝ่ายเดียว