สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เปิดประตูสู่อาชีพ STEM ด้วยการพัฒนาจิตวิทยาศาสตร์

ในปี 2022 ที่สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มมีการคลี่คลายได้มีความก้าวหน้าในการเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ (STEM) ที่สร้างความหวังและความตื่นเต้นให้สังคมมากมาย ทั้งในวงการ AI วิทยาการทางการแพทย์ วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการค้นพบใหม่ ๆ ในอวกาศ สิ่งที่น่าคิดหลังจากมีปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นคือ จะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนสามารถเป็นผู้สร้างนวัตกรรมทางหรืออย่างน้อยที่สุดสามารถเป็นผู้ใช้นวัตกรรมได้อย่างมีวิจารณญาณและเกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา EDUCA ร่วมกับ NSM Thailand ได้จัดวงพูดคุยในหัวข้อ เปิดปีใหม่…เรียนรู้อย่างไรให้เท่าทันโลก” โดย ดร. กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงภูมิทัศน์การเรียนรู้ (learning landscape) ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังยุคโควิด นั่นคือ การนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ครูมีบทบาทสำคัญในการเตรียมนักเรียนให้มีทักษะและการรู้เท่าทันดิจิทัล (digital skills and literacy) ซึ่งสอดคล้องกับกระแสสังคมที่เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการเรียนรู้ของนักเรียนหลังยุคโควิดด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งการจัดการเรียนรู้กลางแจ้งและการลงมือทำ

นอกจากนั้น ภูมิทัศน์การเรียนรู้ในรูปแบบดังกล่าว ยังสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด STEM ที่จะนำไปสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าในการสร้างและใช้นวัตกรรม แต่สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับภูมิทัศน์การเรียนรู้ใหม่นี้ได้คือการได้รับการส่งเสริมและเสริมสร้างคุณลักษณะสำคัญในการเรียนรู้ STEM นั่นคือ การมีจิตวิทยาศาสตร์ (scientific mind)

จิตวิทยาศาสตร์ หมายถึง ลักษณะนิสัยหรือความรู้สึกทางจิตใจที่เกิดจากการศึกษาหาความรู้โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมีทัศนะการมองโลกและยึดมั่นในคุณค่าของวิทยาศาสตร์ จนก่อเกิดเป็นพฤติกรรมและคุณลักษณะติดตัวของคนคนนั้น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้กำหนดคุณลักษณะของจิตวิทยาศาสตร์ออกเป็น 10 คุณลักษณะ ดังนี้ ความอยากรู้อยากเห็น ความมีเหตุผล ความใจกว้าง ความซื่อสัตย์ ความพยายามมุ่งมั่น ความรอบคอบ ความรับผิดชอบ ความร่วมมือช่วยเหลือ ความสร้างสรรค์ และเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

W.I.B. Beveridge ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Art of Scientific Investigation ได้กล่าวว่าการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง สำรวจ และมีส่วนร่วมโลกรอบตัว กิจกรรมเหล่านี้เป็นการฝึกฝนคุณลักษณะการคิดแบบวิทยาศาสตร์และเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง

สำหรับการประยุกต์ใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ในสู่สายอาชีพด้าน STEM ในอนาคตการมองโลกแบบวิทยาศาสตร์จะช่วยให้นักเรียนเป็นผู้เข้าใจปัญหาของชุมชนและสังคมอย่างมีหลักการด้วยจิตวิทยาศาสตร์ และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายพวกเขาจะสามารถรับมือและนำความรู้มาช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อมาช่วยแก้ปัญหาได้ในที่สุด

การเสริมสร้างคุณลักษณะของจิตวิทยาศาสตร์สามารถส่งเสริมผู้เรียนได้ตั้งแต่ที่บ้าน เช่น ให้ผู้เรียนส่วนร่วมในการทำงานบ้าน ผู้ปกครองทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดร่วมกับเด็กโดยเน้นการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือการส่งเสริมที่โรงเรียน เช่น คุณครูออกแบบกิจกรรมการเรียรู้ที่เน้นการทำงานร่วมกัน การกระตุ้นให้นักเรียนสื่อสารความคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

และในท้ายที่สุด พื้นที่สาธารณะในระดับชุมชนหรือประเทศก็ส่งเสริมการมีจิตวิทยาศาสตร์ได้ผ่านพื้นที่การเรียนรู้ เช่น ป่าชุมชน สนามกีฬา ห้องคอมพิวเตอร์ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงการสร้างโอกาสให้นักเรียนต่อยอดจากสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้จากที่บ้านและโรงเรียนโดยการเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการลงมือแก้ไขปัญหาชุมชน สังคมที่พวกเขาเติบโตและอาศัยอยู่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม 

เอกสารอ้างอิง
วรรณพร เพิ่มโสภา, ขนิษฐา ชัยรัตนาวรรณ, วารุณี ลัภนโชคดี. (2563). การพัฒนาแบบวัดจิตวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม. วารสารศิลปการจัดการ, 4(3), 700-716. 
http://dspace.spu.ac.th/handle/123456789/7297

Larm, B., & Jaros, A. (2017, 20 January). The art of scientific thinking: Why science is important for early childhood development. Michigan State University Extension. https://www.canr.msu.edu/news/art_of_scientific_thinking_in_early_childhood_development 

บทความโดย จิราเจต วิเศษดอนหวาย 

ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ

หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายในปี 2022 โลกมีความก้าวหน้าด้าน STEM อย่างรวดเร็ว ทั้ง AI การแพทย์ วิศวกรรม และอวกาศ จึงเกิดคำถามสำคัญว่าควรพัฒนาเยาวชนอย่างไรให้สามารถ “สร้าง” หรือ “ใช้นวัตกรรม” ได้อย่างมีวิจารณญาณ ภูมิทัศน์การเรียนรู้ยุคใหม่เน้นการบูรณาการเทคโนโลยี การเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้นอกห้องเรียนและการลงมือปฏิบัติ โดยครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ

หัวใจของการเรียนรู้ STEM คือ “จิตวิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่เกิดจากการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และยึดมั่นในคุณค่าของวิทยาศาสตร์ โดยมี 10 คุณลักษณะ เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความมีเหตุผล ความซื่อสัตย์ และความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้แบบทดลอง สำรวจ และมีส่วนร่วม จะช่วยพัฒนาคุณลักษณะเหล่านี้

การปลูกฝังจิตวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยความร่วมมือจากบ้าน โรงเรียน และชุมชน เช่น การทำกิจกรรมร่วมกัน การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และการใช้แหล่งเรียนรู้สาธารณะ สุดท้ายจะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนที่สามารถเข้าใจปัญหา แก้ไขปัญหา และสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1 ข้อใดสะท้อน “ภูมิทัศน์การเรียนรู้ยุคใหม่” ได้ถูกต้องที่สุด
ก. เน้นการท่องจำเนื้อหา
ข. ใช้เทคโนโลยีร่วมกับการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ
ค. ลดบทบาทครู
ง. เน้นการสอบปลายภาค
เฉลย: ข.
เหตุผล: เน้นเทคโนโลยีและรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

 

ข้อ 2 เป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษา STEM หลังโควิดคืออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. สร้างแรงงานราคาถูก
ค. พัฒนาให้ผู้เรียนสร้าง/ใช้นวัตกรรมอย่างมีวิจารณญาณ
ง. ลดเวลาเรียน
เฉลย: ค.
เหตุผล: เน้นการใช้และสร้างนวัตกรรมอย่างมีคุณภาพ

 

ข้อ 3 “จิตวิทยาศาสตร์” หมายถึงข้อใด
ก. ความรู้วิทยาศาสตร์เท่านั้น
ข. ทักษะการทดลอง
ค. ลักษณะนิสัยจากกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์
ง. การใช้เทคโนโลยี
เฉลย: ค.
เหตุผล: ครอบคลุมทัศนคติและพฤติกรรม

 

ข้อ 4 ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของจิตวิทยาศาสตร์
ก. ความอยากรู้อยากเห็น
ข. ความมีเหตุผล
ค. ความเชื่อโดยไม่มีหลักฐาน
ง. ความรับผิดชอบ
เฉลย: ค.
เหตุผล: ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์

 

ข้อ 5 วิธีใดเหมาะสมที่สุดในการพัฒนาจิตวิทยาศาสตร์ในห้องเรียน
ก. บรรยายอย่างเดียว
ข. ทำแบบฝึกหัดซ้ำ
ค. จัดกิจกรรมทดลองและอภิปราย
ง. ให้จำสูตร
เฉลย: ค.
เหตุผล: เน้นลงมือปฏิบัติและคิดวิเคราะห์

 

ข้อ 6 บทบาทของครูในยุคใหม่คือข้อใด
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
ค. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ง. ผู้ตรวจการบ้าน
เฉลย: ค.
เหตุผล: ครูเป็น facilitator

 

ข้อ 7 การส่งเสริมจิตวิทยาศาสตร์ที่บ้านควรทำอย่างไร
ก. ให้เด็กดูทีวี
ข. ให้ทำงานบ้านและกิจกรรมกลางแจ้ง
ค. ให้เรียนพิเศษ
ง. ให้เล่นเกม
เฉลย: ข.
เหตุผล: กระตุ้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์

 

ข้อ 8 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ของการมีจิตวิทยาศาสตร์
ก. จำเนื้อหาได้ดี
ข. เข้าใจปัญหาและแก้ไขได้อย่างมีเหตุผล
ค. สอบได้คะแนนสูง
ง. ทำตามคำสั่ง
เฉลย: ข.
เหตุผล: เน้นการคิดแก้ปัญหา

 

ข้อ 9 การใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนมีประโยชน์อย่างไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. เพิ่มความสนุก
ค. เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริง
ง. ประหยัดงบ
เฉลย: ค.
เหตุผล: ทำให้เกิดการเรียนรู้เชิงประยุกต์

 

ข้อ 10 หากผู้บริหารต้องการพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิดนี้ ควรดำเนินการอย่างไร
ก. เพิ่มการสอบ
ข. ลดกิจกรรม
ค. สนับสนุนการเรียนรู้แบบลงมือทำและบูรณาการ
ง. เน้นเอกสาร
เฉลย: ค.
เหตุผล: สอดคล้องกับแนวทาง STEM และจิตวิทยาศาสตร์

 
 

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น