
วันนี้ (๒๘ มกราคม ๒๕๖๕) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมสัมมนา OEC Talks ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕ เรื่อง ผลการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด - ๑๙ : ข้อค้นพบ และข้อเสนอเพื่อการพัฒนา ผ่านเครือข่ายระบบออนไลน์ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) มอบนโยบายและปาฐกถาพิเศษ โดยเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.อรรถพล สังขวาสี) พร้อมคณะผู้บริหาร สกศ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ ครูผู้สอน ประชาชนที่สนใจตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางออนไลน์ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19)ถ่ายทอดสดผ่านสื่อดิจิทัล Facebook live และ YouTube : OEC News สภาการศึกษา แลกเปลี่ยนข้อวิพากษ์จากผู้ติดตามชมผ่าน Inbox message ต่อยอดแนวทางพัฒนาการศึกษาสู่คุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในอนาคต
ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพิธีเปิดว่า สถานการณ์โควิด - ๑๙ ทำให้เกิดการถดถอยทางการเรียนรู้จากหลายปัจจัย ครู นักเรียน และผู้ปกครอง จึงต้องปรับตัวสู่ยุค New Normal รวมถึงฟื้นฟูคุณภาพการเรียนการสอน การประชุมครั้งนี้มุ่งหาทางออกจากการเสียโอกาสในการเรียนรู้ ที่ทำให้เด็กอาจสูญเสียโอกาสในการพัฒนาตามช่วงวัย จึงควรใช้ Digital Devices ขยายโอกาสทางการศึกษาเข้าถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย ตอบโจทย์การเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง
สำหรับการประชุมสัมมนาครั้งนี้ มีการเสนอผลการศึกษาเพื่อสะท้อนสภาพการณ์และสาเหตุภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด - ๑๙ ผ่านการนำเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดจาก รศ.ดร. อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต ๒ ดร.ปิ่นทอง ใจสุทธิ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย จ.สมุทรปราการ และนางสาวณัชชาวีล์ วาณิชย์สุรางค์ ผู้ดำเนินรายการ ที่ร่วมผสานความคิดการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กไทย
ผลการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย การบริหารจัดการ และการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา ส่งผลให้มีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในการเรียนการสอนอย่างหลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้เรียนให้มากที่สุด โดยมีแนวทางการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนี้
· การสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างการเรียนรู้แบบนำตนเอง ครูผู้สอนและผู้ปกครอง ควรกระตุ้นการเรียนรู้และเสริมแรงให้แก่ผู้เรียนอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
· การพัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนรู้ของครู
· การปรับเนื้อหา ลดภาระงานนักเรียน ตลอดจนการสร้างเจตคติและแรงจูงใจที่ดีในการเรียน
· การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ผู้ปกครองและครู และ
· การจัดสภาพที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ สื่อและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีและมีคุณภาพต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อเสนอ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยในสถานการณ์โควิด-๑๙ การเตรียมความพร้อมทักษะที่จำเป็นในอนาคต เพื่อรองรับทรัพยากรที่จะเข้ามาช่วยการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอน ๕ รูปแบบ คือ On-Site, On-Air, Online, On Demand และ On Hand ส่งเสริมการเรียนรู้แบบนำตนเองให้แก่นักเรียน ครูผู้สอน และผู้ปกครอง ควรเสริมสร้างการเรียนรู้แบบนำตนเองให้แก่ผู้เรียนด้วยการกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ สอนให้ผู้เรียนรู้วิธีการเรียนรู้ และเสริมแรงให้แก่ผู้เรียนอยู่เสมอเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา ; สำนักงานเลขาธิกาสสภาการศึกษา
วันที่ 28 มกราคม 2565 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนา OEC Talks เรื่อง ผลการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด-19 ผ่านระบบออนไลน์ รมช.ศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช มอบนโยบายและปาฐกถาพิเศษ โดยเน้นความถดถอยทางการเรียนรู้จากโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อครู นักเรียน และผู้ปกครอง การประชุมมุ่งหาทางออกเพื่อฟื้นฟูคุณภาพการเรียนการสอน ลดการสูญเสียโอกาสพัฒนาของเด็ก และใช้เทคโนโลยี Digital Devices ขยายโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสไม่ถูกทิ้ง
ผลการศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า การจัดการเรียนรู้ในระดับพื้นฐานต้องปรับนโยบาย การบริหาร การวัดประเมินผล และใช้เทคโนโลยีเข้าถึงผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการเรียนรู้แบบนำตนเอง พัฒนาทักษะและเทคนิคการสอนของครู ปรับเนื้อหาและลดภาระงานนักเรียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง และจัดสภาพแวดล้อมพร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเตรียมความพร้อมทักษะที่จำเป็นในอนาคต
ข้อสอบ
1. จุดประสงค์หลักของการประชุม OEC Talks ครั้งนี้คืออะไร
ก. ประเมินคะแนนนักเรียนระดับชาติ
ข. หาทางฟื้นฟูคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กไทยในสถานการณ์โควิด-19
ค. จัดอันดับโรงเรียนตามความสามารถ
ง. ประเมินครูผู้สอนอย่างเข้มงวด
2. แนวทางสำคัญในการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนการบ้านให้นักเรียนทำมากขึ้น
ข. ส่งเสริมการเรียนรู้แบบนำตนเองและสร้างแรงจูงใจ
ค. ให้คะแนนนักเรียนตามมาตรฐานเดิม
ง. ลดการใช้เทคโนโลยีในการเรียน
3. การประชุมครั้งนี้เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่ออะไร
ก. ใช้จัดอันดับโรงเรียน
ข. ขยายโอกาสทางการศึกษาและเข้าถึงผู้ด้อยโอกาส
ค. แทนการประเมินครู
ง. ใช้สำหรับแข่งขันสอบออนไลน์
4. การมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครองสำคัญเพราะเหตุใด
ก. ทำให้ผู้บริหารง่ายต่อการควบคุม
ข. ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และเจตคติที่ดีต่อการศึกษา
ค. ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ง. เพิ่มคะแนนสอบ O-NET
5. การเตรียมความพร้อมทักษะในอนาคตและการจัดการเรียนการสอน 5 รูปแบบ (On-Site, On-Air, Online, On-Demand, On-Hand) มีประโยชน์อย่างไร
ก. ทำให้นักเรียนมีความรู้ครบทุกด้านและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข. ทำให้ครูลดภาระงานทั้งหมด
ค. ใช้ประเมินโรงเรียนเครือข่าย
ง. เพิ่มการแข่งขันระหว่างนักเรียน
คลิกเฉลย >>>
