
กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีมากมาย มีการสอนรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้คุณครูได้นำความพิเศษของตนเอง มาจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ยังไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยในเรื่องการทำงานร่วมกันของคุณครูที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์การสอนที่สมบูรณ์กว่าเดิม นั่นคือการสอนเป็นคณะหรือ Team Teaching นั่นเอง
Team Teaching คืออะไร
การสอนเป็นทีมหรือ Team Teaching เป็นการสอนของครูผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยคุณครูแต่ละคนจะร่วมรับผิดชอบตั้งแต่การวางแผนการสอน ดำเนินการสอน ตลอดจนการประเมินผล การสอนแบบนี้เป็นมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดความรู้จากครูผู้สอนที่มีความสามารถและสไตล์การสอนที่หลากหลาย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของความยืดหยุ่นในการจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อทำการสอนด้วย โดยสามารถแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มจากความสนใจหรือความสามารถในการเรียนวิชานั้น ๆ รวมไปถึงความยืดหยุ่นของตารางเรียนที่สามารถจัดสรรเนื้อหาได้ตามความต้องการของคุณครูและนักเรียน
Team Teaching มีกระบวนการอย่างไร
เริ่มจากการหารูปแบบว่าจะร่วมการสอนร่วมกันด้วยรูปแบบใด ทั้งแบบมีหัวหน้าทีม (Team Leader Type) เป็นประธานในการจัดการสอน มีหน้าที่ทุกอย่างเหมือนกับสมาชิกคนอื่น ๆ ซึ่งเหมาะกับการสอนในห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณผู้เรียนจำนวนมาก อีกรูปแบบคือแบบไม่มีผู้นำ (Associate Type) หลัก แต่ใช้เกณฑ์ความถนัดและความสามารถของผู้สอนแต่ละท่านในการแบ่งงานกันรับผิดชอบ และรูปแบบสุดท้าย คือ แบบครูพี่เลี้ยง (Master Teacher-Beginning Type) โดยผู้สอนที่มีความชำนาญและประสบการณ์ทำงานสูงกว่าทำงานร่วมกับครูผู้สอนที่ขาดประสบการณ์หรือผู้สอนใหม่ โดยทำหน้าที่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ เมื่อได้รูปแบบในการทำการสอนแล้ว มีหลักการที่คุณครูควรพิจารณาต่อ ดังนี้
1. การร่วมกันวางแผนการสอน การแบ่งหน้าที่ของคุณครูแต่ละท่านในการจัดการหลักสูตรที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบและป้องกันความขัดแย้งในการมอบหมายภาระงานให้แก่นักเรียน คำนึงถึงขั้นตอนการดำเนินการสอนว่าจะจัดกลุ่มนักเรียนอย่างไร รูปแบบการเรียนเป็นวิธีการใด อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีการประเมินผลที่เหมาะสมว่าควรเป็นอย่างไร
2. การประชุมหลังการทำการสอนในแต่ละครั้ง หลังจบการสอนแต่ละครั้งให้คุณครูในทีมร่วมกันใช้เวลาเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไขและร่วมกันวางแผนการเรียนการสอน ภาระงานที่ต้องมอบหมาย และการประเมินผลชั้นเรียนในครั้งถัดไป
ความท้าทายในการสอนเป็นทีม
การสร้างทีมคุณครูที่มีความแตกต่างกันทั้งสไตล์การสอนและความชอบในการทำงาน ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย บางท่านไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงชอบคงการสอนแบบเดิม ๆ แต่เมื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นจึงต้องปรับการสอนของตนเองให้สามารถเข้ากันได้กับเพื่อนร่วมทีม อีกทั้งการสอนเป็นทีมยังใช้ระยะเวลาในการวางแผนเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากการตัดสินใจทุกอย่างไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ รวมไปถึงการสนับสนุนของผู้ปกครองและผู้บริหาร ที่บางท่านยังคงไม่พร้อมเปิดรับการสอนเป็นทีม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายของคุณครูที่ต้องพบเจอและต้องร่วมกันแก้ไขและฝ่าฟันไปด้วยกันในการสอนเป็นทีม
การสอนเป็นทีม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการสอนที่น่าตื่นเต้นและท้าทายความสามารถของคุณครู ในการจัดและออกแบบการสอนใหม่ ๆ ให้แก่ผู้เรียน เมื่อคุณครูในทีมมีการเตรียมการและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งการวางแผนร่วมกัน การให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเมื่อสอนเสร็จ ก็จะช่วยให้การสอนเป็นทีมสามารถดำเนินไปได้ต่อเนื่อง เกิดประโยชน์ต่อทั้งนักเรียนที่ได้รับประสบการณ์การเรียนในรูปแบบใหม่และคุณครูยังได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน
อ้างอิง
บทความโดย อาทิตยา ไสยพร เรียบเรียง
ที่มา ; EDUCA
การสอนแบบทีม (Team Teaching) คือการจัดการเรียนการสอนโดยครูตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันรับผิดชอบตั้งแต่การวางแผน ดำเนินการสอน และประเมินผล มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับความรู้จากครูที่มีความเชี่ยวชาญและสไตล์การสอนที่หลากหลาย อีกทั้งยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดกลุ่มผู้เรียนตามความสามารถหรือความสนใจ และสามารถปรับตารางเรียนให้เหมาะสมได้
รูปแบบของการสอนเป็นทีมมี 3 ลักษณะ ได้แก่ แบบมีหัวหน้าทีม (Team Leader) แบบไม่มีผู้นำหลัก (Associate) และแบบครูพี่เลี้ยง (Master Teacher-Beginning) ซึ่งแต่ละแบบเน้นการแบ่งบทบาทตามความเหมาะสมของบริบทและความสามารถของครู
กระบวนการสำคัญประกอบด้วย การวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบ การกำหนดบทบาทหน้าที่ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผล รวมถึงการสะท้อนผลหลังสอนเพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การสอนแบบทีมมีความท้าทาย เช่น ความแตกต่างของครู การปรับตัว การใช้เวลาในการวางแผนมากขึ้น และการยอมรับจากผู้ปกครองหรือผู้บริหาร หากสามารถบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อทั้งผู้เรียนและการพัฒนาวิชาชีพครู
ข้อ 1 จุดมุ่งหมายสำคัญของ Team Teaching คือข้อใด
ก. ลดภาระงานครู
ข. พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ค. เพิ่มจำนวนครูในห้องเรียน
ง. เน้นการสอนแบบเดี่ยว
เฉลย: ข
เหตุผล: เป้าหมายหลักคือยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ผ่านความหลากหลายของครู
ข้อ 2 ข้อใด “ไม่ใช่” ลักษณะของ Team Teaching
ก. ครูร่วมวางแผน
ข. ครูคนเดียวรับผิดชอบทั้งหมด
ค. ร่วมประเมินผล
ง. ร่วมดำเนินการสอน
เฉลย: ข
เหตุผล: Team Teaching ต้องมีครูมากกว่า 1 คนร่วมกัน
ข้อ 3 รูปแบบใดเหมาะกับห้องเรียนขนาดใหญ่
ก. Associate
ข. Master Teacher
ค. Team Leader
ง. Individual Teaching
เฉลย: ค
เหตุผล: มีหัวหน้าทีมช่วยบริหารจัดการผู้เรียนจำนวนมาก
ข้อ 4 การแบ่งงานตามความสามารถครูเป็นลักษณะของรูปแบบใด
ก. Team Leader
ข. Associate
ค. Master Teacher
ง. Coaching
เฉลย: ข
เหตุผล: ไม่มีผู้นำหลัก ใช้ความถนัดแบ่งงาน
ข้อ 5 Master Teacher-Beginning เน้นสิ่งใด
ก. การแข่งขัน
ข. การควบคุม
ค. การพี่เลี้ยง
ง. การประเมิน
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูมีประสบการณ์ช่วยแนะนำครูใหม่
ข้อ 6 ขั้นตอนสำคัญก่อนสอนคือข้อใด
ก. สั่งงานนักเรียน
ข. วางแผนร่วมกัน
ค. ประเมินผล
ง. สรุปบทเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเป็นทีม
ข้อ 7 การประชุมหลังสอนมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร
ก. ให้คะแนน
ข. ปรับปรุงการสอน
ค. ลดเวลาเรียน
ง. เปลี่ยนครู
เฉลย: ข
เหตุผล: เพื่อสะท้อนผลและพัฒนา
ข้อ 8 ข้อใดเป็น “ความท้าทาย” ของ Team Teaching
ก. นักเรียนสนใจมากขึ้น
ข. ครูมีความหลากหลาย
ค. ใช้เวลาวางแผนมาก
ง. มีสื่อการสอนมากขึ้น
เฉลย: ค
เหตุผล: การทำงานร่วมกันต้องใช้เวลาประสานงาน
ข้อ 9 หากครูไม่ยอมเปลี่ยนแปลง จะกระทบสิ่งใดมากที่สุด
ก. เวลาเรียน
ข. ความร่วมมือในทีม
ค. จำนวนผู้เรียน
ง. งบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: การทำงานเป็นทีมต้องอาศัยการปรับตัว
ข้อ 10 ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของ Team Teaching
ก. ครูลดบทบาท
ข. นักเรียนเรียนรู้แบบเดิม
ค. ครูและนักเรียนพัฒนาร่วมกัน
ง. ลดเนื้อหา
เฉลย: ค
เหตุผล: เกิดการเรียนรู้ร่วมทั้งครูและผู้เรียนอย่างยั่งยืน