
รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ของกฎหมายสำคัญด้านการศึกษา 2 ฉบับ คือ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …และพรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ….. นับว่าเป็นต้นทาง ของการปรับปรุงระบบการศึกษาครั้งใหญ่ของประเทศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และทิศทางพัฒนาการศึกษาของประเทศครั้งใหม่
พรบ.การศึกษาทั้ง 2 ฉบับ มีที่มาจากการที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ขึ้นและได้เสนอแนวคิดในการปรับปรุงกฎหมายการศึกษาหลักของประเทศ ทดแทนพรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และกฎหมายรองฉบับต่างๆ ที่ใช้อยู่เดิม ซึ่งอาจเริ่มไม่สอดคล้องกับเเนวทางการพัฒนา หรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศและสังคมโลก
พรบ. การศึกษาเเห่งชาติ ฉบับใหม่ มีหลักการสำคัญ ที่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการศึกษา สถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบการศึกษา หลักสูตร หน้าที่หน่วยงานของรัฐ คุณภาพการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ แผนการศึกษา คณะกรรมการนโยบายการศึกษา รวมทั้งสาระอื่นๆที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ถูกนำเสนอขึ้นพร้อมกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เพื่อรองรับ การจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ จะต้องดูแลคนทุกช่วงวัย ตั้งเเต่เเรกเกิด จนเสียชีวิต โดยมีหน้าที่ทั้งจัดการศึกษาเอง และสนับสนุนให้องค์กรอื่นๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อสารมวลชน องค์กรต่างๆ รวมทั้งภาคประชาสังคม สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา หรือสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน
นอกจาก พรบ. ทั้ง 2 ฉบับอันเป็นกฎหมายหลักที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ของรัฐสภา กระทรวงศึกษาธิการยังได้เตรียมการร่างกฏหมายลำดับรอง ซึ่งออกตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติไว้เบื้องต้น อีกจำนวน 11 ฉบับ ซึ่งจะได้ดำเนินการให้สาระของกฎหมายรอง สอดคล้องกับ พรบ. หลักที่จะประกาศใช้ต่อไป โดยกฎหมายรองทั้ง 11 ฉบับ ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้มีหน่วยงานเข้าไปดูแล ดำเนินการ ในการยกร่าง ประชาพิจารณ์ ปรับปรุงเเก้ไข และจัดทำรายละเอียด นำเสนอ จนถึงขั้นประกาศใช้อย่างสมบูรณ์ มีรายชื่อกฎหมายและหน่วยงานรับผิดชอบ ดังนี้
1.ร่างพรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. …(สป.)
2.ร่างพรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …(กคศ.)
3.ร่างพรบ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. …(สป.)
4.ร่างพรบ.การอาชีวศึกษา พ.ศ. …(สอศ.)
5.ร่างพรบ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. …(สช.)
6.ร่างพรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …(คุรุสภา และสกสค.)
7.ร่างพรบ.การบริหารข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา พ.ศ. …(สกศ.)
8.ร่างพรบ. สถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ พ.ศ. …(สสวท. และสพฐ.)
9.ร่าง พรบ.ส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. …(สำนักการศึกษาพิเศษ สพฐ.)
10.พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) พศ.…(สมศ.)
11.ร่างพระราชกฤษฎีกาสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษา พ.ศ. …(สกศ.)
จะเห็นได้ว่า ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม รวมถึงความจำเป็นในการปรับทิศทางใหม่ของการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมิได้นิ่งนอนใจ แต่ได้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการผลักดันให้กฎหมายหลักของประเทศ คือ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ และพรบ. ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับการพิจารณา และมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งคาดว่าคงจะใช้เวลาอีกไม่นานนัก หลังจากนั้นกฎหมายรอง ซึ่งได้มีการเตรียมการยกร่างไว้อีกหลายฉบับ ก็จะได้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาเพื่อประกาศใช้ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
นี่จึงเป็นทิศทางใหม่ของการจัดการศึกษา และคือโฉมหน้าใหม่ของการจัดทัพหน่วยงานต่างๆทั้งในและนอกกระทรวง เพื่อทำให้ระบบบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ สร้างการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเด็กเยาวชนรวมทั้งประชาชนชาวไทยทั้งปวง
ที่มา ; FB กมล รอดคล้าย
รัฐสภาได้เห็นชอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติสำคัญด้านการศึกษา 2 ฉบับ ได้แก่ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ และพรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและทิศทางการพัฒนาประเทศ
พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่มีเป้าหมายปรับปรุงโครงสร้างการศึกษา ครอบคลุมทั้งระบบการศึกษา หลักสูตร ครูและบุคลากร หน่วยงานรัฐ คุณภาพการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และกลไกการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
ส่วนพรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต โดยส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งเพื่อพัฒนาตนเองและเพื่อคุณวุฒิ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน เช่น ภาครัฐ เอกชน สื่อ และประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้เตรียมกฎหมายลูกอีก 11 ฉบับ เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายหลัก ครอบคลุมด้านบริหารราชการ ครู การอาชีวศึกษา โรงเรียนเอกชน การศึกษาพิเศษ ระบบข้อมูล และเทคโนโลยีการศึกษา
ภาพรวมของการปฏิรูปครั้งนี้มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร และสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยตอบโจทย์อนาคตของประเทศอย่างยั่งยืน
จุดมุ่งหมายสำคัญของการเสนอร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ คือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณการศึกษา
ข. ลดจำนวนครูในระบบ
ค. ปรับระบบการศึกษาให้ทันการเปลี่ยนแปลงโลก
ง. ยกเลิกการศึกษาภาคบังคับ
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งปฏิรูประบบให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ลดคนหรือยกเลิกระบบ
พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้มีลักษณะสำคัญที่สุดคือข้อใด
ก. เน้นการสอบแข่งขัน
ข. เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ค. เน้นการศึกษาในโรงเรียนเท่านั้น
ง. เน้นการผลิตแรงงานอุตสาหกรรม
เฉลย: ข
เหตุผล: ครอบคลุมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย (lifelong learning)
เหตุผลหลักในการปรับปรุงกฎหมายการศึกษาเดิมคือข้อใด
ก. กฎหมายเดิมขาดงบประมาณ
ข. กฎหมายเดิมไม่สอดคล้องบริบทโลกปัจจุบัน
ค. ครูไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ง. นักเรียนมีจำนวนน้อยลง
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นความล้าสมัยและความไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน
แนวคิดสำคัญของการเรียนรู้ตาม พรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้คือข้อใด
ก. เรียนรู้เฉพาะในโรงเรียน
ข. เรียนรู้เพื่อสอบเท่านั้น
ค. เรียนรู้ได้ทุกช่วงวัยและทุกที่
ง. เรียนรู้เฉพาะผู้มีคุณวุฒิ
เฉลย: ค
เหตุผล: เปิดกว้างและยืดหยุ่นทุกช่วงชีวิต
กฎหมายลูก 11 ฉบับมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร
ก. เพิ่มภาระงานครู
ข. แทนที่กฎหมายหลัก
ค. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายหลัก
ง. ลดบทบาทหน่วยงานการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: ทำให้กฎหมายหลักสามารถนำไปใช้จริงได้
ข้อใดเป็นการมีส่วนร่วมตามแนวคิดพรบ.ส่งเสริมการเรียนรู้
ก. เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เฉพาะโรงเรียนรัฐบาล
ค. ทุกภาคส่วนในสังคม
ง. เฉพาะครูผู้สอน
เฉลย: ค
เหตุผล: เปิดให้รัฐ เอกชน สื่อ และประชาชนมีส่วนร่วม
พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ครอบคลุมด้านใดมากที่สุด
ก. การทหาร
ข. ระบบเศรษฐกิจ
ค. โครงสร้างการศึกษาและคุณภาพ
ง. การเกษตร
เฉลย: ค
เหตุผล: ครอบคลุมระบบและคุณภาพการศึกษาโดยตรง
การเตรียมกฎหมายลูกสะท้อนหลักการบริหารแบบใด
ก. รวมศูนย์อำนาจ
ข. การบริหารเชิงระบบและต่อเนื่อง
ค. ลดการมีส่วนร่วม
ง. การตัดงบประมาณ
เฉลย: ข
เหตุผล: แสดงการวางระบบรองรับอย่างเป็นขั้นตอน
บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในกระบวนการปฏิรูปคือข้อใด
ก. ไม่เกี่ยวข้องกับการร่างกฎหมาย
ข. เป็นผู้ผลักดันและจัดทำกฎหมาย
ค. เพียงรอรัฐสภาตัดสินใจ
ง. ยกเลิกโครงสร้างเดิมทั้งหมดทันที
เฉลย: ข
เหตุผล: มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและเตรียมกฎหมาย
ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้คือข้อใด
ก. ลดจำนวนผู้เรียน
ข. เพิ่มความซับซ้อนของระบบ
ค. ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพและทันสมัย
ง. จำกัดการเรียนรู้นอกระบบ
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการศึกษา