สมาชิกเข้าสู่ระบบ

บทบาทครูแนะแนวในยุคที่นักเรียนพึ่งพาตัวเองได้

บทความโดย อาทิตยา ไสยพร

          ปัจจุบันมุมมองของนักเรียน (และครู) หลายคนที่มีต่อวิชาแนะแนว มักมองว่าวิชาแนะแนว ไม่ได้มีผลต่อผลการเรียน คาบแนะแนวมีไว้ทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ พักผ่อนหรือไว้ทำงานวิชาอื่น และด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้นักเรียนเข้าถึงข้อมูลด้วยตัวเองได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้านักเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลพร้อมกับมีโค้ชที่ดีที่จะพาไปสู่เป้าหมาย กับบทบาทครูแนะแนวยุคใหม่ที่จะช่วยให้การแนะแนวเป็นได้มากกว่าที่เคยเป็น

3 ขอบข่ายงานแนะแนวพื้นฐานในโรงเรียน

          การแนะแนว (Guidance) หมายถึง คำแนะนำหรือข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่มีประสบการณ์เพื่อแก้ไขหรือปรับปรุงบางสิ่ง เป็นกระบวนการที่ช่วยให้บุคคลได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน ขอบข่ายงานแนะแนวพื้นฐานในโรงเรียนมีด้วยกัน 3 ประเภท การแนะแนวประกอบด้วยอะไร
          1. การแนะแนวเกี่ยวกับการศึกษา (Educational Guidance) เป็นการแนะแนวในสิ่งที่เกี่ยวข้องในส่วนของการศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น การให้รายละเอียดเกี่ยวกับคณะ-สาขาวิชาในมหาวิทยาลัย ทุนการศึกษา รวมไปถึงการเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อ ชี้แนะแนวทางการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม และช่วย
วางแผนการเรียนรายบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่นักเรียนต้องการ
          2. การแนะแนวเกี่ยวกับอาชีพ (Vocational Guidance) เป็นการแนะแนวที่ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลกของอาชีพ การเติบโตในสายอาชีพ และเจาะลึกไปถึงทักษะที่ต้องมีเพื่อจะประกอบอาชีพนั้น อาจต้องมีการแนะนำจากผู้ประกอบอาชีพตัวจริง เพื่อช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นประกอบกับช่วยในการตัดสินใจในอนาคต
          3. การแนะแนวส่วนบุคคล (Personal Guidance) เป็นการพูดคุยและให้การปรึกษาแบบส่วนตัว หรือการจัดกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน ที่มุ่งเน้นในเรื่องสังคม 
สภาพจิตใจ สุขภาพหรือปัญหาส่วนตัวต่าง ๆ ในการช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล ที่จะช่วยให้ทั้งตัวนักเรียนและครูต่างรู้จักและเข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น

          โดยรวมแล้วงานแนะแนวทั้ง 3 ประเภทเป็นสิ่งที่คุณครูคุ้นเคยกันดีและปฏิบัติกันมาตลอด แต่แม้จะทำทั้งหมดนี้ ก็ยังคงยากที่นักเรียนจะรู้จักตนเองและเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ คงจะดีไม่น้อยหากครูปรับบทบาทของตนให้เป็นโค้ชแนะแนวที่แนะนำนักเรียนได้ตรงจุดมากขึ้น

การแนะแนวแบบใหม่ควรเป็นอย่างไร

          จุดมุ่งหมายที่สำคัญของการแนะแนวยุคใหม่ ควรเริ่มจากการสร้างเป้าหมาย การสร้างความตระหนักรู้ในตนเอง การเพิ่มทักษะการตัดสินใจ (decision-making) เพราะคุณลักษณะเหล่านี้สามารถดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาให้มากที่สุด ดังนั้น การแนะแนวแบบใหม่จึงควรเปลี่ยนจากการแนะแนว 1 คาบต่อสัปดาห์ ไปเป็นการทำงานเป็นทีมที่ใครก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแนะแนวได้ เริ่มจากครูที่ปรึกษาผู้ใกล้ชิดนักเรียนผู้มีข้อมูลของนักเรียนมากที่สุด ให้เป็นผู้แนะนำและสนับสนุนในสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา ตามความถนัดที่แท้จริงที่ได้จากข้อมูลที่มีโดยไร้อคติส่วนตัว
          ยกตัวอย่างเช่น 
นักเรียนมีความชอบทางศิลปะสิ่งนี้เป็นจุดเด่นที่ครูที่ปรึกษาและเพื่อนร่วมชั้นหลายคนเห็นมาตลอด อาจมีการส่งข้อมูลให้ครูแนะแนวเพื่อแนะนำสาขาวิชาและอาชีพที่เกี่ยวข้องให้กับนักเรียน ผู้ที่มีบทบาทต่อมาคือผู้ปกครองสามารถมีบทบาทในการแนะแนวได้เช่นกัน
          นอกจากบริบทในโรงเรียนแล้ว ความฝันและการตัดสินใจสำคัญในชีวิตของนักเรียนอาจเกิดจากอิทธิพลครอบครัว (Family Influence) เช่นกัน ผลสำรวจจาก Joblist พบว่าเกือบ 2 ใน 3 ผู้ปกครองจะรู้สึกผิดหวังหากลูกของตน
ไม่เข้าเรียนในคณะ หรือทำงานตามที่ตนคาดหวัง นอกจากนี้ ผลวิจัยโครงการ New Asian Learning Experience ซึ่งเป็นการสำรวจทัศนคติและบุคลิกลักษณะของพ่อแม่ยุคใหม่ที่มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยสำรวจผู้ปกครองกลุ่ม Millennial ใน 7 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ อินเดีย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ผลพบว่า ผู้ปกครองยุคใหม่ของประเทศไทย 65% กังวลเรื่องค่าครองชีพมากที่สุดจึงกลายเป็นการโน้มน้าวใจในการเลือกเรียนหรือสาขาที่มีค่าตอบแทนสูง และรองลงมา 54% เป็นห่วงเรื่องการสร้างทักษะที่เหมาะสมให้กับเด็กในอนาคต
          จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คุณครูแนะแนวและทุกคนที่เกี่ยวข้องจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้าง
ความเข้าใจระหว่าง Generation ความแตกต่างทางสภาพสังคมของแต่ละ Generation นี้ ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องแบกรับความกดดันจากผู้ใหญ่ ทั้งการพูดโน้มน้าวและหนักที่สุด คือ การบีบบังคับให้ทำตาม การแนะแนวของครูแนะแนวจึงมีความสำคัญอย่างมากในการเข้ามาพูดคุยเพื่อชี้แนะแนวทางและแก้ปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้เดินตามเส้นทางของตนเองได้
          ถึงแม้ข้อมูลในปัจจุบันจะสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว แต่เชื่อเลยว่าคุณครูแนะแนวยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นโค้ชที่ช่วยเสริมจุดแข็ง และแก้จุดอ่อนของนักเรียนในด้านต่าง ๆ และการแนะแนวไม่เพียงแค่ครูแนะแนวเท่านั้นที่ทำได้ แต่ทั้งครูที่ปรึกษา หรือแม้แต่ผู้ปกครอง
และเพื่อนก็สามารถมีบทบาทในการแนะแนวได้เช่นกัน เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลและให้คำปรึกษาจะสามารถช่วยเหลือและดึงศักยภาพของนักเรียนได้อย่างเต็มที่

 

แหล่งข้อมูล
ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์. (ม.ป.ป.). ความคาดหวัง จากผู้ใหญ่ ทำร้ายคนแบบ GEN ใหม่มากกว่าที่คิด. Cigna. 
https://www.cigna.co.th/health-wellness/tip/jigsawforgoodlife-ep2

สุริยเดว ทรีปาตี. (2565, 9 กุมภาพันธ์). ‘แนะแนวทางดูแลคนรุ่นใหม่’บนโลกใบเก่าที่ ‘ไม่เหมือนเดิม’ผู้ใหญ่ต้อง ‘พัฒนา ปรับตัว และเปิดใจ’. กสศ. 
https://www.eef.or.th/article-guidance-on-how-to-take-care-of-the-new-generation-090222/

Techsauce Team. (2562, 31 กรกฎาคม). HP เผยสถิติและข้อมูลครอบครัวยุคใหม่กับการเรียนรู้ของลูก ชี้พ่อแม่ไทย 65% กังวลเรื่องค่าครองชีพมากที่สุด. 
https://techsauce.co/pr-news/hp-thai-parent-plan-for-their-child

Iyejare, O. (2022, September 2). 9 goals of counseling (aims, goals, and objectives of guidance and counseling). Self Discovery Blog. 
https://theselfdiscoveryblog.com/9-goals-of-counseling-aims-goals-and-objectives-of-guidance-and-counseling/

Joblist. (2021, September 21). The impact of parental influence: Career edition 
https://www.joblist.com/trends/the-impact-of-parental-influence-career-edition

Khan, A. (2019, August 26). Meaning, Principles, and Need of Guidance. Toppr Bytes 
https://www.toppr.com/bytes/meaning-principles-and-need-of-guidance/

Khan, A. (2019, August 27). Types of guidance – educational, vocational, personal. Toppr Bytes. 
https://www.toppr.com/bytes/types-of-guidance/

 

 

ที่มา ; EDUCA

สรุปสาระสำคัญ 

ปัจจุบันวิชาแนะแนวมักถูกมองว่าไม่ส่งผลต่อผลการเรียน นักเรียนจำนวนมากใช้คาบแนะแนวเพื่อทำแบบทดสอบบุคลิกภาพหรือทำงานวิชาอื่น ทั้งที่ในความเป็นจริง การแนะแนวเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การแนะแนวการศึกษา การแนะแนวอาชีพ และการแนะแนวส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมทั้งการวางแผนการเรียน การรู้จักโลกอาชีพ และการดูแลด้านจิตใจและสังคมของนักเรียน

อย่างไรก็ตาม การแนะแนวแบบเดิมยังไม่เพียงพอในการช่วยให้นักเรียนค้นพบตนเองและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม จึงควรพัฒนาไปสู่ “การแนะแนวยุคใหม่” ที่เน้นการสร้างเป้าหมาย การรู้จักตนเอง และทักษะการตัดสินใจ โดยเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้ให้คำแนะนำเป็น “โค้ช” ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม ทั้งครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว ผู้ปกครอง และเพื่อน

ข้อมูลยังสะท้อนว่าอิทธิพลของครอบครัวมีผลต่อการตัดสินใจด้านการเรียนและอาชีพของนักเรียนสูง รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจของผู้ปกครองที่อาจส่งผลต่อการเลือกเส้นทางชีวิตของเด็ก ดังนั้น การแนะแนวที่มีประสิทธิภาพต้องช่วยเชื่อมความเข้าใจระหว่างเจเนอเรชัน ลดแรงกดดัน และส่งเสริมให้นักเรียนได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาและสนับสนุนผู้เรียนอย่างแท้จริง

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของการแนะแนวยุคใหม่ตามบทความคือข้อใด
ก. เพิ่มจำนวนคาบแนะแนวให้มากขึ้น
ข. เน้นการสอบวัดผลบุคลิกภาพเป็นหลัก
ค. ใช้เทคโนโลยีแทนครูแนะแนวทั้งหมด
ง. พัฒนาการรู้จักตนเองและการตัดสินใจของผู้เรียน

เฉลย: ง
เหตุผล: บทความเน้น self-awareness และ decision-making เป็นแกนหลักของการแนะแนวใหม่

 

ข้อ 2

การแนะแนว 3 ประเภทในโรงเรียนครอบคลุมข้อใดครบถ้วน
ก. วิชาการ อาชีพ ส่วนบุคคล
ข. ทักษะชีวิต กีฬา ศิลปะ
ค. การสอบ ทุน การแข่งขัน
ง. จิตวิทยา เศรษฐกิจ เทคโนโลยี

เฉลย: ก
เหตุผล: ตรงตามโครงสร้าง Educational, Vocational, Personal Guidance

 

ข้อ 3

บทบาท “ครูแนะแนวแบบโค้ช” ควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้สั่งการให้นักเรียนทำตาม
ข. ผู้ควบคุมพฤติกรรมนักเรียน
ค. ผู้สนับสนุนและชี้แนะแนวทางตามศักยภาพ
ง. ผู้ตัดสินใจแทนนักเรียนทั้งหมด

เฉลย: ค
เหตุผล: โค้ชเน้นการสนับสนุน ไม่ใช่การสั่งหรือแทนการตัดสินใจ

 

ข้อ 4

เหตุใดการทำงานแนะแนวแบบทีมจึงมีความสำคัญ
ก. ลดภาระงานครูฝ่ายเดียว
ข. เพิ่มคะแนนสอบของนักเรียน
ค. ทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียง
ง. ลดจำนวนครูแนะแนว

เฉลย: ก
เหตุผล: แนวคิดคือการกระจายบทบาท ไม่ให้ครูแนะแนวทำคนเดียว

 

ข้อ 5

ข้อมูลผู้ปกครองสะท้อนประเด็นใดสำคัญที่สุด
ก. ไม่สนใจการเรียนของบุตร
ข. มีอิทธิพลต่อการเลือกอาชีพของบุตร
ค. ไม่เข้าใจระบบการศึกษา
ง. ไม่ต้องการให้ลูกเรียนต่อ

เฉลย: ข
เหตุผล: งานวิจัยชี้ว่าผู้ปกครองมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจของเด็ก

 

ข้อ 6

ปัญหาหลักของวิชาแนะแนวในปัจจุบันตามบทความคืออะไร
ก. ไม่มีครูสอน
ข. ไม่มีหลักสูตร
ค. ถูกมองว่าไม่สำคัญต่อผลการเรียน
ง. ไม่มีนักเรียนสนใจเลย

เฉลย: ค
เหตุผล: นักเรียนและครูบางส่วนมองว่าไม่ส่งผลต่อคะแนน

 

ข้อ 7

ข้อใดเป็นเป้าหมายสำคัญของการแนะแนวยุคใหม่
ก. เพิ่มการบ้านนักเรียน
ข. สร้างแรงกดดันให้แข่งขันสูง
ค. เพิ่มจำนวนวิชาเรียน
ง. พัฒนาศักยภาพและการตัดสินใจ

เฉลย: ง
เหตุผล: เน้นศักยภาพและการตัดสินใจเป็นหลัก

 

ข้อ 8

ความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันส่งผลอย่างไร
ก. ลดการเรียนรู้ของนักเรียน
ข. เพิ่มความขัดแย้งในการเลือกเส้นทางชีวิต
ค. ทำให้การสอบง่ายขึ้น
ง. ทำให้ครูไม่ต้องสอนแนะแนว

เฉลย: ข
เหตุผล: ทำให้เกิดแรงกดดันและความไม่เข้าใจระหว่างวัย

 

ข้อ 9

บทบาทของครูที่ปรึกษาในระบบแนะแนวใหม่คืออะไร
ก. ให้คะแนนสอบ
ข. เป็นผู้ใกล้ชิดและให้ข้อมูลนักเรียน
ค. สอนเฉพาะวิชาหลัก
ง. จัดสอบแนะแนว

เฉลย: ข
เหตุผล: ครูที่ปรึกษารู้ข้อมูลนักเรียนมากที่สุดและช่วยแนะแนวได้ดี

 

ข้อ 10

แนวคิดสำคัญที่สุดที่สรุปจากบทความคือข้อใด
ก. ครูแนะแนวควรทำงานคนเดียว
ข. การแนะแนวเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองเท่านั้น
ค. การแนะแนวต้องร่วมมือหลายฝ่ายเพื่อพัฒนาผู้เรียน
ง. นักเรียนควรตัดสินใจเองโดยไม่มีคำแนะนำ

เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และเพื่อนในการพัฒนาผู้เรียน

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น