
ภายหลังการประชุม รมว.ศธ. พร้อมด้วยนายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. และนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. แถลงข่าว ณ ห้องแถลงข่าว
รมว.ศธ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก เพื่อให้งานต่าง ๆ ขับเคลื่อนไปด้วยความรวดเร็ว รวมถึงการปฏิบัติงานประจำของหน่วยงาน ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมรรถนะและการสนับสนุนการทำงานของทีมงาน สร้างความตื่นตัวในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายทำงานไปด้วยกัน ทำให้ดี ทำให้ได้ และร่วมมือกันทำในทันที ตามแนวทางการทำงาน “ทำดี ทำได้ ทำทันที”
แนวทางการทำงาน “ทำดี”
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน ทำให้เห็นถึงการพัฒนาและเป็นการสำรวจคุณภาพของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ ซึ่ง ศธ. มีนโยบายยกระดับและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในทุกระดับ ขอขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมมือร่วมใจพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ เป็นการ “ทำดี” เพื่อนักเรียนทุกคน
ขอชื่นชมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ได้มีความพยายามในการบริหารจัดการ แสวงหาทุนการศึกษา โดยการระดมทรัพยากรและความร่วมมือกับชุมชนและจากภาคเอกชน มาร่วมกันจัดการศึกษา อาทิ โรงเรียนในชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าอาวาสวัดและประชาชนในท้องถิ่น มาร่วมสนับสนุนทุนและทรัพยากรให้แก่นักเรียน ถือมิติด้านคุณภาพการศึกษาในเรื่องของความร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อให้การศึกษาของนักเรียนในชุมชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในส่วนของ ศธ. ก็พร้อมและยินดีที่จะสนับสนุนการศึกษาในทุกระดับ
รมว.ศธ. กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งมีแนวทางพัฒนาโรงเรียนชั้นนำของประเทศให้สามารถเป็นต้นแบบในการบริหารงานวิชาการแก่โรงเรียนมัธยมศึกษาอื่น ๆ ในเครือข่ายได้ ซึ่งมีการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน โดยใช้มาตรฐานคุณภาพเดียวกัน นำกระบวนการทำงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู ผู้เรียน และผู้ปกครองได้ร่วมกันพัฒนาความรู้และนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ผ่านเครือข่าย “โรงเรียนพี่ โรงเรียนน้อง” และได้มอบหมายให้ สพฐ. ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง และโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย และ Best Practice ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มโรงเรียนสวนกุหลาบ กลุ่มโรงเรียนเทพศิรินทร์ และกลุ่มโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยการศึกษาสังเคราะห์ในเรื่องที่สำคัญ เช่น ด้านหลักสูตรการศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยศึกษาแนวทางที่มีความสอดคล้องร่วมกัน ระหว่างโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องและโรงเรียนในกลุ่มเครือข่าย และทำการสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านช่องทางต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ถือเป็นการร่วมกัน “ทำดี” แบ่งปันสิ่งที่ดีให้แก่กัน
แนวทางการทำงาน “ทำได้”
รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานมีการสื่อสารการทำงาน แนวทางการดำเนินการ รวมถึงการกระตุ้นให้มีการเรียนรู้และขยายผลไปยังทุกกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนและครบทุกมิติ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตามสถานการณ์และความเหมาะสม โดยเชื่อว่าทุกหน่วยงานสามารถ “ทำได้”
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สสวท. วางแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา ภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาเปิดลงทะเบียนรุ่นที่ 1 ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 โดยเน้นการสำรวจข้อมูลในเชิงลึก จัดทำฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบและวาง Timeline ให้ชัดเจน และให้การทำงานมี Feedback เพื่อช่วยให้รับทราบแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
สำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษานั้น นอกจากบุคลากรของ ศธ. และยังรวมถึงหน่วยงานในสังกัด อว. กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้จัดทำระบบแบบออนไลน์แล้ว ควรมีการจัดสรรข้อมูลผู้ลงทะเบียนเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การใช้อีเมลเพื่อการติดตามข้อมูล การขยายผลของผู้ลงทะเบียน การประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ อัปเดตข้อมูลของผู้ลงทะเบียนเข้าอบรมและให้มีข้อมูลแยกรายโรงเรียน ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนใดยังไม่มีผู้ลงทะเบียน และแจ้งมายังกลุ่มผู้บริหารเพื่อให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน ไปดำเนินการให้บุคลากรภายในสังกัดลงทะเบียนเข้าอบรมต่อไป
ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาในการส่งเสริมสมรรถนะและความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล โดย สพฐ. ร่วมกับ สสวท. ในการจัดหลักสูตรการอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษารุ่นที่ 1 เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ การกำหนดภาระงานและชิ้นงานในการเรียนรู้ และรายละเอียดของสมรรถนะและแนวทางการทำแบบทดสอบ และแนวทางการใช้ระบบทดสอบ Computer Based Test Online/Offline เพื่อเป็นการพัฒนาวิทยากรพี่เลี้ยง และแกนนำในระดับเขตพื้นที่ ได้รับการพัฒนาจนสามารถออกแบบการดำเนินการขับเคลื่อนลงสู่การปฏิบัติในห้องเรียนได้ และสามารถเติมเต็มองค์ความรู้เพิ่มเติมได้จากหลักสูตรออนไลน์ที่จัดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่การพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางการประเมินระดับนานาชาติ ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยงและแกนนำระดับเขตพื้นที่ และผู้สนใจได้รับความรู้ในภาพรวม ซึ่ง สพฐ. จะมีการติดตามการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการยกระดับผล PISA & O-NET ตลอดทั้งปีการศึกษาจนถึง ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มเป้าหมายนักเรียนชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6 โดยจับคู่พัฒนาร่วมกันระหว่างโรงเรียนที่มีผลคะแนน O-NET ต่ำ กับโรงเรียนพี่เลี้ยง ที่มีผล คะแนน O-NET สูง รวมถึงการพัฒนาคลังข้อสอบมาตรฐาน โดยต้องครอบคลุมทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ครอบคลุมทุกทักษะ ผ่านการทดลองจากสถานศึกษาทั่วประเทศ และผ่านการวิเคราะห์คุณภาพของข้อสอบ ซึ่งมีการขับเคลื่อนและขยายผลจากแกนนำ 245 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET มอบหมายให้ สพฐ. เป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจแนวทางในการใช้ผลการสอบ O-NET เพื่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เพื่อนำข้อมูลมาสู่การวางแผนการดำเนินงาน โดยขอให้มีการประเมินความเสี่ยง และหากระบวนการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องมีเครื่องมือในการกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน และหาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องการสอบ O-NET เพื่อเสนอแนวทางในการปรับปรุง พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติขึ้นอยู่กับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
แนวทางการทำงาน “ทำทันที”
รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำรวจข้อมูลเด็กวัยเรียนทั่วประเทศ อายุ 6 – 15 ปี ที่ออกกลางคัน หลุดจากระบบการศึกษาทั้งประเทศ โดยให้ “ทำทันที” เพื่อมาร่วมกันบริหารจัดการให้เด็กที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและมีที่เรียน เพื่อคุณภาพที่ดีในอนาคต โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ดำเนินการสำรวจในพื้นที่ 77 จังหวัด พบว่าสาเหตุที่เด็กออกกลางคันฯ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ความจำเป็นทางครอบครัว การย้ายถิ่นฐาน และสาเหตุจากผู้เรียนเอง โดยจากการสำรวจเด็กออกกลางคันฯ เหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการรับการสนับสนุนด้านการศึกษา ด้านการประกอบอาชีพ และด้านการดำรงชีพ
ข้อมูลจากผลการสำรวจยังไม่ครบกลุ่มเป้าหมาย จึงขอให้ทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการสำรวจข้อมูลในครั้งนี้ มีการทำงานเชิงรุก ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการเข้าถึงข้อมูล และเชื่อมั่นว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันจะสามารถนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ พร้อมหาแนวทางในการขอรับการสนับสนุนและความร่วมมือ ในการจัดสรรทรัพยากรให้กับผู้เรียนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาทุกคน โดยให้รายงานผลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ให้ตนทราบภายในวันที่ 10 มิ.ย. นี้
รมว.ศธ. กล่าวว่า ขอให้ทุกคนร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และขอให้ “ทำทันที” เพื่อกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนรู้เท่าทันพิษภัย และการตลาดของบุหรี่ไฟฟ้า ให้สอดรับกับระดับการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละช่วงวัย เพื่อสร้างค่านิยมคนรุ่นใหม่ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเผยแพร่องค์ความรู้โทษจากอันตรายและการเสพติดของบุหรี่ไฟฟ้า ขอความร่วมมือเผยแพร่คลิป สื่อสารให้เกิดอิทธิพลกับ นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนทุกคน ได้รับรู้รับทราบในการตระหนักถึงการป้องกันภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ศธ. ยังมีแนวทางการบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ในการดำเนินการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ตามที่กระทรวงพาณิชย์มีประกาศ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ซึ่งต้องมีการวางแผนการและหารือการดำเนินงานร่วมกันต่อไป
ที่มา ; ศธ.360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงนโยบาย “ทำดี ทำได้ ทำทันที” เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก เร่งพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพบุคลากร “ทำดี” หมายถึง การยกระดับคุณภาพโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก การสร้างเครือข่าย “โรงเรียนพี่ โรงเรียนน้อง” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) “ทำได้” คือการยกระดับคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานสากล ผ่านการพัฒนาและอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA และการใช้ผลสอบ O-NET ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา รวมถึงการสร้างคลังข้อสอบและขยายเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบทั่วประเทศ ส่วน “ทำทันที” คือการสำรวจและช่วยเหลือเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การเรียน พร้อมรณรงค์ป้องกัน “บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน” ผ่านการบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ แสดงให้เห็นแนวทางบริหารการศึกษาแบบบูรณาการ มีเป้าหมายยกระดับคุณภาพคนไทยอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน
ข้อสอบ
1. แนวทาง “ทำดี ทำได้ ทำทันที” ของ รมว.ศธ. สะท้อนแนวคิดการบริหารแบบใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์สั่งการ
ข. การบริหารเชิงรุกและมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result-based Management)
ค. การบริหารแบบตั้งรับต่อสถานการณ์
ง. การบริหารเชิงวิชาการแบบแยกส่วน
2. โครงการ “โรงเรียนพี่ โรงเรียนน้อง” มีจุดเน้นสำคัญในด้านใด
ก. การจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนขนาดเล็ก
ข. การถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีและสร้างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ค. การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ภายในเขตพื้นที่
ง. การใช้เทคโนโลยีทดแทนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก
3. การขับเคลื่อนการอบรมระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA มีเป้าหมายเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุดคืออะไร
ก. พัฒนาทักษะการท่องจำและทำข้อสอบ
ข. พัฒนาสมรรถนะและการคิดวิเคราะห์เชิงระบบของผู้เรียน
ค. จัดเตรียมข้อมูลเพื่อการประเมินผลภายนอก
ง. ลดภาระงานของครูและผู้บริหาร
4. การสำรวจและนำเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบ สะท้อนบทบาทใดของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. บทบาทเชิงกำกับตรวจสอบ
ข. บทบาทเชิงสังคมและความเสมอภาคทางการศึกษา
ค. บทบาทเชิงการเงินและงบประมาณ
ง. บทบาทเชิงวินัยและการลงโทษ
5. การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ศธ. และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน แสดงถึงสมรรถนะหลักใดของผู้บริหารการศึกษา
ก. สมรรถนะด้านกฎหมายและระเบียบราชการ
ข. สมรรถนะด้านการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
ค. สมรรถนะด้านการสื่อสารทางการศึกษา
ง. สมรรถนะด้านการบริหารงบประมาณ
คลิกเฉลย >>>