สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M096_ชงปรับแผนทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวชี้วัด เวลาเรียนลดลง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ตนมีความห่วงใยนักเรียนและครู จึงได้หารือกับคณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเห็นควรปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ เจตคติและทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี 

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า แผนปฏิบัติการที่ได้ปรับปรุงใหม่มีสาระสำคัญ ดังนี้

ประการแรก วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ

  • ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม
  • ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา และ
  • ปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง

ประการที่สอง ปรับปรุงสมรรถนะโดยพิจารณาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยในโลกปัจจุบัน จากเดิมมีสมรรถนะ 5 ด้าน ปรับเป็นมีสมรรถนะ 6 ด้าน ประกอบด้วย

  •  การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ
  •  การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้
  •  การสื่อสารด้วยภาษา
  •  การจัดการและการทำงานเป็นทีม
  •  การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และ
  •  การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยเน้นมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์และความเป็นไทยมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสมรรถนะ “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน” เพื่อให้เด็กไทยมีสมรรถนะทั้งด้านวิทยาศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

หลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือ ชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลง ลดจาก 1,000 ชั่วโมงเป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ เป็นต้นทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ จะนำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้” นางสาวตรีนุช กล่าว.

ตรีนุช” ห่วงการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในสถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรฯ ชง กพฐ.ปรับแผนปฏิบัติการใหม่ใช้เวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2565-2567 เพิ่มสมรรถนะเป็น 6 ด้าน ใช้เวลาเรียนลดลง 

ที่มา ; ผู้จัดการออนไลน์13 ส.ค. 2564 

ข่าวเดียวกัน

ศธ. เตรียมปรับแผนการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ 

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ ตนมีความห่วงใยนักเรียนและครู จึงได้หารือกับคณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเห็นควรปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ เจตคติและทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี

สำหรับแผนปฏิบัติการที่ได้ปรับปรุงใหม่ มีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ประการแรก วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง
  • ประการที่สอง ปรับปรุงสมรรถนะ โดยพิจารณาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทยในโลกปัจจุบัน จากเดิมมีสมรรถนะ 5 ด้าน ปรับเป็นมีสมรรถนะ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2) การคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3) การสื่อสารด้วยภาษา 4) การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5) การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6) การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน โดยเน้นมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์และความเป็นไทยมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มสมรรถนะ “การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน” เพื่อให้เด็กไทยมีสมรรถนะทั้งด้านวิทยาศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

หลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่นี้ แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลงจาก 1,000 ชั่วโมงเป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ จะนำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่ และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้

ตรีนุช” ห่วงการทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในสถานการณ์โควิด 19 คณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรฯ ชง กพฐ.ปรับแผนปฏิบัติการใหม่ ใช้เวลา ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2565-2567 เพิ่มสมรรถนะเป็น ด้าน แต่ใช้เวลาเรียนลดลง  

ที่มา ; ศธ. 360 องศา 

ข่าวเกี่ยวกัน

ศธ. ผุดหลักสูตรรองรับทุนนิยม คลอด ‘ฐานสมรรถนะ’ ไม่ฟังความเห็น 

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยกำหนดสมรรถนะ 6 ด้าน ประกอบด้วย

1.การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ

2.การคิดขั้นสูง และการเรียนรู้

3.การสื่อสารด้วยภาษา

4.การจัดการ และการทำงานเป็นทีม

5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และ

6.การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน 

พร้อมกับกำหนดเวลาเรียนใหม่ เช่น ระดับประถม เวลาเรียนลดลงจาก 1,000 ชั่วโมง เป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ โดยวางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565-2567 นั้น 

สิ่งที่เห็นจากการเปลี่ยนหลักสูตรแต่ละครั้ง คือ การโจมตีหลักสูตรเดิมว่าไม่ดี เช่น

-หลักสูตรการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม พ.ศ.2514 ที่มีวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.) วิชาสร้างเสริมลักษณะนิสัย (สลน.) กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ (กพอ.) ถูกโจมตีว่าอ่อนเรื่องเนื้อหาสาระ

          - ปี 2542 ศธ.เปลี่ยนหลักสูตร มาเป็นหลักสูตรมาตรฐาน มี 8 กลุ่มสาระวิชา มีตัวบ่งชี้กว่า 1,200 ตัว ซึ่ง ศธ.เชื่อว่าหลักสูตรนี้ดีกว่าหลักสูตรเก่าแน่นอน และได้ใช้หลักสูตรนี้มาถึงปัจจุบัน

          - แต่ขณะนี้ ศธ.กลับบอกว่าหลักสูตรที่ใช้ไม่ดี จึงสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะขึ้น พร้อมยกเลิกตัวบ่งชี้ต่างๆ ซึ่งผมมีคำถามว่าทำไม ศธ.ถึงรู้สึกตัวช้า ว่าหลักสูตรที่ใช้มากว่า 20 ปีนั้น ไม่ดี” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว 

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า มองว่าหลักสูตรฐานะสมรรถนะมีทั้งข้อดี และข้อเสีย มีจุดบกพร่องที่ควรจะแก้ไขหลายเรื่อง แต่ ศธ.ไม่เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับใช้ กลับเชื่อว่าหลักสูตรฐานสมรรถนะนี้ดี 100%

- ข้อดีของหลักสูตรนี้คือ ลดเวลาเรียนลง เพราะเน้นให้นักเรียนลงมือปฏิบัติมากขึ้น

- ส่วนจุดอ่อนคือ คณะกรรมการจัดทำและพัฒนาหลักสูตร (ร่าง) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฐานสมรรถนะ) ยังแยกแยะไม่ออกระหว่างความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และเจตคติ เพราะคณะกรรมการจัดทำฯ นำทุกอย่างมารวมอยู่ใต้กรอบสมรรถนะทั้งหมด เช่น

-การคิดขั้นสูงคืออะไร กำหนดให้เด็กถึงขั้นไหน หลายฝ่ายมองว่าตั้งสมรรถนะนี้สูงเกินไปหรือไม่ เพราะไกลจากข้อเท็จจริงของการศึกษาไทยมาก เด็กไทยยังก้าวไม่ถึงขั้นนั้น มีบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถคิดขั้นสูงได้ ดังนั้น ควรกำหนดให้เด็กคิดเป็นก็พอแล้ว

          -การกำหนดให้เด็กเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ในหลายประเทศ การสร้างพลเมืองให้เข้มแข็ง ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในหัวข้อหนึ่งของหลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่แยกออกมาเป็นเป้าหมายหลักของประเทศ กลายเป็นว่า ศธ.นำเรื่องใหญ่ไปไว้ใต้คำว่าสมรรถนะทั้งหมด ผมมองว่า ศธ.ต้องแยกข้อนี้ออกมา และกำหนดให้ชัดเจน ว่าต้องการสร้างเด็กเป็นพลเมืองแบบไหน ไม่ใช่กำหนดว่าเด็กต้องมีสมรรถนะเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง เมื่อนำทุกอย่างเข้ามาเป็นสมรรถนะทั้งหมด คำถามคือหลักสูตรนี้ ที่จะพัฒนาเด็กให้มีสมรรถนะตามที่กำหนดนั้น กำลังตอบโจทย์ใคร ตอบโจทย์เด็ก หรือตอบโจทย์โลกอุตสาหกรรม หรือทุนนิยม เพราะ ศธ.ฟังแต่ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการศึกษา เคยรับฟังเด็กหรือไม่ ว่าเด็กต้องการเรียนรูปแบบไหน” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว   

 

ข่าวเกี่ยวกัน 

“ตรีนุช”แจงส่อขยับแผนนำร่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะว่า ขณะนี้ได้วางแผนนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในกรอบเวลา 3 ปี คือ

·   ปีการศึกษา 2565 ศธ.เริ่มใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อม

·   ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรฐานสมรรถนะระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนที่มีความพร้อมและทุกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา และ

·   ปีการศึกษา 2567 ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในโรงเรียนทุกโรง 

ดังนั้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้รับรายงานจากคณะกรรมการจัดทำและพัฒนาร่างหลักหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ว่าจากเดิมที่มีการนำร่องในโรงเรียนทุกแห่ง แต่เพื่อไม่ให้เป็นเพิ่มภาระสำหรับครูจึงได้ปรับการทดลองหลักสูตรใหม่นำร่องเฉพาะช่วงชั้นแทน 

“สำหรับเสียงสะท้อนจากกลุ่มครูที่ยังไม่มีความพร้อมในการเตรียมแผนงานนำร่องการใช้หลักสูตรใหม่ ดิฉันพร้อมยินดีรับฟัง และเข้าใจการเตรียมแผนงานของครูเป็นอย่างดี เนื่องจากครูจะต้องรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้ครูต้องทำหน้าที่อย่างหนักหลายด้าน ดังนั้นจะมีการขยับแผนทดลองใช้หลักสูตรดังกล่าวในเดือน ก.ย.นี้ออกไปก่อนได้หรือไม่นั้น ดิฉันจะขอหารือกับคณะกรรมการจัดทำและพัฒนาร่างหลักสูตรฯ อีกครั้ง ส่วนประเด็นการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะในครั้งนี้อาจส่งผลให้สำนักพิมพ์ใดได้รับประโยชน์หรือไม่นั้น ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่จะนำไปทุกประเด็นที่ได้รับเสียงสะท้อนและร้องเรียนมาไปหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรใหม่ว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว 

ที่มา ; เดลินิวส์ 23 สิงหาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เป็น “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” โดยปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อลดภาระครูแต่ยังคงเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และเจตคติที่สามารถดำรงชีวิตและทำงานในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

แผนดำเนินการใช้ระยะเวลา 3 ปี (2565–2567) เริ่มจากโรงเรียนที่มีความพร้อม และขยายครบทุกโรงเรียนในปี 2567 พร้อมปรับสมรรถนะจาก 5 เป็น 6 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองเข้มแข็ง และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน โดยเน้นคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นไทย

หลักสูตรใหม่นี้ลดเวลาเรียนระดับประถมต้นจาก 1,000 เหลือ 800 ชั่วโมง ลดจำนวนสาระการเรียนรู้ และปลดล็อกตัวชี้วัด เพื่อเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม มีข้อวิพากษ์ว่าการกำหนดสมรรถนะบางด้านอาจไม่สอดคล้องบริบทจริง และกระบวนการพัฒนาอาจยังขาดการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง จึงควรพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมกับผู้เรียนและบริบทการศึกษาไทย

ข้อสอบ

ข้อ 1 จุดมุ่งหมายสำคัญของการปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะคือข้อใด
ก. เพิ่มเนื้อหาวิชาให้มากขึ้น
ข. ลดบทบาทครูในการสอน
ค. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะในการดำรงชีวิต
ง. เน้นการแข่งขันทางวิชาการ

ข้อ 2 เหตุผลสำคัญในการปรับแผนหลักสูตรช่วงโควิด-19 คืออะไร
ก. เพิ่มความยากของเนื้อหา
ข. ลดภาระครูและสอดคล้องสถานการณ์
ค. ลดงบประมาณการศึกษา
ง. เปลี่ยนระบบสอบทั้งหมด

ข้อ 3 แผนการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะใช้ระยะเวลากี่ปี
ก. 2 ปี
ข. 3 ปี
ค. 4 ปี
ง. 5 ปี

ข้อ 4 ข้อใด “ไม่ใช่” สมรรถนะที่เพิ่มขึ้นใหม่
ก. การคิดขั้นสูง
ข. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ค. การใช้แรงงานอุตสาหกรรม
ง. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

ข้อ 5 การลดเวลาเรียนระดับประถมต้นสะท้อนแนวคิดใด
ก. เน้นท่องจำ
ข. ลดคุณภาพการเรียน
ค. เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ง. เพิ่มการสอบ

ข้อ 6 หากโรงเรียนยังไม่พร้อม ควรดำเนินการอย่างไรตามนโยบาย
ก. บังคับใช้ทันที
ข. เลื่อนออกไปและเริ่มเมื่อพร้อม
ค. ยกเลิกหลักสูตร
ง. เปลี่ยนไปใช้หลักสูตรเดิมถาวร

ข้อ 7 ข้อวิพากษ์สำคัญของนักวิชาการคือข้อใด
ก. หลักสูตรยากเกินไปทุกด้าน
ข. ไม่เน้นเทคโนโลยี
ค. ขาดการมีส่วนร่วมและกำหนดสมรรถนะไม่ชัด
ง. ใช้เวลาเรียนน้อยเกินไปเท่านั้น

ข้อ 8 สมรรถนะ “การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง” ควรนำไปใช้ในโรงเรียนอย่างไร
ก. สอนเฉพาะวิชาสังคม
ข. บูรณาการในกิจกรรมและพฤติกรรมผู้เรียน
ค. ใช้เฉพาะกิจกรรมพิเศษ
ง. ใช้เฉพาะระดับมัธยม

ข้อ 9 การปลดล็อกตัวชี้วัดมีผลอย่างไร
ก. เพิ่มข้อสอบ
ข. ครูมีอิสระจัดการเรียนรู้มากขึ้น
ค. ลดบทบาทผู้เรียน
ง. เพิ่มการควบคุมจากส่วนกลาง

ข้อ 10 ผู้บริหารสถานศึกษาควรดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องนโยบายนี้
ก. รอคำสั่งอย่างเดียว
ข. จัดอบรมครูและสร้างความเข้าใจร่วม
ค. เพิ่มภาระงานเอกสาร
ง. ลดกิจกรรมผู้เรียน

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม