สมาชิกเข้าสู่ระบบ

โรงเรียนนิวนอร์มอล เปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย ครั้งใหญ่หลังโควิด

สอวช.คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลง หลัง โควิด-19” คลี่คลาย ชี้การศึกษาไทยจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มหาวิทยาลัยปรับตัวเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น นักศึกษาลงช่วยพัฒนาชุมชน เกิด สตาร์ทอัพแนวใหม่จำนวนมาก สถาบันการศึกษาก้าวเข้าสู่ โรงเรียนนิวนอร์มัล” 

12 มิถุนายน 2563 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้มอบนโยบายในการนำเอาขีดความสามารถและองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) มาใช้แก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 และสร้างความเข้มแข็งทั้งในมิติเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในช่วงหลังโควิด-19 โดย สอวช. ในฐานะหน่วยงานในกำกับของกระทรวง อว. ได้จัดทำรายงานการศึกษาวิจัย มาตรการด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เพื่อรองรับการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งหนึ่งในมาตรการสำคัญที่มีการปรับตัวกันมากคือ ด้านสุขภาพและการศึกษา 

ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติ โดยมิติหนึ่งที่สำคัญมากคือ ด้านการศึกษา ซึ่งเป็นภาวะความปกติใหม่ของประเทศไทยที่ต้องเผชิญ หลังจากสถานศึกษากลับมาเปิดการเรียนการสอน ก็จะมีมาตรการการป้องกัน ผสมผสานการเรียนทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ส่งผลให้เกิดสตาร์ทอัพด้านการเรียนการสอนขึ้นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยมีการเปิดหลักสูตรพัฒนาทักษะสำหรับกลุ่มอาชีพมากขึ้น ในขณะที่นักเรียนและนักศึกษาเริ่มหันไปสนใจการเรียนสาขาใหม่ ๆ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเร่งปรับหลักสูตร นักศึกษาทั้งที่เรียนอยู่และจบใหม่จะมีบทบาทเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชนมากขึ้น เกิดเป็น local startup และ social enterprise จำนวนมาก 

การแข่งขันการระหว่างมหาวิทยาลัยมีสูงขึ้น เกิดการลดขนาดและแบ่งตลาดกันอย่างชัดเจน หลักสูตรมีการผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์และออฟไลน์ สถานศึกษาบางแห่งที่ไม่สามารถตอบโจทย์ตลาดใหม่ได้ต้องปิดตัวลง การเรียนการสอนเน้นไปที่การพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิตมากขึ้น” 

สำหรับมาตรการฟื้นฟู เป้าหมายสำคัญ คือ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการศึกษาและการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษาให้ก้าวเข้าสู่ความเป็น “new normal schools” สามารถจัดการศึกษาและการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ  คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ในภาวะวิกฤต

สำหรับประเด็นด้าน อววน. ที่สำคัญเพื่อรองรับการฟื้นฟู และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในด้านการศึกษา คือ การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย มาตรการที่จำเป็นสำหรับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย คือ

     สถานศึกษามีการพัฒนานวัตกรรมและระบบบริหารจัดการอาคารสถานที่

     การจัดการเรียนกลุ่มเล็กในสถานศึกษา เพื่อทำให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรักษาระยะห่างทางสังคม และลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในสถานศึกษา

     การพัฒนาและใช้โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่จำเป็นต่อการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคในสถานศึกษา

      การพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับการเรียนผ่านสื่อผสมผสานเพื่อการเรียนออนไลน์และออฟไลน์ 

      การยกระดับทักษะและความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัล ครู บุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน และพัฒนาสื่อการสอน เพื่อทดแทนหรือเสริมการเรียนในระบบปกติได้ รวมถึงเพื่อให้บุคลากรสนับสนุนมีทักษะด้านดิจิทัลเพียงพอต่อการสนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษาของสถานศึกษา

       การพัฒนาทักษะการสอนและเนื้อหาการสอนที่เหมาะสมกับการเรียนผ่านระบบดิจิทัล และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน

       การให้ความรู้ด้าน health education กับครูและบุคลากรทางการศึกษา

       ในส่วนของนักเรียนและผู้ปกครอง หากมีความจำเป็นต้องเรียนจากที่บ้าน ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อจะได้เข้าใจถึงการใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนทางไกล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ซิมการ์ดสำหรับเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางสถานศึกษาควรพิจารณาสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนทางไกลให้แก่ผู้เรียน โดยการอุดหนุนค่าใช้จ่ายเพื่อซื้ออุปกรณ์ หรือจัดหาอุปกรณ์ให้นักเรียนสามารถยืมเรียนได้ 

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้เอสเอ็มอี พัฒนานวัตกรรมสำหรับใช้ในสถานศึกษาที่กลับมาเปิดการเรียนการสอน เช่น นวัตกรรมสำหรับตรวจคัดกรอง การสืบเสาะ และการติดตามผู้ติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในสถานศึกษา นวัตกรรมสื่อการสอนที่ใช้ทดแทนหรือเสริมการเรียนปฏิบัติการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ระยะไกล เช่น การติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในโรงเรียนหรือแหล่งเรียนรู้ชุมชน การพัฒนาแพล๊ตฟอร์มกลางที่บรรจุบทเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายและทันสมัย เป็นต้น 

ที่มา ; แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563

สรุปสาระสำคัญ 

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) คาดการณ์ว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ระบบการศึกษาของไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เข้าสู่ “ความปกติใหม่” (New Normal) โดยสถาบันการศึกษาต้องปรับตัวทั้งด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น มหาวิทยาลัยจะเปิดสาขาใหม่และหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้น พร้อมผสมผสานการเรียนออนไลน์และออฟไลน์

นักศึกษาและบัณฑิตจะมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนมากขึ้น เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพท้องถิ่น (local startup) และกิจการเพื่อสังคม (social enterprise) จำนวนมาก ขณะที่การแข่งขันระหว่างสถาบันสูงขึ้น บางแห่งที่ไม่สามารถปรับตัวได้อาจต้องปิดตัวลง การเรียนรู้จะมุ่งเน้นทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ภาครัฐจึงผลักดันการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาครู บุคลากร และผู้เรียนให้มีทักษะดิจิทัล การจัดการเรียนแบบกลุ่มเล็กเพื่อความปลอดภัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น อินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนทางไกลแก่ผู้เรียน เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบการศึกษาที่เข้าถึงได้ทุกคน เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และรองรับวิกฤตในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวโน้มสำคัญของการศึกษาหลังโควิด-19 ตามบทความคือข้อใด
ก. ลดการใช้เทคโนโลยีในการเรียน
ข. ยกเลิกการเรียนออนไลน์ทั้งหมด
ค. ผสมผสานการเรียนออนไลน์และออฟไลน์
ง. เน้นการเรียนในห้องเรียนแบบเดิมเท่านั้น
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุชัดว่าการเรียนจะเป็นแบบผสมผสาน (blended learning)

 

ข้อ 2

บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยหลังโควิด-19 คือข้อใด
ก. ลดจำนวนหลักสูตรทั้งหมด
ข. ปรับหลักสูตรและเปิดสาขาใหม่
ค. หยุดรับนักศึกษาใหม่
ง. เน้นการวิจัยเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว เปิดหลักสูตรใหม่และพัฒนาทักษะเฉพาะทาง

 

ข้อ 3

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาและบัณฑิตตามบทความคือข้อใด
ก. ไม่สามารถทำงานนอกระบบได้
ข. ลดบทบาทในชุมชน
ค. มีบทบาทพัฒนาชุมชนและเกิดสตาร์ทอัพ
ง. เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความกล่าวถึง local startup และ social enterprise

 

ข้อ 4

ข้อใดคือผลกระทบต่อสถาบันการศึกษาที่ไม่ปรับตัว
ก. ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม
ข. มีนักศึกษาเพิ่มขึ้น
ค. อาจต้องปิดตัวลง
ง. กลายเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ
เฉลย: ค
เหตุผล: บทความระบุว่าบางแห่งอาจปิดตัวหากไม่ตอบโจทย์

 

ข้อ 5

“New Normal Schools” มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ก. จำกัดการเข้าถึงการศึกษา
ข. เรียนได้เฉพาะในโรงเรียน
ค. เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
ง. ยกเลิกการเรียนออนไลน์
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการเข้าถึงการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา

 

ข้อ 6

มาตรการใดสำคัญต่อการลดความเสี่ยงโควิดในโรงเรียน
ก. เพิ่มจำนวนครู
ข. จัดการเรียนกลุ่มเล็ก
ค. เพิ่มเวลาสอน
ง. ลดวิชาการเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: การเรียนกลุ่มเล็กช่วยรักษาระยะห่างทางสังคม

 

ข้อ 7

ทักษะที่สำคัญที่สุดที่ครูต้องพัฒนาในบทความคือ
ก. ทักษะกีฬา
ข. ทักษะดิจิทัล
ค. ทักษะดนตรี
ง. ทักษะการวาดภาพ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสอน

 

ข้อ 8

บทบาทของเอสเอ็มอีในภาคการศึกษาคือข้อใด
ก. ปิดโรงเรียนเอกชน
ข. ผลิตอุปกรณ์กีฬา
ค. พัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการเรียน
ง. ลดการแข่งขันทางการศึกษา
เฉลย: ค
เหตุผล: สนับสนุนเทคโนโลยี เช่น ระบบคัดกรองและแพลตฟอร์มเรียนรู้

 

ข้อ 9

โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ต้องพัฒนาเพื่อการเรียนรู้คือข้อใด
ก. ถนนและสะพาน
ข. สนามกีฬา
ค. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ง. โรงอาหาร
เฉลย: ค
เหตุผล: สนับสนุนการเรียนออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

ข้อ 10

เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาหลังโควิดคือข้อใด
ก. ลดจำนวนผู้เรียน
ข. เพิ่มการแข่งขันระหว่างโรงเรียน
ค. การเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและยืดหยุ่น
ง. ยกเลิกการเรียนตลอดชีวิต
เฉลย: ค
เหตุผล: มุ่งให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

ความเห็นของผู้ชม