
วันที่ 1 ตุลาคม 2564 รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เผยว่าโควิด-19 ทำให้ต้องงดการเรียนการสอนและจำเป็นต้องปรับรูปแบบมาเป็นระบบการสอนทางไกล หรือการสอนออนไลน์เกือบ 2 ปี แม้บางคนอาจมองว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล สามารถเข้าถึงได้อย่างไร้ข้อจำกัด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงและปรับตัวกับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ได้
มีเด็กหลักแสนคนขาดเครื่องมือการเรียน และการเรียนออนไลน์เพิ่มภาระในการดูแลบุตรหลานให้กับผู้ปกครองเป็นเวลาเกือบสองปี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขอเร่งทุกภาคส่วนสร้างความพร้อมเพื่อคืนการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนให้เด็กเป็นภารกิจแรก
โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และนักเรียนในครอบครัวรายได้น้อย ที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอยู่เป็นทุนเดิม ท่ามกลางภาวะวิกฤตนี้ ยิ่งทำนักเรียนกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยที่ชัดเจนขึ้นจากปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน
รศ.ดร.วรากรณ์กล่าวว่า การปรับรูปแบบเรียนการสอนมาเป็นระบบออนไลน์ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวเด็กนักเรียน แต่ได้กระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งระบบการศึกษา ครูผู้สอนประสบปัญหาขาดอุปกรณ์เพื่อจัดการสอน เนื่องจากไม่มีงบประมาณสนับสนุน ต้องเตรียมการสอนมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี และยังต้องค้นหารูปแบบการสอนหรือเทคนิคที่จะสามารถจูงใจเด็กได้ด้วยตัวเอง
สำหรับผลกระทบต่อเด็กนักเรียน พบว่าส่วนใหญ่เกิดปัญหาสุขภาพทั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจ เด็กเกิดความกังวลกับการเรียน รู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า จากการนั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ไม่มีสมาธิจดจ่อกับบทเรียน และยังต้องเผชิญกับภาวะความรู้ถดถอย รวมถึงเกิดความเครียดสะสมเมื่อไม่ได้ออกไปเจอเพื่อนและสังคมภายนอก
นอกจากนี้ การเรียนออนไลน์ยังเพิ่มภาระในการดูแลบุตรหลานให้กับผู้ปกครอง เนื่องจากต้องมีส่วนร่วมกับครูผู้สอนเพื่อช่วยให้เด็กตั้งใจและจดจ่อกับบทเรียนได้ หรือต้องช่วยสอนการบ้านเมื่อบุตรหลานไม่เข้าใจ ซึ่งบางครอบครัวไม่สามารถทำได้ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ
ทำให้พ่อแม่เกิดความเครียดเพราะต้องทำงานหนักขึ้น จากการแบกรับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ หลายครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยลดลงจากผลกระทบของโควิด-19 เมื่อผู้ปกครองไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์และโอกาสทางการศึกษาได้ นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาในที่สุด
รศ.ดร.วรากรณ์กล่าวด้ยว่า จากข้อมูลการสำรวจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภาคเรียนที่ 2/2563 พบว่า นักเรียนยากจนพิเศษใน 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงประสบปัญหาการเรียนในช่วงโควิด-19 เนื่องจากครัวเรือนขาดแคลนไฟฟ้าและอุปกรณ์ในการเข้าถึงการเรียนออนไลน์ มีจำนวนกว่า 271,888 คน
“นอกจากความไม่พร้อมของกลุ่มเด็กในครอบครัวที่มีปัญหาด้านรายได้ ครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีประสบการณ์การสอนออนไลน์ รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่สามารถมีส่วนร่วมกับลูกได้ก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญไม่แพ้กัน”
ทั้งนี้ แม้ว่าสถานศึกษาหรือครูผู้สอนจะปรับตัวต่อรูปแบบการสอนออนไลน์ได้ดีแค่ไหน แต่ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการเข้าสังคม การเรียนรูปแบบปกติจึงสำคัญและจำเป็นที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องเร่งหาแนวทางการเติมเต็มการเรียนรู้ที่ขาดช่วงไปตลอดระยะเวลาเกือบสองปีของเด็ก รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการสอนของครูทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อรองรับรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายในอนาคต
“ปัญหาที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่าการเรียนออนไลน์ไม่สามารถทดแทนการเรียนในห้องเรียนได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันผลักดันให้กลับมาจัดการเรียนการสอนรูปแบบปกติได้โดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดการสูญเสียทางการศึกษาไปมากกว่านี้”
อย่างไรก็ดี การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ถือเป็นโจทย์สำคัญของคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการตามแผนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกิจกรรมปฏิรูปบิ๊กร็อคที่ 1 ที่มุ่งสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อให้ระบบการศึกษาไทยสามารถรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกต่อไป
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงการเรียนออนไลน์ในปัจจุบันว่า การปรับตัวในการเรียนการสอนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความพร้อมของทั้งสถานศึกษา ครู และนักเรียน
“ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเรียนออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จในกลุ่มเด็กเล็ก ครูผู้สอนต้องหาแนวทางในการสอนที่สนุกและดึงดูดเด็กให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าประโยชน์ของการเรียนออนไลน์คือ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่ต้องการได้อย่างกว้างไกลและไร้ขีดจำกัด ในขณะเดียวกันรูปแบบการเรียนการสอนแบบปกติก็ยังมีความจำเป็น เนื่องจากเด็ก ๆ ควรได้ทำฝึกทำกิจกรรมและทักษะรอบด้าน ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น”
ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยจะพัฒนาเทียบเท่าต่างประเทศต่อไปในอนาคตได้ จำเป็นต้องใช้การเรียนรูปแบบผสมผสานระหว่างการเรียนแบบออนไลน์และออนไซต์ จึงจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เรียนออนไลน์ทำพิษ เด็กแสนคนขาดเครื่องมือการเรียน เพิ่มภาระให้ผู้ปกครอง และครูขาดงบสนับสนุนอุปกรณ์จัดการสอน
ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 1 ตุลาคม 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
ถอดสูตรเรียนออนไลน์พิษโควิด! เด็กหลักแสนคนขาดอุปกรณ์
เป็นเวลาเกือบสองปีที่สถานศึกษาต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องงดการเรียนการสอนและจำเป็นต้องปรับรูปแบบมาเป็นระบบการสอนทางไกล หรือการสอนออนไลน์ แม้บางคนอาจมองว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล สามารถเข้าถึงได้อย่างไร้ข้อจำกัด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงและปรับตัวกับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล และนักเรียนในครอบครัวรายได้น้อย ที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอยู่เป็นทุนเดิม ท่ามกลางภาวะวิกฤตนี้ ยิ่งทำนักเรียนกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยที่ชัดเจนขึ้นจากปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน
การปรับรูปแบบเรียนการสอนมาเป็นระบบออนไลน์ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวเด็กนักเรียน แต่ได้กระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งระบบการศึกษา ครูผู้สอนประสบปัญหาขาดอุปกรณ์เพื่อจัดการสอน เนื่องจากไม่มีงบประมาณสนับสนุน ต้องเตรียมการสอนมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี และยังต้องค้นหารูปแบบการสอนหรือเทคนิคที่จะสามารถจูงใจเด็กได้ด้วยตัวเอง สำหรับผล กระทบต่อเด็กนักเรียน พบว่าส่วนใหญ่เกิดปัญหาสุขภาพทั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจ เด็กเกิดความกังวลกับการเรียน รู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า จากการนั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ไม่มีสมาธิจดจ่อกับบทเรียน และยังต้องเผชิญกับภาวะความรู้ถดถอย รวมถึงเกิดความเครียดสะสมเมื่อไม่ได้ออกไปเจอเพื่อนและสังคมภายนอก
นอกจากนี้ การเรียนออนไลน์ยังเพิ่มภาระในการดูแลบุตรหลานให้กับผู้ปกครอง เนื่องจากต้องมีส่วนร่วมกับครูผู้สอนเพื่อช่วยให้เด็กตั้งใจและจดจ่อกับบทเรียนได้ หรือต้องช่วยสอนการบ้านเมื่อบุตรหลานไม่เข้าใจ ซึ่งบางครอบครัวไม่สามารถทำได้ด้วยข้อจำกัดต่างๆ พ่อแม่เกิดความเครียดเพราะต้องทำงานหนักขึ้น จากการแบกรับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ หลายครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยลดลงจากผลกระทบของโควิด-19 เมื่อผู้ปกครองไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์และโอกาสทางการศึกษาได้ นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาในที่สุด
จากข้อมูลการสำรวจของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภาคเรียนที่ 2/2563 พบว่า นักเรียนยากจนพิเศษใน 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงที่ประสบปัญหาการเรียนในช่วงโควิด-19 เนื่องจากครัวเรือนขาดแคลนไฟฟ้าและอุปกรณ์ในการเข้าถึงการเรียนออนไลน์ มีจำนวนกว่า 271,888 คน
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า นอกจากความไม่พร้อมของกลุ่มเด็กในครอบครัวที่มีปัญหาด้านรายได้ ครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีประสบการณ์การสอนออนไลน์ รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่สามารถมีส่วนร่วมกับลูกได้ก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งนี้ แม้ว่าสถานศึกษาหรือครูผู้สอนจะปรับตัวต่อรูปแบบการสอนออนไลน์ได้ดีแค่ไหน แต่ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการเข้าสังคม การเรียนรูปแบบปกติจึงสำคัญและจำเป็นที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องเร่งหาแนวทางการเติมเต็มการเรียนรู้ที่ขาดช่วงไปตลอดระยะเวลาเกือบสองปีของเด็ก รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการสอนของครูทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อรองรับรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายในอนาคต
“ปัญหาที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่าการเรียนออนไลน์ไม่สามารถทดแทนการเรียนในห้องเรียนได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันผลักดันให้กลับมาจัดการเรียนการสอนรูปแบบปกติได้โดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดการสูญเสียทางการศึกษาไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ดี การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ถือเป็นโจทย์สำคัญของคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการตามแผนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกิจกรรมปฏิรูปบิ๊กร็อคที่ 1 ที่มุ่งสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อให้ระบบการศึกษาไทยสามารถรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษาและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกต่อไป”
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงการเรียนออนไลน์ในปัจจุบันว่า การปรับตัวในการเรียนการสอนออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทั้งสถานศึกษา ครู และนักเรียน ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเรียนออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จในกลุ่มเด็กเล็ก ครูผู้สอนต้องหาแนวทางในการสอนที่สนุกและดึงดูดเด็กให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าประโยชน์ของการเรียนออนไลน์คือ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่ต้องการได้อย่างกว้างไกลและไร้ขีดจำกัด ในขณะเดียวกันรูปแบบการเรียนการสอนแบบปกติก็ยังมีความจำเป็น เนื่องจากเด็กๆ ควรได้ทำฝึกทำกิจกรรมและทักษะรอบด้าน ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยจะพัฒนาเทียบเท่าต่างประเทศต่อไปในอนาคตได้ จำเป็นต้องใช้การเรียนรูปแบบผสมผสานระหว่างการเรียนแบบออนไลน์และออนไซต์ จึงจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ที่มา ; สยามรัฐออนไลน์ 1 ตุลาคม 2564
สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับจากการเรียนในห้องเรียนมาเป็นการเรียนออนไลน์เป็นเวลานานเกือบ 2 ปี แม้จะช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีและการเรียนรู้ได้กว้างขวางขึ้น แต่พบว่ามีข้อจำกัดสำคัญคือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นักเรียนจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและครอบครัวยากจนขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ครูผู้สอนก็ได้รับผลกระทบจากการขาดงบประมาณและอุปกรณ์ ต้องปรับตัวด้านเทคโนโลยีและพัฒนาวิธีการสอนใหม่ ๆ ขณะเดียวกันผู้ปกครองมีภาระเพิ่มขึ้นทั้งด้านการดูแลและค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์การเรียน
ด้านผู้เรียนประสบปัญหาสุขภาพกายและใจ เช่น ความเครียด เบื่อหน่าย ขาดสมาธิ และความรู้ถดถอยจากการเรียนผ่านหน้าจอนาน ๆ นอกจากนี้ยังขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม นักเรียนยากจนจำนวนมากกว่า 271,888 คนขาดแคลนไฟฟ้าและอุปกรณ์ ทำให้เข้าถึงการเรียนไม่ได้อย่างเท่าเทียม ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการเรียนออนไลน์ไม่สามารถทดแทนการเรียนในห้องเรียนได้ จึงควรกลับสู่การเรียนปกติควบคู่กับการพัฒนาระบบผสมผสาน (Hybrid Learning) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งพัฒนาครูและระบบการศึกษาให้รองรับอนาคตอย่างยั่งยืน
ปัญหาสำคัญที่สุดที่บทความสะท้อนจากการเรียนออนไลน์คือข้อใด
ก. ครูไม่สนใจพัฒนาเทคโนโลยี
ข. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น
ค. นักเรียนไม่ต้องการเรียน
ง. โรงเรียนปิดถาวร
เฉลย: ข เหตุผล: บทความชี้ชัดว่าความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึงอุปกรณ์เป็นปัญหาหลัก
ข้อใดเป็นผลกระทบต่อผู้เรียนโดยตรง
ก. รายได้ครูลดลง
ข. ค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่ม
ค. ความรู้ถดถอยและขาดสมาธิ
ง. นโยบายเปลี่ยนแปลง
เฉลย: ค เหตุผล: เป็นผลกระทบด้านการเรียนรู้และจิตใจของผู้เรียนโดยตรง
หากโรงเรียนต้องแก้ปัญหานักเรียนขาดอุปกรณ์ ควรดำเนินการใดเหมาะสมที่สุด
ก. เพิ่มการบ้าน
ข. ลดเวลาเรียน
ค. สนับสนุนอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
ง. ให้เรียนเองที่บ้าน
เฉลย: ค เหตุผล: แก้ที่ต้นเหตุด้านการเข้าถึงการเรียน
บทบาทของครูในช่วงเรียนออนไลน์เปลี่ยนไปอย่างไร
ก. สอนน้อยลง
ข. ใช้เทคโนโลยีและออกแบบการสอนมากขึ้น
ค. ไม่ต้องเตรียมสอน
ง. ลดการประเมินผล
เฉลย: ข เหตุผล: ครูต้องปรับวิธีสอนและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
แนวคิดการจัดการศึกษาที่เหมาะสมในอนาคตตามบทความคือข้อใด
ก. เรียนออนไลน์เท่านั้น
ข. เรียนในห้องเรียนเท่านั้น
ค. Hybrid Learning
ง. เรียนด้วยตนเองทั้งหมด
เฉลย: ค เหตุผล: บทความเสนอการเรียนผสมผสานเป็นทางออก
ผลกระทบทางจิตใจของผู้เรียนคือข้อใด
ก. มีแรงจูงใจสูงขึ้น
ข. มีความสุขตลอดเวลา
ค. เครียด เบื่อ และขาดสังคม
ง. เรียนรู้เร็วขึ้น
เฉลย: ค เหตุผล: ขาดปฏิสัมพันธ์และหน้าจอนานทำให้เกิดผลลบ
ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากการเรียนออนไลน์อย่างไร
ก. มีเวลาว่างมากขึ้น
ข. ภาระค่าใช้จ่ายและการดูแลเพิ่มขึ้น
ค. ไม่ได้รับผลกระทบ
ง. รายได้เพิ่มขึ้น
เฉลย: ข เหตุผล: ต้องช่วยดูแลและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 271,888 คนสะท้อนปัญหาใด
ก. คุณภาพครู
ข. ความพร้อมของเทคโนโลยี
ค. ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา
ง. จำนวนโรงเรียน
เฉลย: ค เหตุผล: เป็นตัวชี้ชัดความไม่เท่าเทียม
หากผู้บริหารโรงเรียนต้องลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบ ควรทำอย่างไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. ลดหลักสูตร
ค. สนับสนุนการเข้าถึงการเรียนและติดตามนักเรียน
ง. ปิดการเรียนออนไลน์
เฉลย: ค เหตุผล: ต้องช่วยให้เข้าถึงและติดตามต่อเนื่อง
ข้อใดเป็นข้อสรุปเชิงนโยบายที่เหมาะสมที่สุด
ก. ยกเลิกเทคโนโลยี
ข. กลับไปเรียนออนไลน์ทั้งหมด
ค. พัฒนาระบบผสมผสานและลดความเหลื่อมล้ำ
ง. ลดบทบาทครู
เฉลย: ค เหตุผล: เป็นแนวทางที่บทความเสนอเพื่ออนาคตการศึกษา