
เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ เนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคโควิด กระทรวงศึกษาฯตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตของนักเรียน นักศึกษา ที่จะได้รับผลกระทบ อีกทั้งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและลดโอกาสการแพร่ระบาด
จึงให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร และระนอง ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ถึง วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง
กรณี ศบค.ประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มเติม ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจสั่งการให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษดังกล่าว ให้ส่วนราชการต้นสังกัด กำหนดแนวทางจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงาน หรือมอบงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน

ที่มา ; เดลินิวส์ เสาร์ที่ 2 มกราคม 2564
สรุปสาระสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้สถานศึกษาในสังกัดและกำกับ ปิดเรียนเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ครอบคลุมสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 4–31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หากมีการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มขึ้น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจสั่งปิดสถานศึกษาเพิ่มเติมได้
ในช่วงปิดเรียน สถานศึกษาต้องดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงกำหนด เช่น การเรียนทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสม หากไม่สามารถใช้ระบบออนไลน์ได้ อาจใช้ใบงานหรือมอบหมายงานแทน โดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียน แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของระบบการศึกษาในภาวะวิกฤต โดยมุ่งรักษาความต่อเนื่องของการเรียนรู้ ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ข้อ 1 เหตุผลหลักของการสั่งปิดสถานศึกษาคือข้อใด
ก. ลดภาระครู
ข. ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ค. ปรับหลักสูตรใหม่
ง. ลดค่าใช้จ่าย
ข้อ 2 การตัดสินใจปิดเรียนสะท้อนหลักการใดมากที่สุด
ก. การกระจายอำนาจ
ข. การบริหารเชิงป้องกัน
ค. การควบคุมงบประมาณ
ง. การแข่งขันทางการศึกษา
ข้อ 3 ใครมีอำนาจสั่งปิดสถานศึกษาเพิ่มเติม
ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน
ข. รัฐมนตรีศึกษา
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด
ข้อ 4 แนวทางจัดการเรียนการสอนหลักคือข้อใด
ก. เรียนในชั้นเรียนตามปกติ
ข. เรียนภาคสนาม
ค. เรียนทางไกล/ออนไลน์
ง. หยุดเรียนทั้งหมด
ข้อ 5 หากไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ ควรใช้วิธีใด
ก. งดเรียน
ข. ใบงาน/มอบหมายงาน
ค. เลื่อนเปิดเทอม
ง. ให้สอบแทน
ข้อ 6 นโยบายนี้สะท้อนทักษะผู้บริหารด้านใด
ก. การสื่อสารอย่างเดียว
ข. การตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน
ค. การสอนในชั้นเรียน
ง. การวิจัย
ข้อ 7 การกำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดมีเป้าหมายใด
ก. เพิ่มการแข่งขัน
ข. ควบคุมการแพร่ระบาด
ค. เพิ่มจำนวนนักเรียน
ง. ลดเวลาเรียน
ข้อ 8 ข้อใดเป็นผลกระทบเชิงบวกของนโยบาย
ก. นักเรียนไม่ต้องเรียน
ข. การเรียนรู้หยุดชะงัก
ค. เกิดการใช้เทคโนโลยีการศึกษา
ง. ครูว่างงาน
ข้อ 9 ผู้บริหารควรทำสิ่งใดเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ก. ใช้ระบบออนไลน์เท่านั้น
ข. ไม่จัดการเรียน
ค. ใช้หลายรูปแบบผสมผสาน
ง. ลดเนื้อหา
ข้อ 10 นโยบายนี้สอดคล้องกับหลักใดมากที่สุด
ก. ความเท่าเทียมทางการศึกษา
ข. ความปลอดภัยของผู้เรียน
ค. การแข่งขันระดับโลก
ง. การเพิ่มรายได้
คลิกเฉลย >>>