สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M180_สพฐ.ระดมความเห็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานที่พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า ขณะนี้สพฐ. ได้จัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. สำหรับการจัดการเรียนการสอนในช่วงชั้นที่ 1 (ชั้น ป.1 – 3) และช่วงชั้นที่ 2 (ชั้น ป.4 – 6)เสร็จแล้ว พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และการประชุมวิพากษ์มาปรับปรุงแก้ไขให้มี ความสมบูรณ์ โดยจะสามารถนำเสนอ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ และ (ร่าง) คู่มือการใช้หลักสูตรฯ ทั้ง 2 ช่วงชั้น ผ่านเว็บไซต์ CBEthailand ได้ภายในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งใช้ในพื้นที่นวัตกรรม ตามที่ นส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ  ได้มีนโยบายให้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (พ.ศ. 2561 – 2565) โดยมอบให้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่การเรียนรู้ ที่พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน (Competency-based Learning) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบถักทอความรู้ ทักษะ คุณลักษณะผู้เรียนเข้าด้วยกันผ่านการลงมือปฏิบัติจริง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ สามารถทำงานเป็นทีมและมีความร่วมมือระหว่างผู้เรียนด้วยกันภายใต้การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียนและบริบทท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประสิทธิผลตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา 

รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สพฐ. ได้วางแผนและขับเคลื่อนงานด้านหลักสูตร โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 การพัฒนาศักยภาพของครูในสถานศึกษาที่ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในด้านการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ส่วนที่ 2 การจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. โดยจะนำสู่กระบวนการวิจัยและพัฒนาผ่านสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 

ส่วนที่ 2 ว่า สพฐ. ได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช …. ในช่วงชั้นที่ 1 (ชั้น ป.1 – ป.3) และนำเสนอผ่านเว็บไซต์ www.CBEThailand.com แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2564 จากนั้นได้เปิดเวทีเสวนาและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ ผ่านการประชุมระบบ ZOOM Meeting ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ นักวิชาการ ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู ผู้ปกครอง นักเรียน ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมการประชุมด้วย จำนวน 13 เวที แบ่งเป็น เวทีเสวนาสำหรับสาธารณชนจำนวน 7 เวที เช่น “ปรับหลักสูตรอย่างไร ให้ตอบโจทย์สังคมไทยและสังคมโลก” “หลักสูตรการศึกษาแบบไหน ช่วยเด็กไทยค้นพบเป้าหมายและศักยภาพของตนเอง”และ เวทีเสวนาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะจำนวน 6 เวที เช่น เวทีนักเรียนและเยาวชนในประเด็น “สิ่งที่คาดหวังในระดับโรงเรียนและห้องเรียนฯ” เวทีครูในประเด็น “คุณครูอยากเห็นหลักสูตรเป็นอย่างไร” และได้มีการเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะชนผ่านแบบสอบในเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก CBE Thailand ด้วยควบคู่กันไป 

ขณะนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างการนำผลการรับฟังความคิดเห็นและการประชุมวิพากษ์จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุง แก้ไข (ร่าง) กรอบหลักสูตรฯ และ (ร่าง) คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ ในช่วงชั้นที่ 1 – 2 และจะนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ CBE Thailand ภายในเดือนมกราคม 2565 นี้ และ สพฐ.ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมศึกษาข้อมูลและแสดงความคิดเห็น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง ก่อนที่ สพฐ. จะนำไปวิจัยและพัฒนาโดยทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ส่วนการขยายผลสู่โรงเรียนนอกพื้นที่นวัตกรรมกรรมคงต้องดูจากผลการวิจัยการนำหลักสูตรไปใช้ตามกระบวนการ เพื่อให้แน่ใจก่อนว่า เกิดผลดีกับเด็กอย่างแน่นอนก่อน จึงจะดำเนินการขยายผลต่อไป” ดร.เกศทิพย์ กล่าว

ที่มา ; เดลินิวส์ 17 มกราคม 2565

สรุปสาระสำคัญ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ โดยจัดทำ (ร่าง) กรอบหลักสูตรและ (ร่าง) คู่มือการใช้หลักสูตร สำหรับช่วงชั้นที่ 1 (ป.1–3) และช่วงชั้นที่ 2 (ป.4–6) แล้วเสร็จ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนผ่านช่องทางออนไลน์และเวทีเสวนา เพื่อนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์ ก่อนเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ CBE Thailand และนำไปใช้ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งปรับการเรียนรู้สู่ฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning) เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง การถักทอองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข 

ทั้งนี้ สพฐ. ดำเนินงานควบคู่กัน 2 ด้าน คือ การพัฒนาศักยภาพครูให้จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ภายใต้หลักสูตรเดิม และการพัฒนาหลักสูตรใหม่ผ่านกระบวนการวิจัย ทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่อง ก่อนพิจารณาขยายผลอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนอย่างแท้จริง

ข้อสอบ

ข้อ 1

เป้าหมายสำคัญที่สุดของการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่คือข้อใด
ก. ปรับเนื้อหาให้ทันสมัยมากขึ้น
ข. เพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับชาติ
ค. พัฒนาผู้เรียนบนฐานสมรรถนะรอบด้าน
ง. ลดภาระงานของครูผู้สอน

 

ข้อ 2

การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนสะท้อนหลักการใดของการพัฒนานโยบายการศึกษา
ก. การมีส่วนร่วมและความโปร่งใส
ข. การควบคุมคุณภาพจากส่วนกลาง
ค. การประเมินผลเชิงปริมาณ
ง. การกำหนดมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ

 

ข้อ 3

เหตุผลสำคัญที่ สพฐ. เลือกทดลองใช้หลักสูตรในพื้นที่นวัตกรรมก่อนขยายผลคือข้อใด
ก. เพื่อลดงบประมาณในการดำเนินงาน
ข. เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างโรงเรียน
ค. เพื่อให้ครูปรับตัวได้ทันที
ง. เพื่อประเมินผลกระทบต่อผู้เรียนอย่างรอบด้าน

 

ข้อ 4

บทบาทของครูภายใต้แนวคิด Active Learning และฐานสมรรถนะควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้ตามหลักสูตร
ข. ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ค. ผู้ควบคุมกิจกรรมในชั้นเรียน
ง. ผู้ประเมินผลตามตัวชี้วัดกลาง

 

ข้อ 5

หากผู้บริหารสถานศึกษานำกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ สิ่งใดควรปรับเป็นอันดับแรก
ก. ตารางสอน
ข. สื่อการเรียนรู้
ค. ระบบวัดและประเมินผลผู้เรียน
ง. โครงสร้างอาคารสถานที่

 

ข้อ 6

สาระสำคัญที่สุดของการปรับหลักสูตรครั้งนี้ เมื่อพิจารณาในเชิง “การเปลี่ยนกระบวนทัศน์” คือข้อใด
ก. เปลี่ยนโครงสร้างรายวิชา
ข. เปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้เป็น Active Learning
ค. เปลี่ยนจากหลักสูตรเนื้อหาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ง. เปลี่ยนระบบการประกันคุณภาพภายใน

 

ข้อ 7

หากโรงเรียนยังใช้การสอบปลายภาคแบบเดิมเป็นหลัก การนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้จะเกิดปัญหาใดมากที่สุด
ก. ครูไม่เข้าใจตัวชี้วัด
ข. ผู้เรียนขาดแรงจูงใจ
ค. การจัดกิจกรรมไม่สอดคล้องเวลา
ง. การประเมินไม่สะท้อนสมรรถนะจริง

 

ข้อ 8

เหตุผลเชิงนโยบายที่ สพฐ. ต้อง “ทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรม” ก่อนขยายผล คือข้อใด
ก. ลดแรงต้านจากครู
ข. สร้างต้นแบบเชิงประจักษ์
ค. จำกัดงบประมาณ
ง. ปรับให้ตรงตามข้อสอบระดับชาติ

 

ข้อ 9

ข้อใดสะท้อนความแตกต่างระหว่าง “Active Learning” กับ “การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ” ได้ชัดเจนที่สุด
ก. Active Learning คือกิจกรรม / CBE คือเป้าหมาย
ข. Active Learning ใช้ได้เฉพาะวิชาปฏิบัติ
ค. CBE ไม่จำเป็นต้องวัดผล
ง. ทั้งสองแนวคิดเหมือนกันทุกประการ

 

ข้อ 10

หากผู้บริหารต้องการขับเคลื่อน CBE อย่างเป็นระบบ สิ่งใดควรทำก่อนเป็นลำดับแรก
ก. ปรับแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
ข. จัดหาสื่อเทคโนโลยี
ค. ปรับตารางสอนใหม่ทั้งหมด
ง. ประชาสัมพันธ์ผู้ปกครอง

 

ข้อ 11

การเปิดรับฟังความคิดเห็น 13 เวที สะท้อนหลักการบริหารการเปลี่ยนแปลงด้านใด
ก. การควบคุมคุณภาพ
ข. การสั่งการจากส่วนกลาง
ค. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ง. การประเมินผลภายนอก

 

ข้อ 12

ข้อใด “ไม่ใช่” เป้าหมายโดยตรงของหลักสูตรฐานสมรรถนะ
ก. ผู้เรียนทำงานเป็นทีมได้
ข. ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ค. ผู้เรียนสอบได้คะแนนสูง
ง. ผู้เรียนปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้

 

ข้อ 13

บทบาทของครูภายใต้ CBE ที่แตกต่างจากหลักสูตรเดิมอย่างชัดเจนคือข้อใด
ก. ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา
ข. ผู้กำกับพฤติกรรม
ค. ผู้อำนวยการเรียนรู้
ง. ผู้ควบคุมเวลาเรียน

 

ข้อ 14

การ “ถักทอความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ” หมายถึงข้อใด
ก. การสอนแบบบูรณาการรายวิชา
ข. การวัดผลหลายรูปแบบ
ค. การเรียนรู้เชิงบูรณาการผ่านการปฏิบัติจริง
ง. การลดเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน

 

ข้อ 15

หากครูยังยึดตัวชี้วัดรายวิชาเดิมเป็นหลัก จะส่งผลอย่างไรต่อการใช้ CBE
ก. หลักสูตรใช้ได้ตามปกติ
ข. สมรรถนะผู้เรียนไม่ชัดเจน
ค. ผู้เรียนเรียนเร็วขึ้น
ง. ลดภาระการประเมิน

 

ข้อ 16

เหตุใด สพฐ. จึงดำเนินการ “พัฒนาครู” ควบคู่กับ “พัฒนาหลักสูตร”
ก. เพื่อประหยัดเวลา
ข. เพื่อให้ครูเป็นผู้ประเมิน
ค. เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดจริงในห้องเรียน
ง. เพื่อรองรับการสอบแข่งขัน

 

ข้อ 17

ข้อใดเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากขยายผลหลักสูตรโดยไม่รอผลวิจัย
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียน
ค. หลักสูตรไม่เกิดผลกับผู้เรียนจริง
ง. ผู้ปกครองไม่เข้าใจ

 

ข้อ 18

การใช้ CBE Thailand เป็นแพลตฟอร์มกลาง สะท้อนบทบาทใดของ สพฐ.
ก. ผู้กำกับควบคุม
ข. ผู้สนับสนุนเชิงระบบ
ค. ผู้จัดการงบประมาณ
ง. ผู้ประเมินผลภายนอก

 

ข้อ 19

หากผู้บริหารต้องรายงานความก้าวหน้าการใช้ CBE ตัวชี้วัดใดเหมาะสมที่สุด
ก. คะแนน O-NET
ข. จำนวนแผนการสอน
ค. สมรรถนะที่ผู้เรียนแสดงได้จริง
ง. ชั่วโมงอบรมครู

 

ข้อ 20

สาระเชิงนโยบายที่ซ่อนอยู่ในบทความนี้คือข้อใด
ก. ลดบทบาทโรงเรียนขนาดเล็ก
ข. เปลี่ยนการศึกษาไทยจาก “เรียนเพื่อสอบ” เป็น “เรียนเพื่อใช้ชีวิต”
ค. เพิ่มการแข่งขันทางการศึกษา
ง. รวมศูนย์อำนาจด้านหลักสูตร

 

สถานการณ์

โรงเรียนขยายโอกาสแห่งหนึ่ง ได้รับคัดเลือกเป็น โรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อทดลองใช้ กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ (CBE) ระดับช่วงชั้นที่ 1–2
ครูส่วนหนึ่งยังยึดการสอนตามหลักสูตรปี 2551 และเน้นผลสัมฤทธิ์ทางการสอบ ขณะที่ผู้ปกครองกังวลว่าเด็กจะ “เรียนไม่ทันข้อสอบระดับชาติ” ผู้บริหารต้องขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริงภายใน 1 ปีการศึกษา

ข้อ 21

การตัดสินใจเชิงนโยบาย “แรกสุด” ที่รอง ผอ./ผอ. ควรดำเนินการ คือข้อใด
ก. จัดซื้อสื่อ Active Learning
ข. ปรับโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาให้ยึดสมรรถนะ
ค. ประชุมผู้ปกครองสร้างความเข้าใจ
ง. จัดอบรมครูรายบุคคล

 

ข้อ 22

หากครูยังจัดการเรียนรู้แบบเดิม แต่เรียกกิจกรรมว่า CBE ปัญหาเชิงบริหารคืออะไร
ก. การใช้คำไม่ถูกต้อง
ข. ความคลาดเคลื่อนเชิงแนวคิด (Conceptual Drift)
ค. การขาดทรัพยากร
ง. การต่อต้านเชิงวัฒนธรรม

 

ข้อ 23

ผู้บริหารควรใช้ “ข้อมูลใด” เพื่อยืนยันความก้าวหน้าของ CBE ต่อ สพฐ.
ก. ผลสอบปลายภาค
ข. รายงานชั่วโมงสอน
ค. หลักฐานสมรรถนะผู้เรียนจากการปฏิบัติจริง
ง. ความพึงพอใจผู้ปกครอง

 

ข้อ 24

การบริหารความเสี่ยงสำคัญที่สุดในช่วงทดลองใช้หลักสูตรคือข้อใด
ก. งบประมาณไม่เพียงพอ
ข. ครูลาออก
ค. ผู้เรียนเสียโอกาสจากการเปลี่ยนผ่าน
ง. ผู้ปกครองร้องเรียน

 

ข้อ 25

หากต้องเลือกครูแกนนำ CBE ผู้บริหารควรพิจารณาจากคุณลักษณะใดมากที่สุด
ก. อายุงาน
ข. วุฒิการศึกษา
ค. ความสามารถสะท้อนการเรียนรู้ (Reflective Practice)
ง. คะแนนสอบของนักเรียน

 

ข้อ 26

การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครู–ผู้ปกครอง สอดคล้องกับภาวะผู้นำแบบใด
ก. สั่งการ
ข. ควบคุม
ค. มีส่วนร่วม
ง. มุ่งผลลัพธ์

 

ข้อ 27

หากโรงเรียนเร่งใช้ CBE แต่ระบบประเมินยังไม่ปรับ จะเกิดผลใด
ก. ครูทำงานซ้ำซ้อน
ข. ผู้เรียนสับสนเป้าหมาย
ค. สมรรถนะไม่ถูกวัดอย่างแท้จริง
ง. ทุกข้อถูกต้อง

 

ข้อ 28

การจัดตารางสอนภายใต้ CBE ควรปรับอย่างไร
ก. เพิ่มชั่วโมงเรียน
ข. ลดรายวิชา
ค. ยืดหยุ่นเวลาเพื่อการเรียนรู้เชิงลึก
ง. ใช้ตารางเดิมทั้งหมด

 

ข้อ 29

ตัวชี้วัดความสำเร็จของ “โรงเรียนนำร่อง” ที่ถูกต้องที่สุดคือข้อใด
ก. คะแนนสอบเพิ่มขึ้น
ข. ครูใช้แผนการสอนรูปแบบใหม่
ค. ผู้เรียนแสดงสมรรถนะได้ตามบริบทจริง
ง. ได้รับคำชื่นชมจากเขตพื้นที่

 

ข้อ 30

หากผู้ปกครองกังวลเรื่องสอบ ผู้บริหารควรสื่อสารอย่างไร
ก. ยืนยันว่าจะไม่กระทบคะแนนสอบ
ข. ชี้แจงความเชื่อมโยงสมรรถนะกับชีวิตจริงและการเรียนต่อ
ค. ลดกิจกรรม CBE
ง. ให้ครูอธิบายแทน

 

ข้อ 31

การใช้ CBE โดยไม่คำนึงถึงบริบทท้องถิ่น จะขัดกับหลักใด
ก. หลักมาตรฐานกลาง
ข. หลักความเสมอภาค
ค. หลักการเรียนรู้ที่มีความหมาย
ง. หลักการบริหารงบประมาณ

 

ข้อ 32

บทบาทสำคัญของรอง ผอ. ในการขับเคลื่อน CBE คือข้อใด
ก. ควบคุมเอกสาร
ข. เป็นโค้ชทางวิชาการ
ค. ตรวจสอบผลสอบ
ง. จัดซื้อวัสดุ

 

ข้อ 33

เหตุใด สพฐ. จึงต้อง “วิจัยและพัฒนา” ก่อนขยายผล
ก. เพื่อความรอบคอบเชิงวิชาการ
ข. เพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลง
ค. เพื่อรอคำสั่งใหม่
ง. เพื่อควบคุมโรงเรียน

 

ข้อ 34

หากผลทดลองไม่เป็นไปตามเป้า การตัดสินใจเชิงบริหารที่เหมาะสมคือ
ก. ยกเลิกทันที
ข. ปรับกระบวนการตามข้อมูล
ค. เปลี่ยนครูผู้สอน
ง. รายงานว่าประสบความสำเร็จ

 

ข้อ 35

การขับเคลื่อน CBE ให้ยั่งยืน ต้องอาศัยสิ่งใดมากที่สุด
ก. นโยบายส่วนกลาง
ข. งบประมาณ
ค. วัฒนธรรมการเรียนรู้ของโรงเรียน
ง. เทคโนโลยี

 

ข้อ 36

ตัวบ่งชี้ว่าโรงเรียน “เข้าใจ CBE อย่างแท้จริง” คือข้อใด
ก. มีเอกสารครบ
ข. ครูพูดคำว่า CBE ได้
ค. ผู้เรียนอธิบายการเรียนรู้ของตนเองได้
ง. มีป้ายประชาสัมพันธ์

 

ข้อ 37

การวัดสมรรถนะควรใช้เครื่องมือใดเป็นหลัก
ก. ข้อสอบปรนัย
ข. การสังเกตและภาระงาน
ค. การสอบกลางภาค
ง. แบบสอบถาม

 

ข้อ 38

หากครูรู้สึกว่าภาระงานเพิ่มขึ้น ผู้บริหารควรแก้ปัญหาอย่างไร
ก. สั่งการให้ปฏิบัติ
ข. ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น
ค. เพิ่มการประเมิน
ง. เปลี่ยนครู

 

ข้อ 39

การขยายผลไปนอกพื้นที่นวัตกรรม ควรอาศัยหลักใด
ก. เร็วที่สุด
ข. เท่าเทียมทุกโรงเรียน
ค. ตามความพร้อมเชิงประจักษ์
ง. ตามคำสั่ง

 

ข้อ 40

สาระเชิงบริหารที่ซ่อนอยู่ในนโยบายนี้คือข้อใด
ก. ลดอำนาจครู
ข. เพิ่มการแข่งขัน
ค. เปลี่ยนโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ง. รวมศูนย์หลักสูตร

 

คลิกเฉลย >>>

 

ความเห็นของผู้ชม