
มติคณะรัฐมนตรี (11 เมษายน 2566) รับทราบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเสนอ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ 18 (เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2565) และเสนอรัฐสภาเพื่อทราบต่อไป
สำหรับรายงานความคืบหน้าฯ ครั้งที่ 18 รอบเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2565 เป็นรายงานความคืบหน้าฯ รอบสุดท้าย นับแต่แผนการปฏิรูปประเทศประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 และได้มีการปรับปรุงและประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบดำเนินการในการสร้างรากฐานของประเทศในช่วง 5 ปีแรกที่ได้มีการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ และเกิดการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมทั้งปรับเปลี่ยน ยกเลิก กระบวนการ และกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ ประกอบกับระยะเวลาของแผนการปฏิรูปประเทศได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ตามมติคณะรัฐมนตรี (27 กันยายน 2565)
ด้านการศึกษา มีการดำเนินการบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้โดยมีผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด โดยมีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และการพัฒนานวัตกรรมเพิ่มขึ้นในแต่ละปีในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจำนวน 541 สถานศึกษา
หลังจากแผนการปฏิรูปประเทศสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของรัฐธรรมนูญฯ ที่กำหนดแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ หน่วยงานรับผิดชอบหลักและหน่วยงานร่วมดำเนินการจะต้องนำประเด็นปฏิรูปประเทศมาดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกของแผนระดับที่ 2 (ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ) แผนระดับที่ 3 (ได้แก่ แผนปฏบัติราชการ และแผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญในการแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงาน/โครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐในแต่ละปีงบประมาณโดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ) และการดำเนินการต่าง ๆ ของหน่วยงานตามแนวทางการดำเนินการภายหลังการสิ้นสุดของแผนปฏิรูปประเทศตามคณะรัฐมนตรี (27 กันยายน 2565)
โดยมีมติรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในคราวประชุมครั้งที่ 2/2565 รวมทั้ง สศช. ได้เชื่อมโยงประเด็นปฏิรูปประเทศกับเป้าหมายแผนแม่บทย่อย (Y1) ของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายระดับหมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการขับเคลื่อน ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการในประเด็นการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่ต่อเนื่องและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืน ส่งผลให้การพัฒนาประเทศบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ
ที่มา ; ศธ.360 องศา
สรุปสาระสำคัญ
คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 18 (ต.ค.–ธ.ค. 2565) จากสำนักงานสภาพัฒน์ฯ ซึ่งเป็นรายงานรอบสุดท้ายหลังแผนฯ หมดอายุเมื่อ 31 ธันวาคม 2565 โดยแผนปฏิรูปประเทศถูกใช้เป็นกรอบพัฒนาประเทศตั้งแต่ปี 2561 และปรับปรุงในปี 2564 เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและพัฒนากลไกการบริหารรัฐให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ด้านการศึกษา ผลการปฏิรูปเด่น ได้แก่ การบังคับใช้ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามความถนัด ผ่าน Active Learning การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และนวัตกรรมในสถานศึกษานำร่อง 541 แห่ง
หลังสิ้นสุดแผนปฏิรูป ประเทศยังต้องเดินหน้าตามประเด็นปฏิรูปเดิมอย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนระดับที่ 2 และระดับที่ 3 เช่น แผนแม่บท ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิบัติราชการ และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยเชื่อมโยงเป้าหมายปฏิรูปประเทศเข้ากับหมุดหมายในแผนพัฒนาฯ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และความยั่งยืนของการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ข้อสอบ
ก. จัดทำแผนปฏิรูปฉบับใหม่ทันที
ข. บูรณาการประเด็นปฏิรูปเข้ากับแผนระดับที่ 2 และ 3
ค. ยุติโครงการทั้งหมดที่เกิดจากแผนปฏิรูปเดิม
ง. โอนอำนาจการปฏิรูปให้ท้องถิ่นทั้งหมดดำเนินการ
2. พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีบทบาทสำคัญที่สุดในด้านใดในบริบทการปฏิรูป?
ก. การพัฒนาครูสู่ดิจิทัล
ข. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้
ง. การปฏิรูประบบบริหารจัดการโรงเรียน
3. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษามีบทบาทใดที่เชื่อมโยงชัดเจนกับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนตามรายงาน?
ก. สร้างหลักสูตรกลางใหม่ระดับชาติ
ข. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกผู้สอนเอง
ค. ส่งเสริมการเรียนตามความถนัดผ่าน Active Learning
ง. ลดเวลาปฏิบัติงานครู
4. ข้อใดสะท้อน“เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ”ต่อการปฏิรูปประเทศตามที่กล่าวไว้มากที่สุด?
ก. การเร่งรัดผลลัพธ์ระยะสั้น
ข. การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและการปรับกฎระเบียบ
ค. การเพิ่มโครงการก่อสร้างเพื่อเศรษฐกิจ
ง. การลดบทบาทส่วนกลางในการกำกับดูแลการศึกษา
5. หากโรงเรียนต้องการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางหลังแผนปฏิรูปสิ้นสุดลง ข้อใดเหมาะสมที่สุด?
ก. รอคำสั่งจากส่วนกลางก่อนทั้งหมด
ข. ปรับแผนปฏิบัติการให้เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท
ค. ลดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Active Learning
ง. ใช้หลักสูตรเดิมโดยไม่ต้องพัฒนานวัตกรรม
คลิกเฉลย >>>
