
วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 และสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564
เนื่องจากยังมีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต่อไป เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการการปฏิบัติงานและการดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การลดอัตราการเสียชีวิตและปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรด้านสาธารณสุข และการดำเนินการอื่น ๆ รวมถึงการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน เพื่อให้สถานการณ์ของประเทศกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ขยายระยะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีก 2 เดือน สิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรด้านสาธารณสุข – ให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 25 พฤษภาคม 2564
ข่าวเกี่ยวกัน
ศบค. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ครั้ง ที่ 12
ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ครั้งที่ 7 / 2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ว่า
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ได้เห็นชอบให้อนุมัติ ขยายระยะเวลาการใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 12 ตามข้อเสนอของศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกอีก 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน- 31 กรกฎาคม 2564
การประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ซึ่งมีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ รวมครั้งนี้ เป็น 12 ครั้ง ดังนี้
ที่มา ; ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 พฤษภาคม 2564
คณะรัฐมนตรีมีมติขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2564 ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังมีความจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษเพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ลดอัตราการเสียชีวิต ลดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรด้านสาธารณสุข และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ทั้งนี้ การขยายดังกล่าวถือเป็นการต่ออายุครั้งที่ 12 นับตั้งแต่เริ่มประกาศใช้เมื่อ 26 มีนาคม 2563 สะท้อนถึงการบริหารจัดการวิกฤตด้านสาธารณสุขที่ต้องอาศัยการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของระบบสาธารณสุขของประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของศบค.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับมาตรการควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้สมดุล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบในระยะยาว
วัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของการขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคือข้อใด
ก. เพิ่มอำนาจการบริหารงบประมาณของรัฐ
ข. ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ค. ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ลดภาระงานของกระทรวงศึกษาธิการ
เฉลย: ค
เหตุผล: เนื้อหาชี้ชัดว่าการขยายเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหลัก
การขยายครั้งนี้ครอบคลุมระยะเวลาใด
ก. 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2564
ข. 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 2564
ค. 15 ม.ค. – 28 ก.พ. 2564
ง. 1 เม.ย. – 31 พ.ค. 2564
เฉลย: ข
เหตุผล: ระบุชัดเจนในบทความว่า 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2564
เหตุผลเชิงนโยบายที่สำคัญในการขยายสถานการณ์ฉุกเฉินคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ภาครัฐ
ข. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ค. บูรณาการการทำงานของหน่วยงานรัฐด้านสาธารณสุข
ง. ขยายโครงสร้างพื้นฐานประเทศ
เฉลย: ค
เหตุผล: เน้นการบูรณาการการทำงานเพื่อจัดการวิกฤตสุขภาพ
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการขยายครั้งที่เท่าใด
ก. ครั้งที่ 10
ข. ครั้งที่ 11
ค. ครั้งที่ 12
ง. ครั้งที่ 13
เฉลย: ค
เหตุผล: ระบุว่าเป็นการขยายครั้งที่ 12
กฎหมายหลักที่ใช้ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคือข้อใด
ก. พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
ข. พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
ค. พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย
ง. พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นกฎหมายหลักที่ใช้ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการขยายสถานการณ์ฉุกเฉินคือข้อใด
ก. เพิ่มการนำเข้าแรงงาน
ข. เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
ค. ทำให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น
ง. ลดจำนวนโรงพยาบาล
เฉลย: ค
เหตุผล: เป้าหมายคือการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
หน่วยงานใดมีบทบาทสำคัญในการกำกับสถานการณ์โควิด-19
ก. กระทรวงการต่างประเทศ
ข. ศบค.
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ง. สำนักงาน ป.ป.ช.
เฉลย: ข
เหตุผล: ศบค. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารสถานการณ์
การขยายสถานการณ์ฉุกเฉินช่วยแก้ปัญหาใดโดยตรง
ก. การขาดแคลนงบประมาณการศึกษา
ข. การขาดแคลนทรัพยากรสาธารณสุข
ค. การขาดแคลนครู
ง. การว่างงานในภาคเกษตร
เฉลย: ข
เหตุผล: เนื้อหาระบุเรื่องทรัพยากรด้านสาธารณสุขโดยตรง
การตัดสินใจขยายสถานการณ์ฉุกเฉินสะท้อนหลักการบริหารใดมากที่สุด
ก. การบริหารแบบรวมศูนย์เพื่อประสิทธิภาพในภาวะวิกฤต
ข. การบริหารแบบกระจายอำนาจ
ค. การบริหารแบบตลาดเสรี
ง. การบริหารแบบเอกชน
เฉลย: ก
เหตุผล: เป็นการรวมอำนาจเพื่อจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อใดเป็นผลกระทบทางอ้อมที่รัฐพยายามบรรเทา
ก. ผลกระทบต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจและสังคม
ข. ผลกระทบต่อการกีฬา
ค. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิง
ง. ผลกระทบต่อการคมนาคมระหว่างประเทศเท่านั้น
เฉลย: ก
เหตุผล: ระบุชัดว่ามีการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนทั้งเศรษฐกิจและสังคม