
สำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวีระศักดิ์ เอกศรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และพวก 2 ราย คือ นาวสาวสุทัศนีย์ ชิณโคตร นายสุรสิทธิ์ มณีสาย หรือนายศริตวรรธน์ สุขีชีวัน ทุจริตสั่งการให้บุคลากรของโรงเรียนเขมราฐพิทยาคม ไปทำความสะอาดบ้านพักส่วนตัวในเวลาราชการ โดยใช้รถยนต์ราชการและน้ำมันเชื้อเพลิงจากงบประมาณของทางราชการ
ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 151 , 157 ประกอบมาตรา 83 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า นายวีระศักดิ์ เอกศรี จำเลยที่ 1 นาวสาวสุทัศนีย์ ชิณโคตร จำเลยที่ 2 นายสุรสิทธิ์ มณีสาย หรือนายศริตวรรธน์ สุขีชีวัน จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบมาตรา 83
การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ประกอบ มาตรา 83 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90
ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 100,000 บาท
ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษ ตามมาตรา 78 ให้คนละหนึ่งในสาม
คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 66,666,67 บาท
โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตามมาตรา 56
ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ลงมติไม่เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในส่วนรอการลงโทษ
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ที่มา ; สำนักข่าวอิสรา วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม 2565