สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M087_คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 (พระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564) ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของข้อเสนอแผนงานหรือโครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ดังนี้ 

1.อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรการที่ 1 โดยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคน ในภาคการศึกษาที่ 1/2564 กรอบวงเงิน 21,905.9200 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 2 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ทั้งนี้

           - เห็นควรมอบหมายให้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดกลไกการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการให้ความช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนของนักเรียน/นักศึกษาในสถานศึกษาทั้งหมดในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั้งสถานศึกษาของรัฐและสถานศึกษาเอกชน และนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์และระบบการจัดเก็บเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่ใช้ในการเบิกจ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

          - เห็นควรมอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการจัดทำความต้องการใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะสามารถจัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายโครงการตามแผนการใช้จ่ายเงินที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของภาครัฐ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อ 15 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2564 (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564) โดยเคร่งครัดตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เห็นควรให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำหน้าที่เบิกจ่ายแทนกันให้สถานศึกษาในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล

          -มอบหมายให้สถานศึกษาของรัฐ เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามระเบียบของทางราชการ และในกรณีที่สถานศึกษามีความจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมจากภาครัฐให้เสนอขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากแหล่งเงินอื่น ๆ อาทิ เงินกองทุนต่าง ๆ เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นตามขั้นตอนของระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ กรณีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรพิจารณาใช้แหล่งเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรก 

2.อนุมัติโครงการมาตรการการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท 

โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 2 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ทั้งนี้เห็นควรมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เร่งประสานกับกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการกำหนดแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินแทนกันของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในกำกับและหน่วยงานในกำกับอื่นของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินตามโครงการฯ เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบของทางราชการและสามารถตรวจสอบได้

-ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณากำหนดกลไกการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของนิสิต นักคึกษาระดับอุดมศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชนในภาคเรียนที่ 1 ที่ได้รับความช่วยเหลือ ควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์และระบบการจัดเก็บเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่ใช้ในการเบิกจ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใส และ ตรวจสอบได้ 

-ให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการจัดทำความต้องการใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สามารถจัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายโครงการตามแผนการใช้จ่ายเงินที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของภาครัฐ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อ 15 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 โดยเคร่งครัดตามขั้นตอนต่อไป 

สรุปมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินแล้ว ในภาคการศึกษาที่ 1/2564 กรอบวงเงิน 21,905.9200 ล้านบาท

ที่มา ; ศธ 360 องศา 

สรุปสาระสำคัญ 
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน (ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2564) เพื่อบรรเทาผลกระทบโควิด-19 โดยอนุมัติโครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา 2 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) โครงการของกระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุน 2,000 บาทต่อคน ในภาคเรียนที่ 1/2564 วงเงินรวมประมาณ 21,905.92 ล้านบาท และ (2) มาตรการช่วยเหลือนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา วงเงิน 10,000 ล้านบาท ทั้งสองโครงการเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันความซ้ำซ้อนของผู้ได้รับสิทธิ โดยกำหนดให้มีระบบยืนยันตัวตน หลักเกณฑ์เอกสาร และการเบิกจ่ายที่ชัดเจน

นอกจากนี้ มอบหมายหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำแผนความต้องการใช้จ่ายรายสัปดาห์ เพื่อให้การกู้เงินสอดคล้องกับการใช้จริง ลดต้นทุนทางการเงินของรัฐ และต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด กรณีสถานศึกษาท้องถิ่นให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นช่วยเบิกจ่ายแทน และควรใช้แหล่งเงินอุดหนุนท้องถิ่นก่อน หากมีความจำเป็นเพิ่มเติมสามารถใช้แหล่งเงินอื่นตามระเบียบได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่การช่วยเหลืออย่างทั่วถึง คุ้มค่า โปร่งใส และบริหารการเงินภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อสอบ

ข้อ 1 วัตถุประสงค์หลักของมาตรการคือข้อใด
ก. เพิ่มรายได้ครู
ข. ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ค. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ง. เพิ่มงบวิจัย

ข้อ 2 จำนวนเงินช่วยเหลือต่อคนในโครงการของ ศธ. คือเท่าใด
ก. 1,000 บาท
ข. 1,500 บาท
ค. 2,000 บาท
ง. 2,500 บาท

ข้อ 3 หลักการสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อนคือข้อใด
ก. เพิ่มงบประมาณ
ข. ใช้ระบบยืนยันตัวตน
ค. ลดจำนวนผู้รับสิทธิ
ง. แจกเท่ากันทุกคน

ข้อ 4 การจัดทำแผนใช้จ่ายรายสัปดาห์มีเป้าหมายหลักอะไร
ก. เพิ่มภาระงาน
ข. ลดเวลาเรียน
ค. สอดคล้องการใช้เงินจริง
ง. เพิ่มเอกสาร

ข้อ 5 หน่วยงานใดช่วยเบิกจ่ายแทนสถานศึกษาท้องถิ่น
ก. สพฐ.
ข. กรมบัญชีกลาง
ค. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ง. อบจ.

ข้อ 6 หากสถานศึกษาต้องการงบเพิ่ม ควรดำเนินการอย่างไร
ก. กู้เงินเอง
ข. ขอจากแหล่งเงินอื่นตามระเบียบ
ค. เรียกเก็บผู้ปกครอง
ง. หยุดโครงการ

ข้อ 7 หลักธรรมาภิบาลที่เน้นในโครงการคือข้อใด
ก. ความรวดเร็ว
ข. ความประหยัด
ค. ความโปร่งใสตรวจสอบได้
ง. ความนิยม

ข้อ 8 เหตุผลของการกำหนดระบบเอกสารชัดเจนคืออะไร
ก. เพิ่มงานครู
ข. ป้องกันทุจริต
ค. ลดงบประมาณ
ง. เพิ่มนักเรียน

ข้อ 9 การบริหารเงินกู้ให้เกิดประสิทธิภาพควรทำอย่างไร
ก. ใช้ทันทีทั้งหมด
ข. ใช้ตามความต้องการจริง
ค. แบ่งเท่า ๆ กัน
ง. เก็บไว้

ข้อ 10 ในมุมผู้บริหารสถานศึกษา สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือข้อใด
ก. การประชาสัมพันธ์
ข. การใช้เงินครบวงเงิน
ค. การปฏิบัติตามระเบียบและตรวจสอบได้
ง. การเพิ่มกิจกรรม

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม