
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันทึ่งกับการแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนในประเทศจีนเป็นอย่างมาก หลังจากติดตามข่าวคราวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีมาตรการทางด้านการศึกษามาโดยตลอด เพียงแต่มาสะดุดช่วงเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้ต้องไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เมื่อโรคระบาดโควิด-19 ในจีนได้รับการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเวลาอันรวดเร็ว สถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลจีนก็เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาต่อทันที
ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการของจีนประกาศห้ามการสอบข้อเขียนสำหรับเด็กที่มีอายุ 6-7 ปี เพราะการสอบที่มากเกินไปส่งผลให้นักเรียนต้องรับภาระหนักและอยู่ภายใต้ความกดดัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจและร่างกายอย่างมาก
กฎระเบียบใหม่ยังจำกัดการสอบในชั้นปีอื่น ๆ ของการศึกษาภาคบังคับ ไม่ให้เกินภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง และห้ามท้องถิ่นจัดสอบระดับภูมิภาค หรือระหว่างโรงเรียน สำหรับชั้นประถมศึกษาทั้งหมด
ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ยังไม่จบการศึกษา ห้ามโรงเรียนจัดสอบย่อยรายสัปดาห์ สอบย่อยรายวิชา รวมถึงสอบรายเดือน และห้ามเลี่ยงไปเปิดการสอบในชื่ออื่น ๆ ด้วย
ถือเป็นการเดินหน้าแผนปฏิรูปการศึกษาเพื่อลดความกดดันต่อนักเรียน และพ่อแม่ในระบบโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง
ที่ผ่านมาระบบการศึกษาของจีนมุ่งเน้นที่ผลสอบ กำหนดให้นักเรียนต้องเข้าสอบตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ปีแรก ไปจนถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนอายุ 18 ปี ที่เรียกกันในภาษาจีนว่า “เกาเข่า” ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ประมาณว่าถ้าพลาดไปเพียงคะแนนเดียว ก็สามารถชี้ขาดอนาคตได้ ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างหนัก และแย่งกันกวดวิชาสุดฤทธิ์
และนั่นหมายความว่าเมื่อกระทรวงศึกษาของจีนประกาศปฏิรูปการศึกษาในทุกระดับ ก็ต้องรวมถึงแนวทางการจัดการโรงเรียนกวดวิชาด้วย โดยเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จีนได้สั่งให้บรรดาบริษัทกวดวิชาของเอกชนทั้งหมดแปลงเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร โดยให้สถาบันติวเตอร์เหล่านี้สอนบทเรียนได้เฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์วันละ 1 ชั่วโมง และห้ามสอนวิชาหลัก
นี่ยังไม่นับรวมถึงนโยบายเรื่องครูในสถานศึกษา ที่ต้องให้สลับปรับเปลี่ยนกันไปรับตำแหน่งในโรงเรียนต่าง ๆ ทุก 6 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้ครูที่มีความรู้ความสามารถกระจุกอยู่ในโรงเรียนระดับหัวกะทิบางแห่งเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้น ยังได้ออกตำเตือนไม่ให้โรงเรียนต่าง ๆ สร้างห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ ประเภทห้องกิ๊ฟเต็ด หรือห้องอัจฉริยะใด ๆ
และถ้าจำกันได้ เมื่อต้นปีกระทรวงศึกษาธิการบ้านเขาก็สั่งห้ามครูให้การบ้านแบบข้อเขียนสำหรับนักเรียนเกรด 1-2 รวมทั้งจำกัดการให้การบ้านนักเรียนมัธยมต้น ไม่ให้เกินวันละ 1.5 ชั่วโมง
งานนี้เรียกว่าจีน “ยกเครื่อง” ปฏิรูปการศึกษาใหม่กันเลยทีเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ได้
เลิก การสอบข้อเขียนในเด็กเล็ก
ลด การบ้านเด็ก
ละ ไม่ให้มีห้องเรียนพิเศษ
คุม ร.ร.กวดวิชาไม่ให้แสวงผลกำไร
ห้าม ร.ร.จัดอันดับคะแนนสอบ
ปรับ ครูทุก 6 ปี
ล่าสุดทางการเมืองเซี่ยงไฮ้ประกาศยกเลิกการสอบปลายภาควิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เพื่อลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง ตามเสียงเรียกร้องเพื่อลดการให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนรัฐบาล หลังจากนี้นักเรียนประถมจะสอบปลายภาคเฉพาะวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ ส่วนวิชาอื่นรวมทั้งภาษาอังกฤษจะวัดผลจากการประเมินของครูผู้สอน โดยไม่มีคะแนนสอบ
นี่ยังไม่นับเรื่องที่จีนออกกฎหมายบังคับให้เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แค่ระหว่างเวลา 20.00-21.00 น. เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ในช่วงเปิดภาคเรียนเท่านั้น ส่วนช่วงปิดเทอม เด็กจะได้รับอนุญาตให้เล่นเกมออนไลน์ได้นานขึ้น แต่ยังจำกัดวันละ 60 นาที เป็นกฎใหม่ที่มีความพยายามเพื่อควบคุมพฤติกรรมเด็กติดเกมของจีน ที่ส่งผลต่อการศึกษาและชีวิตประจำวันของเด็กอย่างมาก
ที่รวบรวมเรื่อง “ทึ่ง” เหล่านี้ขึ้นมา ก็เพราะ “อึ้ง” กับประเด็นปัญหาที่เหมือนในบ้านเราที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งยังไม่ได้รับการชำระสะสาง แม้จะผ่านการปฏิรูปการศึกษาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2542 และปัญหาเหล่านี้ก็ยังดำรงอยู่
ภาพที่สะท้อนชัดในบ้านเขาก็คือ การจัดการที่เด็ดขาด ลงมือทำทันที และแก้ปัญหาที่มีลักษณะโดมิโน่และส่งผลสัมพันธ์กันในเวลาที่ไล่เลี่ยแบบสอดรับกัน แม้จะยังไม่เห็นผล แต่สิ่งเหล่านี้คือข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นในบ้านเรามาตลอด และถ้าเรายังแก้ปัญหาทีละอย่าง เงื้อง่าทีละเรื่อง สุดท้ายก็แก้ปัญหาไม่ได้ซะที
เล่าสู่กันฟังเฉย ๆ ไม่ได้คิดไม่ได้ฝันว่าจะเกิดขึ้นในบ้านเราหรอก
ที่มา ; #ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
บทความกล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาของจีนภายหลังการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้สำเร็จ โดยรัฐบาลจีนเดินหน้าลดความกดดันทางการศึกษาของนักเรียนอย่างจริงจังและเป็นระบบ เช่น ห้ามสอบข้อเขียนสำหรับเด็กอายุ 6–7 ปี จำกัดการสอบในระดับประถมและมัธยมต้นไม่เกินภาคเรียนละ 1 ครั้ง และห้ามจัดสอบย่อยหลายรูปแบบในระดับมัธยมต้น รวมถึงห้ามเปลี่ยนชื่อสอบเพื่อหลีกเลี่ยงกฎเดิม ระบบการศึกษาจีนที่เน้นการแข่งขันสูงผ่านการสอบ “เกาเข่า” ทำให้เกิดการกวดวิชาอย่างเข้มข้น จึงมีมาตรการควบคุมธุรกิจกวดวิชาให้เป็นองค์กรไม่แสวงกำไร จำกัดเวลาเรียนและห้ามสอนวิชาหลัก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดภาระนักเรียน เช่น ลดการบ้าน ยกเลิกห้องเรียนพิเศษและห้องกิฟต์เด็ด หมุนเวียนครูทุก 6 ปี และยกเลิกการสอบบางวิชา เช่น ภาษาอังกฤษในระดับประถมของเซี่ยงไฮ้ พร้อมใช้การประเมินแทน รวมทั้งควบคุมการเล่นเกมของเด็กอย่างเข้มงวด มาตรการทั้งหมดสะท้อนการแก้ปัญหาเชิงระบบแบบบูรณาการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดความเครียด และปรับสมดุลระบบการศึกษา โดยเน้นการจัดการแบบเด็ดขาดและเชื่อมโยงผลกระทบหลายมิติ ต่างจากบางประเทศที่ยังแก้ปัญหาแบบแยกส่วนไม่ต่อเนื่อง
เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาจีนตามบทความคือข้อใด
A. เพิ่มการแข่งขันด้านวิชาการ
B. ลดความเหลื่อมล้ำและความกดดันทางการศึกษา
C. เพิ่มจำนวนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
D. ขยายธุรกิจกวดวิชาให้เติบโต
เฉลย: B
เหตุผล: มาตรการทั้งหมดมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและลดแรงกดดันของผู้เรียนเป็นหลัก
เหตุผลสำคัญที่ห้ามสอบเด็กอายุ 6–7 ปี คือข้อใด
A. ลดงบประมาณโรงเรียน
B. ลดภาระและผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก
C. เพิ่มเวลาเรียนพิเศษ
D. ปรับหลักสูตรให้ยากขึ้น
เฉลย: B
เหตุผล: เพื่อป้องกันความเครียดและผลกระทบต่อสุขภาพกาย–ใจของเด็กเล็ก
มาตรการเกี่ยวกับการสอบในระดับมัธยมต้นเน้นแนวคิดใด
A. เพิ่มการสอบเพื่อวัดผลละเอียด
B. ให้โรงเรียนแข่งขันกันมากขึ้น
C. ลดการสอบย่อยและควบคุมรูปแบบการประเมิน
D. เปิดเสรีการจัดสอบของโรงเรียน
เฉลย: C
เหตุผล: จำกัดการสอบย่อยรายสัปดาห์ รายเดือน และรูปแบบต่าง ๆ เพื่อลดภาระ
การปรับธุรกิจกวดวิชาเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรมีเป้าหมายเพื่ออะไร
A. เพิ่มรายได้รัฐ
B. ส่งเสริมการแข่งขัน
C. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
D. เพิ่มจำนวนครู
เฉลย: C
เหตุผล: เพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการกวดวิชา
แนวทาง “หมุนเวียนครูทุก 6 ปี” มีจุดประสงค์ใด
A. ลดจำนวนครู
B. ป้องกันการกระจุกตัวของครูเก่ง
C. เพิ่มภาระงานครู
D. ลดจำนวนโรงเรียน
เฉลย: B
เหตุผล: เพื่อกระจายครูคุณภาพให้ทั่วถึง ไม่กระจุกในโรงเรียนชั้นนำ
การยกเลิกห้องเรียนพิเศษมีผลต่อระบบการศึกษาอย่างไร
A. เพิ่มความเหลื่อมล้ำ
B. ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส
C. เพิ่มการแข่งขันสอบ
D. ลดคุณภาพผู้เรียน
เฉลย: B
เหตุผล: ลดการแบ่งแยกนักเรียนและโอกาสไม่เท่าเทียม
การยกเลิกสอบภาษาอังกฤษบางระดับในเซี่ยงไฮ้สะท้อนแนวคิดใด
A. เน้นภาษาต่างประเทศมากขึ้น
B. ลดความสำคัญทุกวิชา
C. ใช้การประเมินแทนการสอบ
D. เพิ่มการสอบมาตรฐานสากล
เฉลย: C
เหตุผล: เปลี่ยนจากการสอบเป็นการประเมินของครู
การควบคุมการเล่นเกมของเด็กมีเป้าหมายหลักคืออะไร
A. เพิ่มรายได้อุตสาหกรรมเกม
B. ลดเวลาว่างของเด็ก
C. ลดผลกระทบต่อการเรียนและพฤติกรรม
D. ส่งเสริมการแข่งขันเกม
เฉลย: C
เหตุผล: ป้องกันผลเสียต่อการเรียนและชีวิตประจำวันของเด็ก
ลักษณะเด่นของการปฏิรูปการศึกษาจีนตามบทความคือข้อใด
A. แก้ปัญหาแบบแยกส่วน
B. เน้นเฉพาะการสอบ
C. แก้ปัญหาเชิงระบบและเชื่อมโยง
D. ลดบทบาทรัฐ
เฉลย: C
เหตุผล: เป็นการแก้แบบบูรณาการหลายมิติพร้อมกัน
ข้อคิดสำคัญที่สามารถนำไปใช้ในบริบทการศึกษาคือข้อใด
A. แก้ปัญหาเฉพาะจุดดีที่สุด
B. ลดบทบาทนโยบายรัฐ
C. ใช้การปฏิรูปแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ
D. เพิ่มจำนวนการสอบเท่านั้น
เฉลย: C
เหตุผล: การแก้ปัญหาการศึกษาควรทำเชิงระบบ ไม่แยกส่วน เพื่อให้เกิดผลยั่งยืน