
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ดำเนินการดังนี้คือ
พัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษา (ระดับตำบล) ให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ประจำเขตตรวจราชการของสำนักนายกรัฐมนตรี 6 เขต จำนวน 6 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึงการจัดการเรียนการสอนด้าน STEM โดยทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย
· เขตตรวจราชการที่ 3 ครอบคลุมจังหวัดเขตพื้นที่บริการ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี,
· เขตตรวจราชการที่ 9 ครอบคลุมจันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว,
· เขตตรวจราชการที่ 12 ครอบคลุมกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด,
· เขตตรวจราชการที่ 14 ครอบคลุมยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี,
· เขตตรวจราชการที่ 15 ครอบคลุมเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน,
· เขตตรวจราชการที่ 18 ครอบคลุม กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ครม.ยังได้เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการดังกล่าวจำนวน 3,275.958 ล้านบาท หรือแห่งละประมาณ 545.993 ล้านบาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565-2569 รวมระยะเวลา 5 ปี ส่วนระยะต่อไปให้ขอจัดตั้งงบประมาณประจำปีตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังให้ปรับปรุงแก้ไขจังหวัดเขตพื้นที่บริการโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับจำนวนโรงเรียนและบริบทเชิงพื้นที่ ภูมิศาสตร์ ภูมิสังคม ระบบราชการ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินการ พร้อมทั้งดำเนินการจัดระเบียบโครงสร้างการบริหารงานกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ให้เกิดเอกภาพ มีความเป็นอิสระ คล่องตัว มีประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคล วิชาการ งบประมาณ และบริหารทั่วไปเพื่อเป็นต้นแบบต่อไป
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โดยให้มีคณะกรรมการพัฒนาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำการบริหารงานและการพัฒนาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย แก่กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และหน่วยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการกำหนดนโยบาย ทิศทาง การพัฒนา กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ครม. ให้กระทรวงศึกษาธิการรับความเห็นและข้อสังเกตของหน่วยงานต่างๆ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยกระทรวงการคลังขอให้มีการให้ความสำคัญกับการควบคุม กำกับดูแลการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ สำนักงบประมาณให้พิจารณาการดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาในภาพรวมการพัฒนาประเทศในทุกมิติ
“ครม.” ไฟเขียวใช้งบกว่า 3.2 พันล. พัฒนารร.มัธยมระดับตำบลเป็นรร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ หวังสร้างโอกาส-ความเสมอภาคทางการศึกษา
ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 5 ตุลาคม 2564