สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ชวนรู้จัก Digital Mindset ของดีที่ครูต้องมี

เมื่อพูดถึงทักษะที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลที่ครูต้องมี หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) แต่ในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีพัฒนาและก้าวหน้าอยู่ตลอด หากเรามีแค่ Digital Literacy อาจจะไม่เพียงพอแล้ว ครูต้องมี Digital Mindset ด้วย

Digital Mindset VS Digital Literacy
          ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) หมายถึงทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานในองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความสามารถ 4 มิติ ได้แก่ การใช้ ความเข้าใจ การสร้าง และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ขณะที่ชุดความคิดแบบดิจิทัล (Digital Mindset) คือ ชุดของทัศนคติและพฤติกรรมที่ช่วยให้คนคนนั้นเห็นว่า ข้อมูล อัลกอริทึม และ AI เปิดโอกาสใหม่ๆ ได้อย่างไร ส่วนที่ทำให้ Digital Mindset เหนือกว่า Digital Literacy นั่นก็คือ การมองเห็นถึงประโยชน์และตระหนักในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพราะตระหนักได้ว่า เทคโนโลยีช่วยทำให้วิธีการทำงานแบบเดิม ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
          การพัฒนาทักษะให้กลายเป็น Digital Mindset นั้นสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้กัน
 

แนวทางการเสริมสร้าง Digital Mindset
          1. กำหนดเป้าหมายก่อนใช้
          
ขั้นแรกก่อนจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เราต้องรู้ว่าจะใช้มันเพื่ออะไร และอย่างไรให้เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อนำมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ จะต้องเข้าใจในสิ่งที่จะจัดการเรียนรู้ให้ดีก่อน จากนั้นจึงมองหาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่จะเข้ามาสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนได้คิดและฝึกฝนทักษะตามต้องการได้
          2. สร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกัน
          เช่นเดียวกับข้อแรก 
สิ่งแรกในการสร้างชุมชน คือครูต้องมีเป้าหมายร่วมกันเสียก่อน หากคุณครูในโรงเรียนเห็นว่าเทคโนโลยีมีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน และนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน การสร้างพื้นที่ให้ครูที่มีความสนใจคล้ายกันมาแลกเปลี่ยนกัน จะทำให้มองเห็นแนวทางการใช้ใหม่ ๆ ในห้องเรียน และเมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคจากการใช้ก็สามารถนำมาพูดคุย และหาทางแก้ไขร่วมกันได้ เกิดเป็นการพัฒนาและเติบโตไปด้วยกัน
          3. เรียนรู้ที่จะ Unlearn
          การส่งเสริมให้ครูมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ การเลิกเรียนรู้ทักษะ ความเชื่อ หรือค่านิยมที่ล้าสมัย แล้วเปิดใจเรียนรู้ทักษะที่สำคัญในปัจจุบันแทน ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม Paint ซึ่งเป็นโปรแกรมวาดภาพระบายสีในคอมพิวเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันอาจไม่นิยมใช้ทำงานกัน แต่ก็ยังพบว่าเป็นเนื้อหาที่ผู้เรียนต้องเรียนและครูซึ่งเป็นผู้สอนก็ต้องฝึกใช้งานโปรแกรม Paint เพื่อนำไปสอนผู้เรียน เนื่องจากในปัจจุบันมีแอปพลิเคชัน Goodnotes หรือ Procreate ที่ทันสมัย สามารถผลิตผลงานออกมาได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้น หากครูต้องการวาดรูปเพื่อนำมาทำสื่อการสอน สองแอปพลิเคชันข้างต้นก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่ครูควรจะเริ่มศึกษาและเรียนรู้
          4. สร้างห้องเรียนเทคโนโลยี
          ครูมีบทบาทสำคัญในการสร้าง Digital Mindset ผ่านเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลองใช้เทคโนโลยีในการค้นคว้าหาความรู้ให้เป็น และสร้างโอกาสให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น เช่น Padlet ClassDojo หรือ Kahoot ที่ครูคุ้นเคย หรือใช้แหล่งเรียนรู้จากคลังบทเรียนออนไลน์แบบเปิด (MOOC)
          นอกจากนี้ครูยังมีบทบาทเป็นผู้สังเกต ชี้แนะ สนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามที่คาดหวัง เนื่องจากปัจจุบันความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ภายในห้องเรียน 
ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้เนื้อหาที่พวกเขาสนใจหรือต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ จึงควรใช้โอกาสนี้เปลี่ยนจากการมอบหมายงานที่ใช้ความรู้ในหนังสือมาตอบ เป็นการให้ผู้เรียนค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาสรุปเป็นองค์ความรู้ของตนเอง

          ในการสร้าง Digital Mindset ซึ่งถือเป็นทักษะที่สำคัญเป็นอย่างมากกับทั้งตัวครูและผู้เรียน ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ จำเป็นต้องอาศัยครูเป็นผู้เริ่มและปลูกฝังแนวคิดนี้ให้แก่ผู้เรียน เพราะในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึง Metaverse หรือเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน ซึ่งเป็นอีกขั้นของยุคดิจิทัลที่ใกล้ตัวครูขึ้นทุกที ฉะนั้นหากเตรียมตัวให้พร้อม ย่อมเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด 

แหล่งอ้างอิง

บทความโดย เอกปวีร์ สีฟ้า 

ที่มา ;EDUCA

สรุปสาระสำคัญ

ทักษะดิจิทัลของครูในปัจจุบันไม่เพียงพอหากมีแค่ Digital Literacy แต่ต้องมี Digital Mindset ร่วมด้วย Digital Literacy คือความสามารถในการใช้ เข้าใจ สร้าง และเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการเรียนรู้ ส่วน Digital Mindset คือทัศนคติและกรอบความคิดที่มองเห็นโอกาสจากข้อมูล เทคโนโลยี อัลกอริทึม และ AI พร้อมตระหนักว่าเทคโนโลยีช่วยยกระดับวิธีการทำงานแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนา Digital Mindset มีแนวทางสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ (1) การกำหนดเป้าหมายก่อนใช้เทคโนโลยี เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ (2) การสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครู เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแก้ปัญหาร่วมกัน (3) การเรียนรู้แบบ Unlearn คือการเลิกยึดติดวิธีการเดิมที่ล้าสมัย และเปิดรับเครื่องมือใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่า (4) การสร้างห้องเรียนเทคโนโลยี ให้ผู้เรียนใช้เครื่องมือดิจิทัลในการค้นคว้า สร้างองค์ความรู้ และเรียนรู้ร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ

บทบาทของครูจึงเป็นผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ สังเกต ชี้แนะ และส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต เช่น Metaverse และสังคมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

ข้อสอบ

ข้อ 1

Digital Literacy หมายถึงข้อใด
ก. การมีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยี
ข. การใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง
ค. ความสามารถใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. การสร้างนวัตกรรม AI ขั้นสูง
เฉลย: ค
เหตุผล: Digital Literacy เน้นการใช้ เข้าใจ สร้าง และเข้าถึงเทคโนโลยี

 

ข้อ 2

ข้อใดอธิบาย Digital Mindset ได้ถูกต้องที่สุด
ก. การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้คล่อง
ข. การมองเห็นโอกาสจากข้อมูลและเทคโนโลยี
ค. การเขียนโปรแกรมได้
ง. การใช้สื่อออนไลน์เพื่อสอน
เฉลย: ข
เหตุผล: Digital Mindset คือกรอบความคิดที่เห็นโอกาสจากเทคโนโลยี

 

ข้อ 3

เหตุผลสำคัญที่ Digital Literacy เพียงอย่างเดียวไม่พอ คือข้อใด
ก. เทคโนโลยีมีราคาแพง
ข. ครูไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้
ค. เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้องใช้ความคิดเชิงปรับตัว
ง. นักเรียนไม่สนใจเทคโนโลยี
เฉลย: ค
เหตุผล: โลกดิจิทัลเปลี่ยนเร็ว ต้องมี mindset รองรับ

 

ข้อ 4

ขั้นตอนแรกของการสร้าง Digital Mindset คือข้อใด
ก. ใช้เทคโนโลยีทันที
ข. กำหนดเป้าหมายก่อนใช้
ค. ซื้ออุปกรณ์ใหม่
ง. เลิกใช้หนังสือเรียน
เฉลย: ข
เหตุผล: ต้องรู้เป้าหมายก่อนเลือกเทคโนโลยี

 

ข้อ 5

“Unlearn” ในบริบทบทความหมายถึงข้อใด
ก. เรียนรู้ทุกอย่างใหม่ทั้งหมด
ข. ลืมเทคโนโลยีเดิมทั้งหมด
ค. เลิกยึดติดความรู้เดิมที่ล้าสมัย
ง. ไม่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
เฉลย: ค
เหตุผล: คือการปรับความคิดและละทิ้งสิ่งที่ไม่เหมาะกับปัจจุบัน

 

ข้อ 6

ข้อใดเป็นประโยชน์ของชุมชนการเรียนรู้ของครู
ก. ลดภาระงานเอกสาร
ข. เพิ่มเวลาว่างครู
ค. แลกเปลี่ยนและแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน
ง. ลดจำนวนนักเรียน
เฉลย: ค
เหตุผล: ชุมชนช่วยแลกเปลี่ยนและพัฒนาร่วมกัน

 

ข้อ 7

บทบาทของครูในห้องเรียนดิจิทัลคือข้อใด
ก. ผู้สอนเนื้อหาอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมการใช้มือถือ
ค. ผู้ชี้แนะและสนับสนุนการเรียนรู้
ง. ผู้ให้คะแนนเป็นหลัก
เฉลย: ค
เหตุผล: ครูเป็น facilitator ไม่ใช่ผู้บอกเพียงอย่างเดียว

 

ข้อ 8

ข้อใดเป็นตัวอย่างการสร้างห้องเรียนเทคโนโลยี
ก. ให้นักเรียนท่องจำหนังสือ
ข. ใช้ Padlet หรือ Kahoot ในการเรียน
ค. งดใช้เทคโนโลยีทั้งหมด
ง. ให้ทำแบบฝึกหัดในกระดาษเท่านั้น
เฉลย: ข
เหตุผล: เป็นการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการเรียนรู้

 

ข้อ 9

การมอบหมายงานที่สอดคล้อง Digital Mindset คือข้อใด
ก. คัดลอกคำตอบจากหนังสือ
ข. ค้นคว้าออนไลน์และสรุปองค์ความรู้
ค. ท่องจำบทเรียน
ง. ทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ
เฉลย: ข
เหตุผล: เน้นการคิด วิเคราะห์ และใช้เทคโนโลยี

 

ข้อ 10

เทคโนโลยีอนาคตที่บทความกล่าวถึงคือข้อใด
ก. เครื่องคิดเลข
ข. วิทยุ
ค. Metaverse
ง. โทรทัศน์
เฉลย: ค
เหตุผล: Metaverse คือเทคโนโลยีโลกเสมือนที่กำลังพัฒนา

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น