สมาชิกเข้าสู่ระบบ

เตรียมพร้อมกันหรือยัง 10 อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงของ "เทคโนโลยี" ทำให้หลายองค์กรต้องปรับตัว โดยเฉพาะการปรับลดจำนวนพนักงานลง ซึ่งปี 2563 มีบทวิเคราะห์ถึง 10 อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี แล้วองค์กรต่างๆ จะต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคนในองค์กรอย่างไรให้ก้าวเดินไปพร้อมกันได้?

ผู้นำมีหน้าที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ การสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ให้เกิดขึ้นและทำตัวเป็น ตัวอย่างที่ดีด้วย” ความสามารถในเรื่องของ การบริหารจัดการเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (Change Management) จึงมีความสำคัญมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะในยุคที่พูดถึง Digital Transformation เช่นทุกวันนี้

เมื่อปลายปี 2563 มีบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของสถาบันแห่งหนึ่งได้รายงานถึง “10 อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี” อันได้แก่

(1) สุขภาพและการแพทย์

(2) ประกันภัย

(3) สถาปัตย์

(4) ผู้สื่อข่าว

(5) อุตสาหกรรมการเงิน

(6) ครูและอาจารย์

(7) ทรัพยากรบุคคล

(8) ตลาดและโฆษณา

(9) ทนายความ และ

(10) การบังคับใช้กฎหมาย

ผลกระทบจากเทคโนโลยี (โดยเฉพาะ Disruptive Technology) ที่ปรากฏให้เห็นชัดในปัจจุบันก็คือ กรณีที่สถานประกอบการหลายแห่งได้ประกาศทยอยปิดโรงงานห้างร้าน ค่อยๆ หรือปรับลดพนักงานลง

ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีผละกระทบต่อองค์กรเสมอ (ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง) โดยเฉพาะการปรับลดพนักงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจพนักงานโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก

แต่โดยหลักการแล้ว วิธีการปรับลดพนักงาน น่าจะเป็นมาตรการสุดท้ายในกระบวนการ การบริหารจัดการเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (Change Management) หรือ การพัฒนาองค์กร” (Organization Development OD) ด้วยเหตุที่ต้องทำก็เพราะไม่สามารถใช้มาตรการใดๆ อีกแล้ว เพื่อเป็นการลดต้นทุนและปรับเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อความอยู่รอดขององค์กรในระยะยาว

เรื่องของการปรับลดพนักงานนี้ จึงควรมีการวางแผนดำเนินการแต่เนิ่นๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นไปด้วยความสมัครใจของพนักงาน บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ดังเช่นหลายๆ โครงการที่เกษียณก่อนอายุ หรือโครงการจากกันด้วยดี เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม ผู้บริหารจะต้องทำให้พนักงานทุกคนรับรู้ใน ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลง” (Sense of Urgency) คือ ต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เราจะอยู่กันแบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว และหากไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ องค์กรก็จะต้องล่มสลายในที่สุด เพราะสู้กับคู่แข่งไม่ได้ โดยเฉพาะคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีและมีนวัตกรรมใหม่ๆ

ดังนั้น การพัฒนาองค์กรจึงต้องเริ่มด้วย การพัฒนาคนเพื่อทำให้เกิดความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะที่เกิดขึ้น

การพัฒนาคนในปัจจุบัน จึงมักจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ ซึ่งมีทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ดังนี้

(1) Analytical thinking and innovation

(2) Active learning and learning strategies

(3) Creativity, originality and initiative

(4) Technology design and programming

(5) Critical thinking and analysis 

(6) Complex problem-solving

(7) Leadership and social influence

(8) Emotional intelligence

(9) Reasoning, problem-solving and ideation และ

(10) Systems analysis and evaluation

ทุกวันนี้ องค์กรต่างๆ จะมีโครงการฝึกอบรมพนักงานมากมาย แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนักพนักงานก็กลับไปคิดแบบเดิมๆ ทำงานแบบเดิมๆ จึงได้ผลลัพธ์เดิมๆ อันเนื่องจากวิธีการฝึกอบรมเป็นแบบเดิม นอกจากนี้ผู้บริหารยังขาดความจริงจังในเรื่องของการติดตามและประเมินผล

ประเด็นนี้ ไอน์สไตน์ ได้กล่าวไว้ว่า มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่ทำวิธีเดิมซ้ำๆ ซากๆ แต่กลับหวังว่าจะเกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม

ยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้แล้ว อาจจะดูหมดหวังหมดอนาคตก็จริง แต่แท้จริงแล้วเรายังมีคนที่รอการพัฒนา สำหรับความพร้อมในยุคนิวนอร์มอล ครับผม!

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ 

ข่าวเกี่ยวกัน

เผย '8 คำทำนาย' เทคโนโลยีจะเปลี่ยนชีวิต 'คน' อย่างไรในปีนี้

มื่อสมรภูมิโควิดภิวัฒน์เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้าถึง และนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ฐานข้อมูล พื้นที่จัดเก็บ เอไอ บล็อกเชน ล้วนแต่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้นเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

โอลิวิเยร์ ไคลน์ (Olivier Klein) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีอุบัติใหม่ AWS กล่าวว่า  8 คำทำนายที่ชี้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงชีวิต 'คน' อย่างไรในปีนี้ ได้แก่ 

     1.คลาวด์จะอยู่ในทุกอย่าง ช่วงเวลาที่คลาวด์จะไม่เป็นแค่ที่เก็บข้อมูลอีกต่อไป เพราะแอปที่ทำงานอยู่บนคลาวด์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหลายธุรกรรม เช่น การเดินเรือในทะเล, การเดินทางด้วยอากาศยาน ด้วยความเร็วในการเชื่อมต่อ internet ที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ทำให้การรับส่งคำสั่งระหว่างคอมพิวเตอร์ที่อยู่ไกลกันเป็นไปได้ไม่ยาก

Cloud computing จะอยู่ในเกือบจะทุกที่ และทำประโยชน์อย่างมากให้กับธุรกิจทุกขนาด แทนที่จะต้องลงทุนมหาศาลในการมีศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ความคล่องตัวขององค์กรเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนและเวลาที่ใช้ในการทดลองและพัฒนาลดลงอย่างมาก และความสามารถในการเข้าถึงฐานลูกค้าทั่วโลก

     2.อินเทอร์เน็ตแห่ง Machine Learning ทุกวันนี้การสร้างข้อมูลใน 1 ชั่วโมง มากกว่าที่สร้างขึ้นทั้งปีในปี 2543 ทั้งปี และจะมากขึ้นไปอีก ทำให้การเติบโตของข้อมูลส่งผลอย่างเห็นได้ชัดในปีที่ผ่านมา ในแง่ของการทำงานวิจัย การคิดค้นยาของบริษัทยา หรือหน่วยงานของรัฐ และสถาบันสุขภาพต่าง ๆ ที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในการคิดค้นวิธีป้องกันและรักษาโรค ทำให้ต้องอาศัยการประมวลผลของระบบ Machine Learning เพื่อที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านี้นำไปใช้งานได้ผลจริง ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลอย่างเดียว

ซึ่งในปี 2564 จะได้เห็นการนำระบบ Machine Learning มาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐ และในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ขั้นตอนการผลิตสินค้า วงการกีฬา วงการเกษตรกรรมโดยเฉพาะในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา ที่ Machine Learning ถูกมาใช้ในการเก็บข้อมูลที่สำคัญ เพื่อช่วยในการปลูกพืชทำสวนและกำหนดราคาผลผลิต

"คาดการณ์ว่าธุรกิจที่ดำเนินงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ จะมีมูลค่าทางธุรกิจที่สูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2565 ในปัจจุบัน ML สามารถนำมาใช้ได้ในธุรกิจส่วนใหญ่ เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์และเนื้อหาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalization) ระบบอัจฉริยะของศูนย์ติดต่อ ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีในการประมวลผลเอกสาร และยังมีกรณีการใช้งานที่ปรับแต่งสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น การทดลองยา หรือการควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิต

     3.ในปี 2564 รูป วิดีโอ และไฟล์เสียง จะสำคัญมากกว่าสิ่งที่ต้องอ่าน และตัวหนังสือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา User Interface ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียง วิดีโอ หรือภาพ ช่วยให้คนสื่อสารกันเองและสั่งงานเครื่องจักรได้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น จนทำให้การอ่านตัวหนังสือบนหน้าจอลดลงเรื่อย ๆ บริษัทที่อยากจะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็อาจต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติให้แก่ผู้บริโภค และนำ User Interface เหล่านี้มาปรับใช้

โอลิวิเยร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการดึงข้อมูลเชิงลึกจากวิดีโอ ภาพถ่าย หรือเสียง เป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ แต่ด้วยบริการ AI ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบของ AWS เช่น  Amazon Rekognition ช่วยให้เพิ่มการวิเคราะห์ภาพและวิดีโอไปยังแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย คุณสามารถระบุวัตถุ คน ข้อความ ฉาก และกิจกรรมในภาพและวิดีโอได

     4.เทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกออฟไลน์ มากพอกับโลกออนไลน์ ปี 2564 จะเห็นการผสมผสานของโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัล ด้วยความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้นจาก IoT, 5และ Cloud Computing ทำให้สามารถสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าได้ นอกจากนั้นแล้วการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและ Machine Learning จะทำให้เมืองต่าง ๆ สามารถวางแผน จัดการเพื่อให้ประชากรมีสุขภาพดีขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น เช่น การเดินเท้าเพื่อทำความเข้าใจว่าคนที่เดินตามถนนมีการเคลื่อนที่ไปมาอย่างไร เริ่มคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคนที่เดินบนถนนได้แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง ในช่วงฤดูท่องเที่ยวในหน้าร้อนหรือในช่วงที่มีไข้หวัดในหน้าหนาว หรือการออกแบบทางออกของห้องน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้คนเดินชนกัน และรักษาระยะห่างทางสังคมที่ปลอดภัย

ในส่วนของธุรกิจอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาเซียน ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมักไม่ใช้บริการธนาคารหรือมีข้อจำกัดการเข้าถึงบริการทางการเงิน ดิจิทัลและ Cloud Computing สามารถช่วยสร้างกระเป๋าเงินแบบไม่ใช้เงินสด และประสบการณ์ด้านการเงินซึ่งช่วยให้ผู้ที่ไม่ใช้บริการธนาคารสามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินทั่วโลกได้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ AWS พร้อมที่จะช่วยให้ลูกค้าให้ประสบความสำเร็จและเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดใน IoT การวิเคราะห์ข้อมูล และ Machine Learning

     5.การเรียนทางไกล ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการการศึกษา เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างมากในการศึกษาของเยาวชนโดยในเฉพาะในช่วงที่มีโรคระบาด และถูกพิสูจน์แล้วว่ามันได้ผลและอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ดังนั้นเขาเชื่อว่าเด็ก ๆ ควรกลับเข้าห้องเรียน แต่ระบบการศึกษาควรมีแผนสำรองเอาไว้ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน จะทำให้ไม่มีใครต้องเสียเวลากับการขาดโอกาสในการเรียนรู้

 “การศึกษาออนไลน์เป็นวิธีใหม่ในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา การฝึกอบรมและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้กับนักเรียนทั่วโลก การเรียนรู้แบบตัวต่อตัวนั้นจะไม่หายไป เพราะมักจะให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงด้วยการลงมือปฏิบัติและการให้ข้อเสนอแนะโดยตรง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการย้ายการศึกษาบางส่วนไปออนไลน์และทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นทั่วโลกจะ ขยายตัวต่อไปในอนาคต ตัวอย่างเช่น OpenDurian หนึ่งในผู้ให้บริการเนื้อหาเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบในวิชาต่างๆ ที่มีผู้ใช้กว่า ล้านคนต่อปี

     6.ธุรกิจขนาดเล็กจะเข้าสู่ระบบคลาวด์ และผู้นำจะเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา ธุรกิจรายย่อยเริ่มที่จะใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อเข้าถึงลูกค้า เห็นได้จากการเกิดขึ้นใหม่ของเทคโนโลยีขั้นสูง รวมไปถึงบริการที่เข้ามาช่วยกลุ่มธุรกิจรายย่อย ตัวอย่างเช่น Chatbot ที่ช่วยตอบคำถามที่ถูกถามบ่อย ๆ หรือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค ธุรกิจรายย่อยจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างขึ้นมาเอง ตอกย้ำคำว่า cloud everywhere” ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่ธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่เผชิญในปีที่ผ่านมา มีเพียง 47เท่านั้นของธุรกิจรายย่อยในอเมริกาที่มีเว็บไซต์ และเชื่อว่าตัวเลขนี้จะโตขึ้นในปีนี้ เมื่อแนวโน้มนี้ขยายไปทั่วโลกควรมองไปที่หลาย ๆ ประเทศต่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และแอฟริกา เช่น เคนยา ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ เพื่อเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจ

     7.เริ่มเห็นการใช้งาน ควอนตัม คอมพิวเตอร์ มากขึ้น ในงาน re:Invent 2019 AWS ได้เปิดตัวบริการใหม่ที่เรียกว่า AWS Braket ที่มอบโอกาสให้กับผู้ใช้งานเข้าถึงการประมวลผลและการหาข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระดับ Quantum ช่วยให้นักวิจัยและนักพัฒนามีเทคโนโลยีในการค้นหาและวิจัยที่รวดเร็วแม่นยำ และที่สำคัญใคร ๆ ก็ใช้ได้ผ่าน AWS โดยสร้างพัฒนาและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้และใช้ได้กับงานที่อยากทำ เพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าในอนาคตด้วยคอมพิวเตอร์ระดับควอนตัม

     8.ทยานสู่พรมแดนสุดท้าย ด้วยการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงดาวเทียมได้ ในปี 2562 AWS เปิดตัวบริการที่เรียกว่า AWS Ground Station ช่วยให้สามารถควบคุมการสื่อสารผ่านระบบดาวเทียม ประมวลผลข้อมูล ปรับขนาดการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลกับการสร้างหรือจัดการโครงสร้างพื้นฐานของสถานีภาคพื้นดิน ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสถานีภาคพื้นดินได้มากถึง 80% โดยดาวเทียมช่วยให้เข้าใจโลกมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานต่าง ๆ อาทิ การพยากรณ์อากาศและการเกษตร ,การขนส่งทั่วโลกและการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ,การสังเกตการณ์โลกและความปลอดภัยจากอัคคีภัย 

ที่มา ; กรุงเทพธุรกิจ

สรุปสาระสำคัญ 

บทความกล่าวถึงผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลและ Disruptive Technology ที่ทำให้องค์กรทั่วโลกต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดจำนวนพนักงานและการปรับโครงสร้างองค์กรในหลายอาชีพ เช่น การแพทย์ ประกันภัย สถาปัตย์ สื่อ การเงิน การศึกษา ทรัพยากรบุคคล การตลาด กฎหมาย และงานบังคับใช้กฎหมาย เทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการทำงานและรูปแบบธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้นำองค์กรจึงต้องมีบทบาทสำคัญในการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) โดยสร้างความเข้าใจและ “ความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลง” ให้พนักงานเห็นชัดเจน พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดี การปรับลดพนักงานควรเป็นทางเลือกสุดท้าย และดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปบนพื้นฐานความสมัครใจ

การพัฒนาองค์กรต้องเริ่มจาก “การพัฒนาคน” ทั้งทักษะด้านวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี การแก้ปัญหา และภาวะผู้นำ รวมถึง Soft Skills เช่น EQ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น แม้องค์กรจะมีการฝึกอบรม แต่ยังไม่ได้ผลดีพอเพราะขาดการติดตามและการเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มอนาคตยังชี้ว่าเทคโนโลยี เช่น Cloud, AI, Machine Learning, IoT และระบบดิจิทัล จะเข้ามาเปลี่ยนทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการศึกษาและธุรกิจขนาดเล็ก ดังนั้นองค์กรต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อความอยู่รอดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

ข้อ 1

แนวคิดสำคัญที่สุดของบทความนี้คือข้อใด
ก. การลดต้นทุนเป็นเป้าหมายหลักขององค์กร
ข. เทคโนโลยีทำให้ทุกอาชีพต้องยุติ
ค. การบริหารการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคนเป็นหัวใจสำคัญ 
ง. การฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวเพียงพอ

เฉลย ค
เหตุผล: บทความเน้น Change Management และการพัฒนาคนเป็นแกนหลัก

 

ข้อ 2

ข้อใดเป็น “มาตรการสุดท้าย” ในการบริหารการเปลี่ยนแปลง
ก. การฝึกอบรม
ข. การลดพนักงาน 
ค. การสื่อสารองค์กร
ง. การวางแผนกลยุทธ์

เฉลย ข
เหตุผล: บทความระบุว่าการลดพนักงานเป็นทางเลือกสุดท้าย

 

ข้อ 3

“Sense of Urgency” หมายถึงข้อใด
ก. การทำงานเร็วขึ้น
ข. การสร้างความเข้าใจว่าต้องเปลี่ยนแปลงเร่งด่วน 
ค. การลดค่าใช้จ่าย
ง. การเพิ่มโบนัสพนักงาน

เฉลย ข
เหตุผล: คือการทำให้พนักงานเห็นความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง

 

ข้อ 4

อาชีพใดได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีตามบทความ
ก. เกษตรกร
ข. ครูและอาจารย์ 
ค. พ่อค้าเร่
ง. ช่างไม้

เฉลย ข
เหตุผล: ครูและอาจารย์อยู่ใน 10 อาชีพที่ได้รับผลกระทบ

 

ข้อ 5

ข้อใดเป็นทักษะสำคัญในอนาคต
ก. การท่องจำ
ข. การคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม 
ค. การทำงานซ้ำ
ง. การใช้แรงงาน

เฉลย ข
เหตุผล: เน้น Analytical thinking และ innovation

 

ข้อ 6

เหตุผลที่การฝึกอบรมไม่ได้ผลดีคือข้อใด
ก. ไม่มีงบประมาณ
ข. ขาดการติดตามและเปลี่ยนพฤติกรรม 
ค. พนักงานไม่สนใจ
ง. ไม่มีเทคโนโลยี

เฉลย ข
เหตุผล: บทความชี้ว่าขาดการติดตามและประเมินผล

 

ข้อ 7

เทคโนโลยีใดมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
ก. Blockchain
ข. Machine Learning 
ค. Bluetooth
ง. Email

เฉลย ข
เหตุผล: ใช้ประมวลผล Big Data และการตัดสินใจ

 

ข้อ 8

หลักการ Change Management ที่สำคัญคือข้อใด
ก. ลดจำนวนพนักงาน
ข. สร้างความเข้าใจร่วมกัน 
ค. เพิ่มเวลาทำงาน
ง. ใช้เทคโนโลยีเท่านั้น

เฉลย ข
เหตุผล: ต้องสร้างความเข้าใจระหว่างผู้บริหารและพนักงาน

 

ข้อ 9

ข้อใดไม่ใช่ Soft Skills
ก. Emotional intelligence
ข. Leadership
ค. Programming 
ง. Social influence

เฉลย ค
เหตุผล: Programming เป็น Hard Skill

 

ข้อ 10

เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาองค์กรคือข้อใด
ก. เพิ่มกำไรระยะสั้น
ข. ลดจำนวนพนักงาน
ค. ความอยู่รอดและความยั่งยืน 
ง. แข่งขันด้านราคา

เฉลย ค
เหตุผล: เพื่อความอยู่รอดระยะยาวขององค์กร

ความเห็นของผู้ชม