
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. มีพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการออนไลน์ของคุรุสภา ประจำปี 2564 เรื่อง “Education Transformation in the Post - COVID Era : การศึกษาที่ผันเปลี่ยนในโลกหลังโควิด” โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้กล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบออนไลน์และบรรยายพิเศษตอนหนึ่ง ว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ตนได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธี และทราบว่าเป็นปีที่ 2 ที่คุรุสภาได้ใช้รูปแบบการจัดงานแบบออนไลน์ 100% โดยผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับชมและโต้ตอบกับวิทยากรได้ผ่านทางระบบออนไลน์ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่องค์กรวิชาชีพครูได้นำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน อันเป็นการเปลี่ยนรูปโฉม ของการจัดประชุมขนาดใหญ่ และเป็นการปรับตัวที่ดีจากการที่โลกของเราต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า การรับประกันว่าเด็กทุกคนจะมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ตลอดจนได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นโดยเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือด้านการเรียนรู้ หรือความช่วยเหลือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน ตลอดจนการพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับอุบัติภัยในอนาคต ผ่านการปรับปรุงกลไกในโรงเรียน การสร้างสรรค์ทรัพยากรทางการศึกษาที่หลากหลาย การส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะของครู รวมถึงศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการสนับสนุนผู้เรียนอย่างครบวงจรเหล่านี้ คือ ประเด็นท้าทายที่มีผลต่อการศึกษาที่ผันเปลี่ยนในโลกหลังโควิด
“ครู เป็นปัจจัยสำคัญของการแก้ไขปัญหาการศึกษายุคหลังโควิด-19 ที่ผู้เป็นครู จะต้องเป็นหลักในการขับเคลื่อน ผ่านการออกแบบการเรียนการสอนให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดการเรียนการสอน และเป็นผู้รับนโยบายเพื่อนำไปพัฒนาทักษะของตนเองเพื่อจะได้เติมเต็มให้ผู้เรียนต่อไป ดิฉันมุ่งหวังให้การประชุมทางวิชาการนี้ เป็นเวทีของครูและบุคลากรทางการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ ได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ เปิดโลกทัศน์ ของการเปลี่ยนแปลงการศึกษาในโลกหลังโควิด ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพครู ดิฉันก็เชื่อมั่นว่าเมื่อท่านได้ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมย่อมเป็นเครื่องแสดงถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความรับผิดชอบในฐานะครูและ บุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อวิชาชีพครูของตน ในการพัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ มีศักยภาพในการพัฒนางานในหน้าที่ให้บรรลุผลสำเร็จ สามารถสร้างเด็กไทย และคนไทยสำหรับโลกอนาคตต่อไปได้” นางสาวตรีนุช กล่าว
ด้าน ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การกำหนดธีม “Education Transformation in the Post - COVID Era : การศึกษาที่ผันเปลี่ยนในโลกหลังโควิด” เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง และทุก ๆ คน ได้เกิดการเรียนรู้ พัฒนา และปรับตัวรองรับการศึกษายุคหลังโควิด โดยปีนี้ได้รับความร่วมมือจาก 11หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นเจ้าภาพสนับสนุน แบ่งการจัดงานเป็น 3 เฟส ดังนี้
ซึ่งจากการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 - 19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีผู้สมัครแล้วมากกว่า 421,000 คน โดยหลักสูตรที่มีผู้ให้ความสนใจมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การผลิตสื่อวีดีโอออนไลน์อย่างมืออาชีพ สำหรับการเรียนการสอนแบบ Active Learning’ สมัคร 35,000 คน , การผลิตสื่อวีดีโอออนไลน์ให้ปัง ด้วย Line Application (AR, Avatra) สมัคร 32,559 คน และ Active Learning สไตล์ฟินแลนด์ สู่ห้องเรียนออนไลน์ สมัครกว่า 32,414 คน
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีความตื่นตัวในการสอนออนไลน์ ต้องการพัฒนาตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้ทุกคนสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ผู้สนใจยังสามารถลงทะเบียนเข้ารับการพัฒนาในเฟสสามทั้ง 18 หลักสูตร ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2564 ที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th โดยในเฟส 2 และ เฟส 3 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถรับเกียรติบัตรออนไลน์ตามเงื่อนไขที่คุรุสภากำหนด” ดร.ดิศกุล กล่าว.
ที่มา ; ผู้จัดการออนไลน์ 20 ส.ค. 2564
การประชุมวิชาการออนไลน์ของคุรุสภา ปี 2564 ภายใต้หัวข้อ “การศึกษาที่ผันเปลี่ยนในโลกหลังโควิด” สะท้อนการปรับตัวของระบบการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัล โดยใช้รูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และโต้ตอบได้อย่างทั่วถึง นโยบายสำคัญเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม ให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น รองรับวิกฤตในอนาคต
ครูถูกยกให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยต้องพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child-Centered) และใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน คุรุสภาได้จัดกิจกรรมพัฒนาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Pre Webinar (เผยแพร่ความรู้), Webinar (นำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้), และ Workshop (ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ)
ความสนใจของครูจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านการสอนออนไลน์และ Active Learning สะท้อนถึงความตื่นตัวในการพัฒนาตนเอง เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมสำหรับโลกอนาคต
ข้อ 1 แนวคิดสำคัญของการจัดการศึกษาในยุคหลังโควิดคือข้อใด
ก. เน้นการสอบแข่งขัน
ข. ความยืดหยุ่นและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
ค. ลดบทบาทครู
ง. เพิ่มการเรียนแบบท่องจำ
ข้อ 2 บทบาทของครูในยุคหลังโควิดควรเป็นอย่างไร
ก. ผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียว
ข. ผู้ควบคุมชั้นเรียน
ค. ผู้ออกแบบการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน
ง. ผู้ประเมินผลเท่านั้น
ข้อ 3 การจัดประชุมออนไลน์ของคุรุสภาสะท้อนสิ่งใดมากที่สุด
ก. การลดงบประมาณ
ข. การใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับตัว
ค. การลดจำนวนผู้เข้าร่วม
ง. การจำกัดความรู้
ข้อ 4 แนวคิด Child-Centered Approach หมายถึงอะไร
ก. ครูเป็นศูนย์กลาง
ข. เนื้อหาเป็นศูนย์กลาง
ค. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ง. เทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง
ข้อ 5 การแบ่งการจัดงานเป็น 3 เฟสมีจุดมุ่งหมายหลักคืออะไร
ก. ลดเวลาเรียน
ข. เพิ่มค่าใช้จ่าย
ค. พัฒนาการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
ง. จำกัดเนื้อหา
ข้อ 6 ความสนใจของครูในหลักสูตรออนไลน์สะท้อนอะไร
ก. การขาดทักษะ
ข. ความตื่นตัวในการพัฒนา
ค. การต่อต้านเทคโนโลยี
ง. ความไม่พร้อม
ข้อ 7 Active Learning มีลักษณะสำคัญคือข้อใด
ก. ครูบรรยายเป็นหลัก
ข. ผู้เรียนมีส่วนร่วม
ค. ใช้หนังสือเรียนเท่านั้น
ง. เน้นการสอบ
ข้อ 8 การพัฒนาระบบการศึกษาให้รองรับอนาคตควรเน้นอะไร
ก. ความคงที่
ข. ความยืดหยุ่น
ค. ความเข้มงวด
ง. ความซ้ำซ้อน
ข้อ 9 การใช้เทคโนโลยีในการศึกษาควรมีลักษณะใด
ก. ใช้ตามกระแส
ข. ใช้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ค. ใช้เฉพาะบางวิชา
ง. ไม่จำเป็นต้องใช้
ข้อ 10 เป้าหมายสูงสุดของการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาคืออะไร
ก. เพิ่มคะแนนสอบ
ข. สร้างผู้เรียนที่พร้อมสู่อนาคต
ค. ลดบทบาทครู
ง. เพิ่มจำนวนโรงเรียน
คลิกเฉลย >>>