สมาชิกเข้าสู่ระบบ

M488_คำขวัญวันครู 'ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์'

11 ม.ค. 2567- พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2567 และ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ. 2567 มี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายนพ ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และผู้มีเกียรติ ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ ชั้น 1 อาคารหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขับเคลื่อน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาเต็มกำลังความสามารถอย่างเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ภายใต้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” “ทำดี ทำได้ทำทันที” และใช้สำนวนที่เข้าใจง่ายคือ “เรียนดี มีความสุข” เพื่อเดินทางยกระดับคุณภาพการศึกษาไปด้วยกัน เพราะการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน รวมถึงผู้ปกครอง และเมื่อทุกคนมีความสุข จะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น ซี่งกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครู ด้วยการเร่งดำเนินการตามนโยบาย ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน ดังนี้

1) ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอนมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน

2) ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น สามารถโยกย้ายกลับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง พร้อมสำรวจครูขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ตามภูมิลำเนาเดิม

3) แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการใช้เงินและการเก็บออมเงิน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีพ และ

4) จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ 1 ครู 1 Tablet ด้วยการสนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยจัดการเรียนการสอนต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนครูผู้สอน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการหลัก และองค์กรในกำกับ รวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาค ให้ปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีความคล่องตัว ร่วมกันกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีความมุ่งหวังให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูมีจิตวิญาณความเป็นครู และมีความรู้ความสามารถที่แท้จริง ตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ตามความคาดหวังของสังคม รวมทั้งวิชาชีพครูได้รับการยอมรับจากสังคม

สำหรับการจัดงานวันครูในปีนี้ จัดพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาทั้ง Onsite และ Online ภายใต้แนวคิด “ครูดีสอนดี ศิษย์ดีเรียนดี มีความสุข” โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ. 2567 ว่า “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” และสารวันครู และ มอบหมายให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานงานวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ. 2567 ในวันที่ 16 มกราคม 2567 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ 

และที่สำคัญ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดเตรียมของขวัญวันครู เพื่อที่จะมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จาก 10 หน่วยงาน ได้แก่ ก.ค.ศ. สกสค. สช. สพฐ. สสวท. มวส. สลช. สทศ. สกร. และคุรุสภา อาทิเช่น ร่วมกับ AIS academy และ Google เปิดหลักสูตรความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ Learning Contents หลักสูตรความปลอดภัยในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ฟรีค่าลงทะเบียนกว่า 3,000 บาท เปิดใช้ระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (TMS) และหลักสูตรพัฒนาครู เพื่ออํานวยความสะดวกในการย้ายให้กับครู เติมความรู้ ครูยุคใหม่ ก้าวไปด้วยกัน จัดเต็ม 8 หลักสูตร ให้ครูโรงเรียนเอกชน เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา “Anywhere Anytime” กับหลักสูตรE – learning การปรับหลักเกณฑ์และย้ายครูคืนถิ่น โลกสวย ตาใส ข้าราชการครูไทยไร้ต้อกระจก เป็นต้น

นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานวันครูวันที่ 16 มกราคม 2567จัดขึ้นพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนภูมิภาคนั้นกำหนดเป็นสัปดาห์วันครูระหว่างวันที่ 11 – 17 มกราคม 2567 โดยมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักการศึกษากรุงเทพมหานครเป็นหน่วยจัดงานวันครูส่วนภูมิภาค และสามารถบริหารจัดการเพิ่มสถานที่จัดงานวันครูในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา หรือสถานที่ที่มีความพร้อมได้ตามความเหมาะสม

สำหรับกิจกรรมหลักของการงานวันครู ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน ๖๙ รูป พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีบูชาพระคุณบูรพาจารย์ ได้เรียนเชิญ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายสุเทพ แก่งสันเทียะ) อ่านโองการอัญเชิญบูรพาจารย์ ครูอาวุโสนอกประจำการ (นายอำนาจ วิชยานุวัติ อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา) กล่าวนำสวดฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และครูอาวุโสในประจำการ (นางกัลยา มาลัย ผู้ได้รับรางวัลคุรุสภา ปี พ.ศ. 2566) นำผู้ร่วมชุมนุมกล่าวคำปฏิญาณตนของครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากนี้มีการปาฐกถา และการเสวนาทางวิชาการที่น่าสนใจ มีการปาฐกถาหม่อมหล่วงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 7 เรื่อง “ครูดีสอนดี ศิษย์ดีเรียนดี มีความสุข” พิธีคารวะครูอาวุโสของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคารวะ ครูสมัยเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้แก่ คุณครูอรพรรณ หนูราช

ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมการจัดงานวันครูที่ส่วนกลางในปีนี้ มีการประกาศเกียรติคุณและการมอบรางวัลระดับประเทศที่สำคัญ ของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน10 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัล รวมทั้งสิ้น 1,105 คน ประกอบด้วย

1.รางวัลครูภาษาไทยดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ

2.รางวัลครูภาษาฝรั่งเศสดีเด่น เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธย

3.รางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2567

4.รางวัลคุรุสภา ประจำปี 2566

5.รางวัล “พระพฤหัสบดี” ระดับประเทศประจำปี พ.ศ. 2566

6.รางวัล “ครูดีในดวงใจ” เป็นต้น เพื่อส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาตรฐานและภรรยาบรรณของวิชาชีพดีเด่น ให้เป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้ง มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้เกิดการพัฒนาตนเอง และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับกิจกรรมทั้ง 3 เฟส

เฟสแรก กิจกรรมก่อนงานวันครู มีกิจกรรมการเสวนาวิชาการ Online ผ่าน Platform ออนไลน์ wankru.ksp.or.th จำนวน 5 หัวข้อ

เฟสที่ 2 กิจกรรมงานวันครู ในวันที่ 16 มกราคม 2567ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยภายในหอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดให้มีการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 7 และ

เฟสที่ 3 กิจกรรมหลังงานวันครู ระหว่างวันที่ 17 มกราคม – 30 เมษายน 2567 มีการอบรมหลักสูตร Online เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะทางวิชาชีพให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่

1) หลักสูตรจาก Ais academy บรมความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัลคอนเทนต์ และการสร้างแบรนด์ผ่านโซเซียลมีเดีย ครูยุคใหม่สร้าง Learning Contents อย่างไรให้ปิ้งและโดนใจ และเตรียมตัวอย่างไร ให้เป็นครูที่ครองใจนักเรียน

2) s-curve (google) อบรมหลักสูตรความปลอดภัยในโลกอินเทอร์เน็ต และการจัดการ Google Workspace Admin

3) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา อบรมหลักสูตรบทเรียนจรรยาบรรณวิชาชีพทางการศึกษา และ

4) หอการค้าไทยฟินแลนด์ด้านการศึกษา อบรมหลักสูตรการสร้างสุขภาวะที่ดี เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับเกียรติบัตรออนไลน์ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยอบรมผ่าน Platform ออนไลน์ wankru.ksp.or.th รวมถึงรับชมนิทรรศการผลงานออนไลน์ของผู้ที่ได้รับรางวัลของคุรุสภา 

ในโอกาสวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ. 2567 คุรุสภาขอเชิญชวน ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมวันครูและร่วมระลึกถึงพระคุณครู ภายใต้แนวคิด “นึกถึงพระคุณครู กลับไปคารวะครู”ผ่านช่องทาง Online ต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ร่วมชมนิทรรศการการแสดงผลงานทางวิชาการและวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมถึงร่วมทำความดี เป็นจิตอาสา และร่วมแชร์ความรู้สึกดีๆ ต่อครูใน Facebook แฟนเพจ “คุรุสภา” (@Khurusaphaofficial) และติดแฮชแท็ก #วันครู2567 #ครูดีสอนดีศิษย์ดีเรียนดีมีความสุขการส่งบัตรคาราวะครูออนไลน์ ร่วมดาว์นโหลดสติกเกอร์ไลน์ “Teachers’ Day” ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสวันครูเพื่อนำรายได้สมทบทุนมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงร่วมระลึกถึงพระคุณครู และแชร์ความรู้สึกดีๆ ต่อครูผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุรุสภา https://padlet.com/napashbie/16-n2ljziywlcy1s1ma

ผู้สนใจดูรายละเอียดการจัดงานวันครูได้ที่เว็บไซต์ของคุรุสภา http://wankru.ksp.or.th และรับชมการถ่ายทอดสดการจัดงานวันครู ได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านทาง Facebook FanPage และ YouTube Channel “khurusapha” โดยมีล่ามภาษามือด้วย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ที่มา ; ไทยโพสต์ มกราคม 2567 

เกี่ยวข้องกัน

ซูเปอร์โพลเผยสำรวจ เด็กไทย เบื่อผู้ใหญ่จู้จี้ขี้บ่น-อยากได้ความเป็นส่วนตัว ภูมิใจต่อประเทศไทยมากที่สุด  

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง โพลวันเด็ก กรณีศึกษาตัวอย่างเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี ทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,089 ตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติ ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 – 11 มกราคม พ.ศ.2567 

เมื่อถามถึงการรับรู้คำขวัญวันเด็ก รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน พบว่า

·      ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.5 ไม่รู้หรือบอกว่ารู้แต่จำไม่ได้ทั้งหมด

·      ในขณะที่ร้อยละ 25.5 รู้ว่าเป็น มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย ที่น่าพิจารณาคือ

เมื่อถามเด็กและเยาวชนว่า เบื่ออะไร พบว่า

·      คำตอบคือ ร้อยละ 55.1 เบื่อผู้ใหญ่จู้จี้ขี้บ่น เอาแต่สั่งสอนคนอื่นตัวเองทำไม่ได้ พ่อแม่บ่น ครูจู้จี้ อาจารย์สอนน่าเบื่อ

·      รองลงมาคือ ร้อยละ 52.9 เบื่อเรียน ร้อยละ 51.8

·      เบื่อความวุ่นวาย ร้อยละ 47.6

·      เบื่อผู้ใหญ่ทะเลาะกัน พ่อแม่ทะเลาะกัน คนทะเลาะกัน ร้อยละ 47.5

·      เบื่อความจำเจ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ และร้อยละ 25.6 อื่น ๆ เช่น เบื่อรถติด เบื่อทุกอย่าง เบื่อคนรอบข้าง เป็นต้น

·      ในขณะที่ร้อยละ 43.8 ไม่ได้เบื่ออะไร

เมื่อถามว่า อยากได้อะไร พบว่า

·      อันดับแรกร้อยละ 53.4 อยากได้ความสงบ ความเป็นส่วนตัว มีเวลาเป็นส่วนตัว ความเป็นอิสระ ไม่มีใครมาวุ่นวาย

·      รองลงมาคือร้อยละ 50.5 อยากให้ผู้ใหญ่เลิกจู้จี้ขี้บ่น เปิดกว้างรับฟังความเห็น ทำตามเด็กบ้าง

·      ร้อยละ 49.2 อยากเรียนสนุก เพลิดเพลินกับการเรียน การบ้านน้อย ๆ เรียนแล้วใช้ประโยชน์ได้จริง

·       ร้อยละ 47.7 อยากให้ผู้ใหญ่เลิกทะเลาะกัน

·      ร้อยละ 35.6 ระบุอื่น ๆ อยากได้เพื่อนใหม่ อยากได้มือถือเครื่องใหม่ อยากได้เกมส์ใหม่ อยากได้ชีวิตใหม่

·      ร้อยละ 45.5 ไม่อยากได้อะไร

เมื่อถามถึงความภูมิใจ9่อประเทศ พบว่า

·      ร้อยละ 87.9 รู้สึกภูมิใจต่อประเทศไทยมากถึงมากที่สุด

·      ร้อยละ 8.7 ปานกลาง

·      ร้อยละ 3.4 น้อยถึงไม่เลย

 

รายงานของซูเปอร์โพล ระบุว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนไทยส่วนใหญ่ยังภูมิใจต่อประเทศของตนเองมีเพียงเด็กและเยาวชนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รู้สึกภูมิใจน้อยแต่ก็ควรใส่ใจเพราะอาจจะขยายตัวเติบโตขึ้นได้อีกอะไรที่เด็กและเยาวชนเบื่อ และอะไรที่เด็กและเยาวชนอยากได้ เป็นข้อมูลที่ผู้ใหญ่ในสังคมน่าจะนำมาพิจารณาออกแบบตอบโจทย์ที่เรียบง่ายตรงไปตรงมาจากใจของเด็กและเยาวชน 

จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวนโยบายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มุ่งสู่การเป็นเด็กและเยาวชนที่ดีลดความน่าเบื่อกระตุ้นความอยากเชิงสร้างสรรค์ต่อเด็กและเยาวชนเองและสังคมโดยส่วนรวม 

รายงานของซูเปอร์โพล ระบุว่า นโยบายพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ดีเป็นแนวทางและกลยุทธ์ที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เพื่อสร้างสภาวะที่เต็มเปี่ยมด้วยโอกาส เสรีภาพ ความรับผิดชอบและความเท่าเทียมในการเติบโตและพัฒนาของเด็กและเยาวชนในสังคม นโยบายนี้มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนมีสิทธิ์ในการรับการดูแลและการศึกษาที่เหมาะสมและอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้พัฒนาสมรรถนะทางสังคมและความสามารถในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตของตนเองและสังคมในอนาคตด้วยความมั่นใจและความสามารถในการแสวงหาโอกาสและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติที่ยั่งยืนโดยมีองค์ประกอบสำคัญ เช่น การศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ก้าวทันโลกในยุคดิจิทัลมีห้องเรียนไซเบอร์อยู่ในมือของเด็กและเยาวชนเรียนรู้เก่งได้ด้วยตนเอง ด้วยการทำงานเป็นกลุ่ม ด้วยอาจารย์และด้วยชุมชนกับคนรอบข้างเด็กและเยาวชนเหล่านั้นโดยบริการความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศยุคปัจจุบันนี้ที่น่าใช้คือ ChatGPT นอกจากนี้ ด้านความเป็นส่วนตัวสิทธิเสรีภาพ ความรับผิดชอบและความเท่าเทียม ด้านสุขภาพที่ต้องมีความแข็งแรงทั้งกายใจและจิตวิญญาณสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ด้านความปลอดภัยที่เด็กและเยาวชนย่อมต้องได้รับการคุ้มครองโดยรัฐบาลและการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องลงทุนในการสร้างสุขภาวะความปลอดภัยให้พวกเขาอยู่ได้โดยไม่รู้สึกหวาดกลัวต่ออาชญากรรม และด้านความเข้มแข็งทางทักษะชีวิตและทักษะทางสังคมของเด็กและเยาวชน เป็นต้น 

นโยบายพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ดีควรมุ่งเน้นการเสริมสร้างสภาวะที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตและพัฒนาของเด็กและเยาวชนให้เป็นทรัพยากรมนุษย์และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ถึงระดับประเทศที่มีคุณธรรมและคุณค่าที่ดีต่อตนเองและต่อสังคม การสนับสนุนและการลงทุนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นในการออกแบบอนาคตของประเทศที่เจริญรุ่งเรืองแข็งแกร่งมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องคือการทำให้นโยบายที่ดีเกิดขึ้นได้จริงจับต้องได้ในด้านการศึกษายุคดิจิทัล สุขภาพ เสรีภาพ ความรับผิดชอบ ความเท่าเทียม ทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม ทัศนคติที่ดี อาชีพการงาน และความปลอดภัยทางกายภาพและความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเด็กและเยาวชน รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กและเยาวชนในการรักษาความมั่นคงของชาติสถาบันหลักและผลประโยชน์ของชาติ ผลที่ตามมาคือ เด็กและเยาวชนจะได้รับการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ครบทุกมิติให้มีคุณภาพที่ดีอย่างเหมาะสมกับวัย” รายงานของซูเปอร์โพลระบุไว้ 

ที่มา ; มติชนออนไลน์ วันที่ 12 มกราคม 2567

สรุปสาระสำคัญ

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารระดับสูง แถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 68 ณ หอประชุมคุรุสภา โดยขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ภายใต้แนวคิด “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและดูแลวิชาชีพครู มุ่งลดภาระงานครู 4 ด้าน ได้แก่ การปรับประเมินวิทยฐานะ การคืนถิ่น การแก้หนี้สิน และการจัดหาอุปกรณ์ 1 ครู 1 Tablet พร้อมบูรณาการงานกับหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ

งานวันครูปีนี้จัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ครูดีสอนดี ศิษย์ดีเรียนดี มีความสุข” พร้อมคำขวัญ “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” มีพิธีสำคัญ การบูชาบูรพาจารย์ การเสวนาวิชาการ และมอบรางวัลระดับประเทศ 10 ประเภท รวม 1,105 คน รวมทั้งอบรมสมรรถนะครูผ่านหลักสูตรออนไลน์ใน 3 เฟส 

ด้านการสำรวจของซูเปอร์โพล สะท้อนสภาพเด็กและเยาวชนไทยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว การเรียนที่สนุก และต้องการผู้ใหญ่รับฟังมากขึ้น รวมถึงชี้ว่านโยบายพัฒนาเด็กยุคใหม่ต้องครอบคลุมด้านการศึกษา ดิจิทัล สุขภาพ ความปลอดภัย และทักษะชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

ข้อสอบ

1. การลดภาระครู 4 ด้านของ ศธ. สะท้อนหลักการบริหารข้อใดมากที่สุด?

ก. การควบคุมแบบรวมศูนย์
ข. การเสริมพลัง (Empowerment) ให้ครู
ค. การใช้โครงสร้างราชการแบบดั้งเดิม
ง. การกำกับสอบทานจากภายนอก

2. การจัดงานวันครูแบบผสมผสาน Onsite–Online สะท้อนแนวคิดการบริหารแบบใด?

ก. การมีส่วนร่วมและความยืดหยุ่นของระบบ
ข. การลดต้นทุนด้วยการตัดกิจกรรม
ค. การเน้นระบบราชการเป็นหลัก
ง. การสั่งการจากส่วนกลางโดยเด็ดขาด

3. การสำรวจซูเปอร์โพลชี้ว่าเด็กต้องการ “ความเป็นส่วนตัวและการเรียนรู้ที่สนุก” หน่วยงานการศึกษาควรตัดสินใจอย่างไรเพื่อใช้ข้อมูลเชิงสังคมนี้?

ก. เพิ่มกฎระเบียบควบคุมนักเรียนให้เข้ม
ข. ปรับรูปแบบการเรียนให้ยืดหยุ่นและเน้นปฏิสัมพันธ์
ค. ลดชั่วโมงเรียนลงทุกระดับชั้นทันที
ง. ใช้ข้อมูลเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น

4. การบูรณาการของศธ.กับหน่วยงานในกำกับหลายแห่งเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู แสดงถึงหลักการบริหารข้อใด?

ก. การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบแยกส่วน
ข. การบูรณาการเชิงระบบ (System Integration)
ค. การควบคุมเฉพาะสายงานครู
ง. การบริหารแบบตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

5. เหตุผลเชิงนโยบายใดเป็น “สาระสำคัญที่สุด” ของการจัดงานวันครูปี 2567 ตามบทความ?

ก. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกโรงเรียน
ข. สร้างแรงบันดาลใจและยกระดับคุณค่าของวิชาชีพครู
ค. ลดการใช้จ่ายของภาครัฐด้านการอบรม
ง. โปรโมตกิจกรรมสาธารณะของกระทรวง
 

คลิกเฉลย >>>

ความเห็นของผู้ชม

 แสดงความคิดเห็น